Showing posts with label zope. Show all posts
Showing posts with label zope. Show all posts

Friday, April 27, 2012

Zope & python

โซล


ใน ตอนล่าสุด ที่ผ่านไปก็เพียงแต่ลากเพื่อนๆเข้าไปดูรายละเอียดต่างๆในภายในของ ZMS ที่เราได้ Add ไปแล้ว เท่านั้นเอง
ZMI หลัก ที่เพิ่ม ZMS แล้ว
จากงวดที่ผ่านมา ขอให้ท่านใช้ mouse ไปคลิ้กที่ Root Folder ตรงจอภาพด้านซ้าย ที่กินเนื้อที่ส่วนน้อยนั่นแหละ ทำซะ แล้วจะได้รูป ตามที่เห็นเนี่ยแหละ
ในรูปที่เห็น ตรงวงเขียวๆเส้นหนาๆนั้น ถ้าท่านลากสายตาไปทางขวาซึ่งกินเนื้อที่ส่วนมากของภาพ ท่านจะพบกับคำว่า Folder at /
ตรงนี้ ให้สังเกตุตรงเครื่องหมาย slash ให้ดี มันดูว่าเป็นเพียงแค่ขีดเอียงๆขีดเดียวเท่านั้น แต่ มันมีความหมายมากน่ะ เพราะมันคือ 1 object เลยทีเดียว เรื่องนี้ ท่านสมควรไปหาสาระลึกๆเอาเองได้น่ะครับ จะไม่เขียนในนี้หละ

ในรูป ที่นำมาให้ดู คงเห็นวงแดงๆ ทั้ง ๒ วงที่อยู่ใน ๒ ส่วนของภาพน่ะครับ นั่นแหละ ZMS ที่ท่านเพิ่ง Add ไปนั่นแหละครับ อันเดียวกันครับ อันเดียวกัน ทั้ง ๒ เป็น object เดียวกัน

ขอให้สังเกตุว่า ทางซ้ายมือ (ซึ่งต่อไปจะขอเรียกทางซ้ายมือ อันกินเนื้อที่ส่วนน้อยของภาพว่า ส่วนจัดการ ก็แล้วกันน่ะครับ) นั้น มีเครื่องหมายบวก แปะข้างหน้าคำ myInit อยู่ด้วย  ... ลองดูซิครับ ลองกดที่เครื่องหมายบวกนั้นดู

เห็นคำว่า content พร้อมๆกับรูปกระต้อปเล็กๆที่แปะข้างซ้ายไหมครับ เห็นไหม ที่ มะขาม วงดำๆเอาไว้นั่นแหละครับ ..... ถ้าท่านกดตรงคำว่า content ท่านก็จะเห็นของที่เคยผ่านมาแล้ว

ขอให้สังเกตุคำว่า WWW-site เอาไว้ให้ดี
ให้ท่านกดไปที่ Tab Preview น่ะ กดเลยครับ นั่นแหละ zms ที่ท่านมีอยู่
เอาล่ะ ขยับไป ส่วนจัดการ กดตรง content อีกครั้ง แล้วกดที่ WWW-site นั่นครับ

ให้เข้าไปแก้ไขตรง Short title, Title, Description ซึ่งถ้าท่านตั้งใจทำกับงาน กับปัญหาจริงๆ ท่านก็ ได้งานจริง รึอย่ากจะทดลงอไปเรื่อยๆ ก็ไม่ว่ากัน ... กด Save ครับ    แล้ว Preview ดูน่ะ

กด ส่วนจัดการ ที่ content อีกครั้งครับ แล้วเลื่อน scroll bar ทางขวามือ ลงมาด้านล่างๆ ตรง folder ทั้งหลายน่ะ พอเห็นไหมครับ จากรูป ที่เอามาให้ดู ตรงที่วงแดงๆไว้นั้นแหละ จะว่าไป ก็เป็น แถบนำทาง หรือ navigator น่ะ
แถบนำทาง
ลอง Preview ดูอีกครั้งซิ แล้วลองเข้าไปแก้ไขแต่ละส่วนดู ก็ทำอย่างเดียวกับในกรณีของ WWW-site นั่นแหละ ทำเสร็จก็ Preview ดู  มะฃาม  เคยใช้คำว่า

ข่าว  แนวคิดพื้นฐาน  กรณีศึกษา  ดาวโหลด  ความร่วมมือทางวิชาการ   บริการ

กับแต่ละ Folder เหล่านั้น คราวที่นำเสนอผลงานให้กับยอดคน ในครั้งหนึ่ง
อ้อ Galleria นั้น เอาไว้เก็บรูป ที่เกี่ยวข้องกับงาน รูปที่ท่านสามารถนำเสนอได้ ก็นำมาไว้ตรงส่วนนี้ได้

กับการที่ท่านทำงานด้วย ส่วนจัดการ และ เนื้อหา (เรียกกันรวมๆว่า zmi) ไปพร้อมกันเช่นนี้เอง ทำให้ zope มันพอมีเสน่ห์ในตัวอยู่บ้าง ไม่มากก็น้อยหละ

ส่วนที่เหลือ ก็คงไม่ยากแล้ว กับทุกท่านที่ฉลาดเป็นกรดกันทั้งนั้น

ถ้าท่านอยากเห็นว่า หน้าตามันเป็นอย่างไรก็ใช้ web browser เรียกไปที่ http://localhost:8080/ หรือ port หมายเลขอะไรก็ตามแต่ที่ท่านได้กำหนดไว้ใน zope configuration นั้นๆ

