ในอักโกสกสูตร เรื่องมีว่า
พระพุทธองค์โดนพราหมณ์ด่า ชนิดที่เรียกว่า ด่าและบริภาษด้วยวาจาหยาบคาย มิใช่ของสัตบุรุษ พระองค์ทรงนั่งนิ่งเฉย สงบ เมื่อพราหมณ์ด่าจบ จึงถามขึ้นว่า
พราหมณ์ ที่บ้านท่านมีแขกไปใครมารึเปล่า
มีซิ
เออ เวลาแขกมาเยี่ยม ท่านเอาอะไรต้อนรับเขา
ก็เอาน้ำท่า ของขบเคี้ยวมาต้อนรับเขาซิ
ถ้าแขกนั้น ไม่กินของต้อนรับของท่าน แล้วของนั้นจะเป็นของใคร
ก็ตกเป็นของข้าพเจ้าตามเดิมซิ
พระองค์ตรัสตอบไปว่า
เช่นเดียวกันแหละ พราหมณ์ ท่านด่าเราด้วยคำหยาบคายมากมาย เราไม่รับคำด่านั้น คำด่านั้น ก็คงตกเป็นของท่านซิน่ะ
พระองค์ตรัสต่อไปว่า
| วัดสนามเหนือ ปากเกร็ด |
ผู้ที่โกรธตอบคนที่ด่า เลวกว่าคนด่าเสียอีก คนที่ไม่โกรธตอบคนที่ด่า นับว่าชนะสงครามที่เรียกว่า ชนะได้แสนยาก คนที่มีสติยับยั้งชั่งใจ ไม่โกรธเวลาเขาด่า นับว่าได้ทำประโยชน์ทั้งแก่ตนและผู้อื่น แต่คนเช่นนี้ คนที่ไม่เข้าถึงธรรมมักจะหาว่าเป็นคนโง่
พราหมณ์ สำนึกผิดขอขมาพระพุทธเจ้าแล้วทูลขอบวชเป็นสาวกของพระองค์
มะไฟ ตัดทอนอย่างย่นเอามาแต่เพียงเท่านี้
เพื่อนๆท่านใดเคยโดนด่าบ้างหละ หรือ เคยด่าใครบ้างมั้ย ไม่ต้องการคำตอบหรอกครับ
แต่ อยากบอกว่า วจีกรรม นั้น นับเป็น ๑ ใน ๓ ของ กรรม คือ มโนกรรม วจีกรรม กายกรรม หากดี ก็นับว่าเป็น สุจริต หรือ กุศลกรรม หากไม่ดี ก็นับว่าเป็น ทุจริต หรือ อกุศลกรรม และใน ศีล ๕ นั้น วจีกรรม ก็เป็นหนึ่งที่ควรงดเว้น
แต่ความจริงคือ คนที่ทนได้นั้น หาได้น้อย ปกติ เวลาถูกด่า มักจะด่าตอบ เป็นแม่ค้าไปซะงั้น ถ้าท่านอยากเป็นคนดี ก็อย่าได้โกรธเวลาโดนด่า และ อย่าไปด่าเขาเลยเป็นดีที่สุด
ตรงไปตรงมาดี