มะฃาม นำ zope มาใช้งานครับ นำมาใช้งาน
อ้อ อย่าลืมไปดู log ด้วยน่ะ

ที่สุด ก็ขอขอบคุณท่านพี่ อ. วิริยะ กลิ่นเสาวคนธ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่กรุณาแนะนำ ให้ได้รู้จักกับ zope และช่วยในหลายเรื่องที่เกี่ยวกับการแสดงผลด้วยภาษาไทย ขอบขอบคุณอาจารย์ ไว้ ณ ที่นี้เป็นอย่างสูง

มะฃาม ฅนเดินดิน
มะไฟ ฅนเหลิงฟ้า
เอาไว้กลับจากชนบท แล้วจะมาแก้ไขเล็กๆน้อยๆ ในส่วนที่บกพร่อง

Thursday, April 26, 2012

Zope & python

ใน คราวที่แล้ว นั้น ทิ้งท้ายไว้ให้พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆตรง

ให้ท่านทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งจะให้ผลเหมือนกัน คือ
) ในหน้าที่แสดงผล ให้กดตรงข้อความเข้มๆ Zope Management Interface หรือ
) ปิด web browser แล้วเรียกใหม่อีกครั้ง คราวนี้ไปที่ http://localhost:8080/manage/
ซึ่งทั้งสองเส้นทาง จะบังคับให้ท่านกรอก ชื่อ/ระหัสลับ ที่ท่านได้ตอบไปในคราวสร้าง zope instance นั้นแล้ว ก็ให้กรอกไปให้ถูกต้อง
รูปข้างล่างนี้แสดงให้เห็นถึงหน้า web browser เมื่อท่าเรียกเข้าไปครั้งแรกด้วย http://localhost:8080/

แล้วก็มีรูป เลอะๆเลือนๆทิ้งไว้ ซึ่งหากไม่กดเข้าไปก็คงไม่รู้ว่ารูปอะไรพวกเราจากกัน ณ ตรงนั้น 
เข้าไปทำงานใน ZMI
งวดนี้ เรามาต่อกันอีก ส่วนจะไปได้เท่าไหร่ก็คงต้องขึ้นกับอุณหภูมิห้องว่าสูงหรือต่ำแค่ไหน สูงมากไป เครื่องก็ดับ
เราเริ่มกันด้วยรูป จากวิธีที่ ๒) (หรือวิธีที่ ๑) ก็เหมือนกัน) ดังนี้

และเมื่อท่านกรอกข้อมูลถูกต้องครบถ้วนแล้ว ท่านจะพบกับหน้าเอกสารดังต่อไปนี้


หน้าหลักสำหรับจัดการ zope, ZMI
ในรูปให้สังเกตุว่ามีสองส่วน ที่แยกกันในแนวตั้ง หรือ ซ้าย-ขวา ที่ส่วนซ้ายจะเล็กกว่า ส่วนขวา ซึ่งใหญ่ กินเนื้อที่เกือบทั้งหมด นั่นคือสิ่งที่พวกเรารู้ไปด้วยกันในขณะนี้ จากรูปที่นำมาให้ดูนี้

ตรงบริเวณส่วนใหญ่ของ browser ล่างสุด จะเป็นปุ่มสวิชต์ต่างๆ เช่น Rename, Cut, ... ,Select All 

ข้างบนนั้น เป็นตัวหนังสือ ที่ปิดด้านบนด้วย Type Name, Size, Last Modify 

ก็ขอให้ สังเกตุ ตัวหนังสือ เหล่านั้นเอาไว้ด้วย แล หากมีเวลาพอ ให้เหลือบไปมอง ตัวหนังสือ ด้านซ้ายมือ ที่กินที่ส่วนน้อยนั้นด้วย จะพบว่า บางส่วนเหมือนกัน ซึ่งก็จริง เพราะมันเป็น วัตถุ เดียวกันครับ

ลำดับถัดมา ขอให้สังเกตุส่วนขวามือ บริเวณบนๆ ขวาสุด ท่านจะเห็น drop down menu ชื่อว่า Acce... , ที่วงแดงๆไว้นี่แหละ, นั้น

ให้นำ mouse ไปกดลงไป แล้วเลื่อนลงไปล่างสุด จนพบกับ ZMS ให้ใช้ mouse กดเลือก ตรงนี้

ZMS ที่เขาให้เรามาใช้งาน
รอสักพัก แล้วท่านจะได้รูปตามนี้

ตามรูปที่แสดงให้ดูนี้ ให้ท่านสังเกตุรายละเอียด บริเวณด้านบน ตรงส่วนขวามืออันเป็นส่วนใหญ่ของภาพ ดดยเฉพาะบรรทัดที่เขียนว่า Folder ID, Lang และ Theme ให้ดูตรงชื่อต่างๆ ที่อยู่ในบรรทัดนั้นๆ

ที่แก้ไขได้ และสมควรแก้ไขคือ Foder ID จากชื่อดูว่าแปลกๆ ให้เป็นชื่อที่สื่อความว่าเป็น ZMS object ของท่าน กับอีกหนึ่งที่สมควรแก้คือ LANG, หากท่านเข้าใจภาษาเยอรมัน ก็ไม่ต้องแก้, ให้แก้เป็น eng, English, English ทั้งสามค่า สำหรับการใช้งานด้วยภาษาอังกฤษ

ให้จำชื่อที่ท่านแก้ตรง Folder ID นั้นเอาไว้ให้ดี เอ้า สมมติว่าชื่อ myInit

ก็ตามรูปที่ได้วงๆ ชี้ๆไว้ให้พอได้แนวทางว่าจักต้องแก้ตรงไหน อย่างไร

จากนั้น ให้เลื่อน scroll bar ลงมาล่างสุด หรือหากจอภาพของท่านสามารถแสดงผลได้หมด ก็ให้เหลือบสายตาลงมายังด้านล่างของจอภาพแสดงผลของ browser

คงเห็นปุ่ม Add น่ะครับ อย่าเพ่อกดลงไป ให้ดูจอภาพด้านซ้ายมือ อันกินบริเวณส่วนน้อยของจอภาพนั้นเอาไว้ ก็คงมีพวก Root folder, Control_panel, acl_user, temp_folder ประดานี้ ดูเอาไว้ก่อนให้พอติดตาครับ



จากนั้นให้ท่านกดตรงปุ่ม Add รูปอะไรก็ไม่รู้ แต่ ถ้าได้อย่างนี้แล้ว นั่นแหละ มันมาแล้ว
นี่เป็นรูปของ template ที่เขาสร้างไว้ให้เราพร้อมใช้งาน


ในรูปถัดมา วงเขียวๆ ด้านซ้ายมือนั่นแหละ ตรงที่กินที่ส่วนน้อยของจอภาพนั่นแหละ ให้สังเกตุว่า จะมีชื่อใหม่เพิ่มเข้ามา ก็ชื่อของ Folder ID ที่ท่านกำหนดขึ้นมาเอง

ทีนี้ พอนึกออกรึยัง ที่เคยบอกว่า ให้สังเกตุไว้ พอให้ติดตาเอาไว้ก่อนน่ะ



เอาล่ะ มองดูอีกด้านที่กินที่ส่วนใหญ่ของจอภาพนั้น ก็ ที่วงน้ำเงินไว้ตรงบริเวณคำ www-site นั้น กับอีกวงแดงๆ ข้างล่าง ตรงกับคำ Image นั่นแหละ

รูปวงแดงของ Image อาจจะไม่ชัดเจนนัก เลยเพิ่มให้อีก ๑ รูป พร้อมกับเพิ่มสิ่งที่อยากชี้ให้เห็นด้วยวงสีเขียวมาให้ดูล่ะกัน
ตรงวงเขียวนั่นแหละ คือ ภาพ ที่ท่านสามารถแทรกลงไปได้ และข้อความบรรยายใต้ภาพก็เช่นกัน ท่านสามารถ เพิ่ม เปลี่ยน ปรับขยับตำแหน่ง เอาได้ ตามใจชอบ และหากสังเกตุให้ดี ในวงเขียวนั้น ตรงมุมขวา จะมีสัญญลักษณะคล้ายแว่นขยายอยู่ แสดงว่า ภาพที่นำเสนอนี้ มี ๒ แบบ คืออย่างที่กำลังชม กำลังเห็นนี้ (ซึ่งถือว่าเป็น รูปย่อ) กับ แบบขยาย เมื่อท่านกดไปที่ภาพนี้

ก็ดูว่ารกรก เต็มไปด้วยรูป ที่ไม่ค่อยรู้เรื่องน่ะ  
แต่ก็ขอให้รู้จักว่า ส่วนไหนคือ ZMS ที่เราเพิ่มเข้ามา 
และในวัตถุ ZMS นี้ ส่วนไหนคือ www ส่วนไหนคือ Images ส่วนไหน คือการ preview  
และที่สำคัญ ตรงไหนที่เป็นส่วนที่บังคับ หรือ กำกับ ควบคุม การทำงานของ ZMS  ก็ขอให้รู้ น่ะครับ


ลองคาดเดาดูเล่นๆก่อนก็ได้ แต่อย่าเพ่อมือไวกดเล่นไปก่อนล่ะกัน  คริคริ
รึว่ากดไปแล้ว ก็ไม่ต้องตกใจไปหรอก ยังไงเสียท่านก็เข้ามาในรูปใดรูปหนึ่งนี้ได้ตลอดเวลาแหละ มันไม่หายไปไหนหรอกครับ

เอาเถอะ ไหนไหนก็ไหนไหนแล้ว ลองกด scroll bar ลงมาด้านล่างสุด แล้วสังเกตุตรง Folder สี่-ห้า ชื่อนั้นให้ดี น่ะ
จากนั้น เลื่อนไปบนสุดๆๆๆ จะมีคำว่า Preview อยู่ กดไปเลย แล้ว สี่-ห้า ชื่อของ Folder ที่บอกให้ดูไว้น่ะ มันอยู่ตรงไหน พอสุงเกตุได้หรือเปล่า 

ทีนี้ หากจะกลับมาหน้าเดิม ก็กดตรงคำว่า Back to WWW-site นั่นแหละ

เอากันเท่านี้ก่อนน่ะครับ

Wednesday, April 18, 2012

Zope & python

Zope

ก่อนที่จะลืมเลืนหายไป อันเป็นข้อด้อยอย่างยิ่งของ FreeBSD ที่พอลงแล้ว ก็ใช้ไปจนลืม ลืมวิธีการลง
อนึ่ง เรื่องราวของ zope และ ZMS นี้ได้รับการแนะนำจากอาจารย์ วิริยะ กลิ่นเสาวคนธ์ จังหวัดสุรษฎร์ธานี แต่เอกสารที่เขียนขึ้นนี้ เขียนเองจากความทรงจำ และขณะทำงาน สดสด

Prerequisite 
ในการนี้ ต้องลง python ก่อน แล้วลง virtualenv ไว้ด้วย เพื่อสะดวกสำหรับผู้ใช้อื่นๆ
python ที่กำหนดโดย FreeBSD นั้น เขาใช้ python-2.7 ก็ไปลงผ่าน ports ซะ ง่ายดี รวมทั้ง virtualenv ด้วยเช่นกัน
การลงผ่าน ports นั้นต้องเป็น root เท่านั้น
รายละเอียดของโปรแกรมที่ต้องใช้กับ FreeBSD ก็มี
๑) FreeBSD ที่ใช้งานขณะนี้นั้น คือ
[mni] ~% uname -a
FreeBSD mni.jes.in.th 9.0-STABLE FreeBSD 9.0-STABLE #10: Sat Apr 14 07:30:41 ICT 2012 root@mni.jes.in.th:/kaitag/obj/usr/src/sys/JOTAWSKI amd64
[mni] ~%
๒) python
python27-2.7.3 An interpreted object-oriented programming language
๓) virtualenv
py27-virtualenv-1.7 Virtual Python Environment builder
py27-virtualenvwrapper-2.11.1 A set of extensions to Virtual Python Environment builder


zope 2.13.13 และ zms ล่าสุด

วิธีการที่นำเสนอนี้ ท่านสามารถลงเองได้ ไม่ต้องไปรบกวนให้ระบบต้องมารับผิดชอบด้วย นับว่าสะดวกไปหลายอย่าง
เบื้องต้น ขอแนะนำให้ท่านหาเนื้อที่พิเศษแยกไว้ต่างหากเลย อาจจะเป็น file system แยกมาเลยก็ได้ ในกรณีของ มะไฟ ใช้ usb external hard disk ขนาด 600 gigaoctets มาไว้ที่ /kaitag ก็เลยอาศัย /kaitag นี่แหละ เก็บ หรือ ลงโปรแกรม zope ที่ /kaitag/psr/zMa แล้วก็กำหนดว่า /kaitag/psr นั้นตัวท่านเองสามารถเขียน-อ่านได้ด้วย (หรืออย่างน้อย ท่านอยู่ในกลุ่มนั้น และกำหนด permission ให้เป็น g+w /kaitag )

ทำตามนี้เลยน่ะ ไม่ต้องเป็นร้งเป็นรูต(root) อะไรหรอก ให้ login ด้วย id ของท่านเองแหละ สมมุติให้เป็น psr

% mkdir -p /kaitag/psr (คำสั่งนี้ ทำหนเดียว)
% cd /kaitag/psr
% virtualenv --system-site-packages zMa

ถึงตอนนี้โปรแกรมจะสร้างสาระบบแฟ้ม zMa ขึ้นมาจาก /kaitag/psr พร้อมกับลงโปรแกรมที่จำเป็น ในเบื้องต้น ไว้ให้ในสาระบบแฟ้มย่อย ในภายในนั้นอีกทีหนึ่ง ซึ่งได้แก่

…/zMa/bin/
…/zMa/lib/
…/zMa/include/

และ option --system-site-packages นั้น จะทำให้โปรแกรมต่างๆ ที่ต้องเรียกใช้งาน ในสาระบบแฟ้ม …/zMa/ นั้น จะไปเรียกแฟ้มที่ได้ลงไว้ในระบบ ในคราวที่ลงโปรแกรม python ไว้แล้วด้วย root แต่ทีแรกนั้น โดยการสร้าง link แทนการลงแฟ้มใหม่

ในลำดับถัดมานั้น ท่านต้องต่อเชื่อมกับ internet ด้วยน่ะ ไม่งั้นทำงานต่อไปไม่ได้แน่เลย

% cd  zMa
% ./bin/easy_install -i http://download.zope.org/Zope2/index/<zope version>  Zope2

ให้แทนที่  <zope version> ด้วยตัวเลขที่บอก version ของ zope ที่ท่านสนใจใช้งาน ลงไป ตัวอย่างเช่น 2.13.13 เป็นต้น

แลในช่วงนี้ ให้ท่านนั่งอ่านอริยสัจจสี่ไปพลางๆ หรืออ่านหนังสือธรรมอันเป็นสรณของท่านไปพลางๆ ไม่นานนัก
ในที่สุด ท่านจะเห็นข้อความนี้

Installed /kaitag/psr/zMa/lib/python2.7/site-packages/manuel-1.1.1-py2.7.egg
Finished processing dependencies for Zope2

ก็แสดงว่าท่านใช้งานได้ทั้ง ซบ (zope) และ เสียว (zeo)


Zope Instance
แต่ก่อนที่ท่านจะใช้งาน ท่าน ต้อง สร้าง instance มาก่อน อันเนื่องมาจากการที่ ซบ นั้นเป็นวัตถุ (object) อย่างหนึ่ง นั่นเอง ไม่มีอะไรมาก แต่ต้องสร้างขึ้นมา ดังนี้เลย

% ./bin/mkzopeinstance -d yzMai

เมื่อ yzMai เป็นชื่อสาระบบแฟ้มสำหรับ zope instance ที่สร้างขึ้นตามข้อกำหนดในการใช้งานของ zope สาระบบแฟ้มนี้ กำหนดชื่อด้วย option d ตามตัวอย่างที่ให้ไว้

ชื่อที่สร้างขึ้น นำหน้าด้วยอักษรวาย (y) อันหมายถึงว่า ยังไม่ใช้งานจริงน่ะ ตามด้วยชื่อ สาระบบแฟ้มที่อยู่ในขณะนั้น แล้วต่อท้ายด้วย อักษรไอ (i) ให้รู้ว่ามันเป็น instance ที่ยังไม่ใช้งานจริงน่ะ – yet zope (zMa) instance – ก็แล้วแต่ท่านจะกำหนดเอาเอง แต่ขอให้สื่อความ ก็เป็นอันใช้ได้

ในการนี้ ให้ท่านหาสมุดบันทึกความสำคัญมาไว้ใกล้ๆตัว เพราะโปรแกรมจะถาม ชื่อ และ ระหัสลับ ซึ่ง ชื่อ/ระหัสลับ นี้ จะถูกเรียกใช้งานก็ต่อเมื่อท่านทำงานแก้ไข ปรับปรุง เพิ่มเติมผ่านทาง web browsers ต่อไปในภาคหน้า อย่างไรก็ดีในสาระบบแฟ้มอันเป็น zope instance นี้จะมีแฟ้มชื่อ inituser ซึ่งแม้จะบันทึก ชื่อ/ระหัสลับ เอาไว้ก็ตาม แฟ้มนี้จะหายไป ในครั้งแรกที่ท่านเรียกใช้งาน zope ดังนั้น จึงได้แนะให้หาสมุดมาบันทึกเอาไว้ หรือ ท่านจะสำเนาไว้ดังนี้ก็ได้

% cd yzMai
% cp -p inituser 0-A-inituser

การที่เลือกใช้เลข 0 นำหน้าก็เพื่อว่า แฟ้มนี้จะปรากฏในตอนต้นเมื่อสั่ง list directory ดูด้วยคำสั่ง ls และก็ด้วยเหตุผลเดียวกับการที่มีอักษร A นำหน้าอีกในลำดับหนึ่งนั้น ทั้งนี้ เพื่อเตือนความทรงจำของท่านเอง มิใช่เพื่ออะไรเลย

และอีกหนึ่งคำสั่งเพื่อสำเนาแฟ้มของ zope instance เอาไว้ ดังนี้

% cp -pR etc/ etc.orig/

โดยที่สาระบบแฟ้ม etc/ จะเก็บแฟ้ม configurations ของ zope instance เอาไว้ การกระทำเช่นนี้ ดูว่าจะเกินเลยไป แต่ ป่องกันไว้ ดีกว่าเสียใจในภายหลัง


Zope configurations
zope เขาจัด configurations ไว้หลายอย่างมาให้เป็นเบื้องต้น ท่านสามารถปรับ หรือแก้ไขเอาเองได้จากแฟ้ม etc/zope.conf ภายใต้สาระบบแฟ้มของ instance ที่สร้างขึ้น (ซึ่งในที่นี้คือ yzMai) อนึ่งขอให้ท่าน อย่างน้อย ได้อ่านแฟ้มนี้สักครั้งด้วย เพื่อความเข้าใจอันดีของท่านเอง

ผมแก้ให้เรียกผ่าน port 82 แทนที่จะเป็น port 8080 ตามที่ zope กำหนดมาให้ ส่วนอื่นๆที่แก้ไขจากต้นฉบับคือ

effective-user psr
enable-product-installation on
datetime-format international
rest-input-encoding utf-8
rest-output-encoding utf-8
rest-language-code en
ip-address 127.0.0.1
large-file-threshold 100Mb
default-zpublisher-encoding utf-8

ขอให้เลือก plain text editor ยอดนิยมของท่านมาแก้ไขแฟ้ม etc/zope.conf นี้


ZMS
zms เป็น zope content management system ที่อนุญาตให้ท่านสร้างเอกสารด้วย template ที่เขาได้สร้างมาให้แล้ว อย่างง่ายดาย โดยมิต้องเสียเวลาเริ่มต้นใหม่ นับว่าสะดวกสำหรับการนำเสนอรายงานได้เป็นอย่างดี

ขอให้ท่านไป download เอา zms เวอร์ชันล่าสุด, ZMS-latest.tar.gz, เก็บไว้ในสาระบบแฟ้มของ zope instance ของท่าน, yzMai, ที่ซึ่งเป็น ตำแหน่งทำงานของท่านในขณะนี้ จาก zms โดยเลือกกด Download ในหน้าที่เข้าไปนี้

ให้ลง zms ไว้ที่สาระบบแฟ้ม Products ของ zope instance ที่ท่านสร้างขึ้น โดยสั่ง

% cd Products
% tar -xzvf ../ZMS-latest.tar.gz

หากมีคำถามเกี่ยวกับการเขียนทับแฟ้มที่มีอยู่แล้ว ก็ให้เขียนทับไปทุกแฟ้ม จากนั้น กลับสู่สาระบบแฟ้ม zope instance, yzMai, ด้วยคำสั่ง

% cd ..

ทั้งหมดที่กล่าวนำมานี้ ก็เพื่อให้ท่านได้สร้าง หรือ นำเสนอผลงานผ่าน zms ผ่าน zope อีกทีหนึ่ง


Running zope
ในสาระบบแฟ้มของ zope instance ที่ท่านสร้างขึ้น, yzMai, ให้ท่านเริ่มทำงาน zope ด้วยคำสั่ง

% ./bin/zopectl start

แลหากอยากหยุดการทำงาน ก็สามารถสั่งได้ด้วยคำสั่งเดียวกันนี้ ลำบากเพียงเปลี่ยนจาก start เป็น stop เท่านั้นเอง อนึ่ง ก็แลแฟ้ม inituser นั้นจะหายไปเมื่อท่านเริ่มวิ่ง zope เป็นครั้งแรก น่าใจหายน่ะ

เมื่อมีปัญหา ท่านสามารถดูรายละเอียดต่างๆได้จาก log ในสาระบบแฟ้ม log/Z2.log และ log/event.log แลถึงจะไม่มีปัญหา ก็ควรแวะเข้าไปตรวจสอบดูเป็นระยะไป ก็ไม่เสียหายอะไร มีแต่ได้ประโยชน์เสียอีก

เรียก web browser ยอดนิยมของท่านมา แล้วตั้งเป้าหมายไปที่ http://localhost:82/ ดูมีหรือว่า ท่านจะเห็นอะไรบ้าง

ในกรณีที่ไม่เห็นอะไรเลย นอกจาก error ให้ท่านตรวจดูว่าแฟ้มทั้ง ๒ ในสาระบบแฟ้ม log ที่กล่าวถึงนั้นมีอยู่หรือไม่ และสมควรไม่มีเลยในกรณีนี้ ทั้งนี้เป็นเพราะ พวกเราไปตั้ง port ที่ต่ำกว่า 1024 อันเป็นข้อห้าม ข้อถือสาในเรื่องของความปลอดภัยของระบบเข้า นั่นเอง

เช่นนี้ก็ลำบากไปแก้ไข configurations ของ zope ตรงบรรทัด address 82 นั้น ให้เป็น address 8080 หรือ port อื่นที่ไม่ไปชนกันเข้า แล้วเริ่มวิ่ง zope อีกครั้ง ด้วยคำสั่งข้างบนนั้น

ให้ท่านสังเกตุง่ายๆว่าทำงาน หรือ ไม่ทำงาน ด้วยการ list directory ดูว่าแฟ้ม inituser นั้นยังอยู่ หรือ หายไป หากหายไป แสดงว่า ทำงาน

หรือ

ให้ list directory ของสาระบบแฟ้ม log ดูว่ามีแฟ้มทั้ง ๒ นั้นเกิดขึ้นหรือไม่ หากมี ก็แสดงว่า ทำงาน และให้ตรวจดูรายละเอียดเบื้องต้นจากแฟ้ม event.log ดังนี้

% tail ./log/event.log

สาระที่แสดงมาให้เห็น ท่านสมควรทราบโดยสัญชาติญาน

จากนั้น ให้ท่านทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งจะให้ผลเหมือนกัน คือ
๑) ในหน้าที่แสดงผล ให้กดตรงข้อความเข้มๆ Zope Management Interface หรือ
๒) ปิด web browser แล้วเรียกใหม่อีกครั้ง คราวนี้ไปที่ http://localhost:8080/manage/
ซึ่งทั้งสองเส้นทาง จะบังคับให้ท่านกรอก ชื่อ/ระหัสลับ ที่ท่านได้ตอบไปในคราวสร้าง zope instance นั้นแล้ว ก็ให้กรอกไปให้ถูกต้อง

รูปข้างล่างนี้แสดงให้เห็นถึงหน้า web browser เมื่อท่าเรียกเข้าไปครั้งแรกด้วย http://localhost:8080/


ขอพักตอนแรกไว้เท่านี้ก่อน

Friday, July 22, 2011

บ้านกัมมันตรังสี

เนวิเกเตอร์ หลัก
วิธีใช้งาน เอ้ย วิธี อ่านเอกสาร จากรูปนี่ ที่วงแดงเอาไว้ให้ นั่นคือ navigator หลัก สำหรับทุกท่าน เพื่อใช้เข้าหาเอกสารแต่ละเรื่อง แต่ละเรื่องไป

เอกสารที่กำลังอ่าน
และ ตรงหัวเรื่อง  ข้างล่างแถบเนวิเกเตอร์หลัก จะปรากฏ หรือ ชี้ให้เห็นถึง ตำแหน่ง ที่ท่านกำลังอยู่ ตามรูปถัดมา รูปลำดับที่ ๒ ที่วงสีน้ำเงินไว้ให้นั่นแหละ

ในแต่ละเรื่องนั้น หากมีเรื่องย่อยๆ ซอยลงไปอีก ซึ่งต้องมีแน่แน่ ก็จะปรากฏ แถบนำทาง ด้านขวามือ ตามในรูป อีกรูปนึง รูปลำดับที่ ๓ ที่ทำวงสีเขียวๆไว้นั่นแหละครับ

ท่าน กลับมาหน้าหลักได้ จาก มุมซ้าย ที่เขียนว่า กากกัมมันตรังสี นั่นแหละ กดเข้าไปเหอะ
เอกสารย่อย ด้านซ้ายมือ

รูปฉากหลัง ตรงกับแถบเนวิเกเตอร์หลักนั่น ใครทราบมั่งหละ ว่า ที่ไหน รูปอะไร บอกถูก มีรางวัลลล ให้
คริคริ

ลืมไป ขอเรียนเชิญ ได้เลยครับ โน่น บ้านน้อกบ้านนอก และเฉพาะสำหรับชาว สทน. ไม่ต้องไปไกล ให้เขามาได้เลยที่ บ้านกัมมันตรังสี

Wednesday, July 20, 2011

Knowledge Management

อีกครั้ง ที่ต้องแวะเวียนมาพาดพิงถึงเรื่องนี้ ไม่ได้อวดเก่งอะไรหรอก เพียงแต่ทราบว่ามีโปรแกรมทำนองนี้อยู่ใน port ที่ต้องเรียกใช้ผ่าน zope ในบางรุ่นเท่านั้นเอง ซึ่งนับเป็นข้อจำกัดอย่างหนึ่ง แต่ถึงอย่างนั้น ก็มีคุณค่าให้ต้องแนะนำ เพราะใช้ได้ทั้งการสร้าง FAQ, KM, และ how to

zope เป็นอีกเทคโนโลยีหนึ่ง ตามที่พี่ ว.ณ. สุราษฎร์ธานี บอกมายังงั้น และ จะว่าไป ที่มีใน port ของ FreeBSD นั้น เก่ามาก แทบจะล้าสมัยไปแล้วก็ได้ แต่ยังคงอยู่ใน port ให้ได้ใช้อยู่ ก็ นับว่าเป็นส่วนดีของคณะทำงานของเขา ที่รักษาไว้ เก็บไว้ให้ได้ใช้งาน

ในการติดตั้ง zope ผ่าน port นั้น เมื่อ make install แล้ว ต้องสร้าง instance ต่อมาเลยทันที และให้รีบปรับแฟ้ม configuration ของ zope เลยทันทีเช่นกัน รวมทั้งเพิ่มเพิ่งตัวแปรสำหรับการ start up ในตอนเปิดเครื่องด้วย

เมื่อเสร็จกิจจำเพาะดังกล่าวแล้ว จึงให้ไปติดตั้ง knowledgekit ในบัดเดี๋ยวนั้นเลย ทั้งนี้เพราะเราต้องตามไปดูว่า ใน import ของ instance ที่เราเพิ่งกำหนดไปในคราวติดตั้ง zope นั้น มีเอกสารที่ knowledgekit บอกไว้หรือไม่

ซึ่งต้องมี

จากนั้น ให้ start zope แล้วใช้ web browser ตัวโปรดของท่าน เรียกไปที่ http://localhost:8080/manage ซึ่งตอนนี้ ท่านต้องกรอก ชื่อ/ระหัสลับ ที่ท่านได้กำหนดไว้แล้วเมื่อครั้งติดตั้ง zope ในตอนสร้าง instance นั้นไปให้ตรงกัน ท่านจะพบกับหน้าจัดการตามรูป
และขอให้สังเกตุ แถบเมนูด้านล่าง โดยเฉพาะคำ Import/Export นั้นไว้ ให้จดจำไว้ว่าต้องใช้บริการของเขา

ในรูป นั้น ผมได้วงแดงไว้ตรง frame ด้านซ้ายมือนั้น ให้ท่านกดไปตรงคำว่า Products และใน frame ใหม่ด้านขวามือ ซึ่งกินเนื้อที่ส่วนใหญ่ของจอภาพ ให้ท่านกดไปตรงแถบเมนูด้านล่าง ในเมนู Import/Export

และในหน้าใหม่บริเวณส่วนล่างจอภาพ ให้กดที่ drop box selection ของ ส่วน Import ตรง Import file name นั่นแหละครับ แล้วกรอก KnowledgeKit ไปเขาจะเติมเต็มช่อให้เอง จากนั้นให้กด Import ต่อไปเลย ที่เหลือ ก็น่าจะเข้าใจง่ายๆแล้ว Id นั้นต้องจำเพาะ ซ้ำกันไม่ได้ title ก็บรรยายรายละเอียดเท่าที่จำเป็นไป

ท่านไม่สมควรได้รับข้อผิดพลาดอันใด

ให้กลับไปที่ Root Folder จะโดยวิธีกดที่ / ในหน้าใหญ่ของจอภาพ หรือ เลือกกดที่คำ Root Folder ตรง frame เล็กด้านซ้ายมือของจอภาพก็ได้

ในหน้าถัดมา ตรงบริเวณส่วนใหญ่ของจอภาพนั้น จะมี drop box selection menu ให้กดไป แล้วสังเกตุดู ท่านสมควรพบกับ FAQ base, Knowledge base, How to

สำเร็จ ยินดีด้วยครับ และแนะให้ลองด้วยการสร้าง FAQ ขึ้นมาดู แม้จะดูเทอะทะไปบ้าง แต่ บรรลุวัตถุประสงค์ คือได้ FAQ และให้บริการผ่าน internet ได้ทันที

Thursday, June 16, 2011

FreeBSD: ports -->Zope

ขอแนะ ไม่ใช้ของใหม่หรอก เคยลงไว้ในนี้แหละ นานแล้ว เรื่องในทำนอง customized ports ของ FreeBSD ให้ลงในที่อื่น ต่างจากที่กำหนดไว้ เชิญหาอ่านเอาได้จาก ที่นี่ และ อีกที่ คราวนี้ ก็เกิดเรื่องให้ต้องลงในโฮม ดูบ้าง และก็รู้สึกว่า หากทำแล้ว ไม่เขียน แต่ทิ้งไป ก็ เสียดาย

เรื่องที่ว่า ก็ เรื่องของ zope ที่เอามาเขียนรายงาน โดยไม่ต้องใช้ กระดาษเขียนรายงาน ให้สมกับทีุ่คยอวดศักดา อวดชาวบ้าน หรือโกหกชาวบ้านนั่นแหละ ว่า เป็น paperless office ทั้งที่โดยแท้จริงแล้ว รายงานที ก็ มีกระดาษาให้ซาเล้งได้ตัง เอากระดาษไปขายที

แต่จะว่าโกหก ก็คงไม่เต็มคำ ขอถอนข้อความน่ะ เพราะ paperless คือหมายถึง กระดาษน้อย ก็ได้ เน้าะจิ๋มเน้าะ

มะไฟ ลง zope จาก ports ใน category www ลงแล้ว มันยังทะแม่งๆ เวลาพูดกับพี่ ว.ณ. สุราฯ ที ก็ต้อง ปรับสมองหลายๆที เพราะพี่เขาเล่นลงเอาเอง ไม่ได้ใช้ ports แต่อย่างไร ที่สำคัญ พี่เขาใช้ OpenBSD เอาซะอีก

วิธีก็ไปอ่าน Makefile ในนั้น ใน /usr/ports/www/zope/Makefile แล้วดูว่า ทำไมลงแล้วมันต้องไปอยู่ที่ /usr/local/www/zope และชื่อผู้ใช้ ทำไมมันต้องเป็น www และ ...ฯลฯ

ก็ได้ดวงตาเห็นธรรมขึ้นมาทันควัน

/usr/local นั่นคือค่า --prefix ที่ FreeBSD ports ใช้ ดังนั้น หากอยากให้ลงที่ /home/motorc สมมติน่ะ ก็กำหนดให้ค่า --prefix=/home/motorc ไป ค่าอื่นๆ ก็เช่นกัน

สรุปสำหรับ zope ที่ลง ให้กำหนดค่าต่างต่างดังนี้ , อ้อ ท่านต้องเป็น root น่ะระหว่างที่ลง

# setenv ZOPE_USER motorc
# setenv WEBBASEDIR Live
# setenv SZOPEBASEDIR ${WEBBASEDIR}/MIK
# setenv INSTANCENAME Jotawski
# setenv PREFIX /home/motorc/Zope

จากนั้น เมื่อจะลงก็เพียงแค่สั่ง

# cd /usr/ports/www/zope
# make
# make install
# make instance

แล้วก็ แก้ไขแฟ้มต่างๆ ที่เขาแนะนำในตอนท้ายของแต่ละช่วงๆนั้นๆไป

ที่สำคัญ คือท่านต้องเพิ่ม user ที่ชื่อ motorc ลงไปในระบบด้วย ท่านจะกำหนดเป็นอย่างอื่นก็ได้ ไม่ต้องแปลกใจหรอก motorc ก็มาจาก มอเตอร์ไซด์รับจ้างนั่นแหละ ที่วิ่งหน้าหมู่บ้าน หรือ หน้าปากซอย ทุกซอยนั่นแหละ วินปากซอย หรือ เรียกสั้นๆว่า วิน ซึ่งพ้องเสียงกับ  windows นั่นแหละ ไม่ได้มีความหมายอะไรมาก

และเมื่อแก้ไขแฟ้มทุกแฟ้มแล้ว อย่าลืม เปลี่ยน owner ให้เป็น motorc ทุกแฟ้มที่ได้ลงไปนั้นด้วย ดังนี้

# chown -R motorc:motorc /home/motorc/Zope/

อนึ่ง ถ้าหากประสงค์ที่จะลง startup script เอาไว้ให้มันวิ่งเองทุกครั้งที่เปิดเครื่อง ก็พอเดาออกน่ะว่า จะเอาแฟ้มพวกนั้น จากตรงไหน ไปไว้ที่ /usr/local/etc/rc.d/

ครับ ใช่เลย เอาจาก /home/motorc/Zope/etc/rc.d ไป เพราะปกติ แฟ้มพวกนี้ จะอยู่ที่ /usr/local/etc/rc.d เมื่อเรากำหนด PREFIX=/home/motorc/Zope แล้วแฟ้มพวกนั้น ก็ต้องอยู่ใน etc/rc.d เมื่อเทียบกับ PREFIX นั่นเอง

ขอให้โชคดีทุกท่าน ในวันพระนี้

บ้านกัมมันตรังสี

ระหว่างพักตาที่บ้าน ก็ไม่รู้จะทำอะไร จะเฉยๆก็อายตัวเอง เลยปลุกปล้ำกับศพ เอ้ย zope โดยได้รับคำแนะนำอันดี จาก ยออดคนจากเมืองคนดี อ. วิริยะ กลิ่นเสาวคนธ์ จาก สุราษฎ์ธานี

ขอเรียนเชิญที่ บ้านกัมมันตรังสี เข้ายาก-ช้า ประการใด ขออภัยด้วย เพราะต่อด้วย เน้ตบ้าน จากเครื่อง Notebook core i5 64 bits พื้นๆ และใช้บริการของ dynamic DNS ซึ่งของฟรีทั้งนั้น ยกเว้น notebook กับค่าบริการอินเตอร์เน้ตของ ต้อต

เขียนสดสด

View My Stats