สังสารวัฏ วัฏสงสาร
หลายท่านคงเคยได้ยินมาบ้าง ทะเลทุกข์ไร้ขอบเขต กลับใจคือฟากฝั่ง
ลองนึกดู หากเราว่ายน้ำท่ามกลางทะเลที่มองไม่เห็นฝั่ง จะเหนือยยากลำบากใจสักเพียงใด ที่สำคัญ เมื่อไรจึงจะหยุดได้ซะทีเพราะหยุดว่ายก็เท่ากับฆ่าตัวตาย ... จมน้ำตาย
เหตุนี้ปราชญ์ท่านจึงเปรียบทะเลดั่งทุกข์ ทุกข์ที่สรรพสัตว์ต่างแหวกว่ายอยู่ไม่หยุด
แต่การได้ขึ้นฝั่ง คือการหยุดเวียนว่ายท่ามกลางทะเลทุกข์นั้น
แล้วทุกข์อยู่ที่ใด ท่านว่า ในใจนั่นแลคือทุกข์คือทะเลแห่งทุกข์ การกลับใจไม่วนเวียนในเรื่องร้าย ก็เท่ากับหยุดวนเวียนทำชั่ว เมื่อหยุดทำบาปกรรม ความดีย่อมปรากฏ ท่านจึงเปรียบเปรยว่า กลับใจคือฟากฝั่ง ฉะนี้แล
ทว่า คนเราจะหยุดทำชั่วได้ฤๅ เพราะต่างก็คิดว่าตนเองทำดีกันทั้งนั้น จริงอยู่ ฅน ไม่ใช่ม้าที่พันธุ์ดี คอกดี คนเลี้ยงดีถึงจะดีได้
แต่ คนเรานี่แหละ ก็ยังต้องการ สติ ไม่ว่าจากใครก็แล้วแต่ ต้องการเพื่อเตือนตนเองว่า ที่ทำลงไปนั้น ดี หรือ เลว
ดั่งนี้แล้ว การหยุดมองความจริงด้วยสติปัญญาอันแจ่มใส จึงเปรียบเสมือนการได้ขึ้นฝั่งฉะนั้น
พูด หรือ เขียน น่ะง่าย แต่กระทำยาก ข้อนี้ต่างหากที่หลายๆท่านเพียรใช้เป็นข้อบ่ายเบี่ยง ไม่ยอมสำรวจตนเอง เพือทำดี
ยากน่ะจริง ยอมรับ เพราะไม่งั้นโลกคงอุดมด้วยอริยบุคคล
นั่นคือ ฅน หรือ ที่สะกดกันเป็น คน
แต่องค์กร หรืองานการที่ทำ คงไม่ยากป่านนั้น เพราะต่างก็ตระหนักแก่ใจดีเองว่า ที่ทำลงไปนั้น ดี หรือ เลว สำเร็จ หรือ ล้มเหลว
เพราะของพรรค์นี้ดูง่าย เพียงแต่จะยอมรับความจริงกันรึเปล่า เท่านั้นเอง รึจะเถึยง
ยอมรับความจริงนี่ ยากจริงๆ บางท่านถึงกับว่า
เฮ่ย ยอมรับก็เท่ากับแพ้ซิว่ะ
เป็นซะงั้นไป อันที่จริงก็แพ้อยู่แล้วดันไม่ยอมรับไปเสียด้ายย
ความจริง เป็นสิ่งที่ยอมรับกันยากนักรึไงก็ไม่รู้ซิน่ะ เวลาที่สำรวจตัวเองทีไร จึงมักจะนึก คิด ไปเองว่าตนเองยอดเยี่ยม ทีเรื่องที่เป็นเหตุให้อีกฝ่ายเดือดร้อน, ก็จุดอ่อนนั่นแหละน่า, กลับไม่ยักกะเอามาคิด
เอาล่ะเรากลับมาสู่โลกแห่งควาจริงกันซะที เพ้อเจ้อมากพอแล้ว
แต่ อืมมม อันที่จริงที่จะนำเสนอก็หนีไม่พ้นเรื่องของความจริงอยู่ดี การสำจวรตนเองเพื่อหาจุดแข็งจุดอ่อนโอกาสและอุปสรรค
หรือภาคภาษาฝรั่งว่า swot นั่นน่ะ
ในประเด็นนี้ อยากจะ...เช็ดให้สะอาดซะทีเถอะ ใครจะว่าปากจัดก็ยอมรับล่ะ กับการที่มักจะพูดว่า เป็นหน่วยงานเดียว ไม่มีคู่แข่งน่ะ ขอให้เลิกคิดซะที แม้ว่าความจริงที่ปรากฏจะเห็น จะเป็นเช่นนั้นก็ตาม แต่ที่จริงแท้ไปกว่านั้นก็คือ ผู้คนอื่นเขายังไม่รู้ต่างหาก ก็คือ เขายังไม่มีความจำเป็นต้องมาเสียเงินทองลงทุนต่างหาก ถึงได้โดดเดี่ยวมาจนทุกวันนี้
ภาคภูมิใจมากนักหรือกับการที่ได้เป็นหน่วยงานเดียวของรัฐน่ะ การที่เป็นหน่วยงานเดียว มิได้หมายถึงว่าไม่มีคู่แข่งหรอกน่ะ ผู้อื่นเขาพร้อมเมื่อไร ที่คิดว่าหน่วยงานเดียวน่ะ มีเพื่อนเพียบแน่ๆ ไม่เงียบเหงาหรอก ครานี้แหละ ได้รู้ดีรู้แย่กันเสียทีรับรองได้เลย
การเป็นหน่วยงานเดียวของรัฐนั้น หากตั้งมาเองเป็นการภายในเพื่อสะดวกในการบริหารงาน แต่ไม่มีอำนาจในการปฏิบัติภายนอกองค์กร ก็เท่ากับว่า หน่วยงานเถื่อนเมื่อออกมาทำงานข้างนอก ขอให้ไปดูให้ดีเถิดขอบข่ายของอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ มีอยู่เท่าใด ที่มีอยู่ทำให้ท่านสามารถปฏิบัติงานได้ทั่วราชอาณาจักรหรือไม่
ที่สำคัญ ท่านภูมิใจในความเป็นหนึ่งของท่าน แต่ลูกค้าท่าน หรือผู้ที่ท่านต้องไปติดต่อด้วยนั้น เขารู้จักท่านหรือ
จะอายไหม ถ้าลูกค้ารบกวนให้ท่านทบทวนบทบาทและหน้าที่ของท่านให้เขาฟัง ในกรณีที่เชาสงสัยถึงความเป็นมาของท่าน
รึจะเอาแต่หัวเราะยามที่มีคนพูดว่า ...เมื่อสี่สิบปีที่แล้วนั่งรถไฟผ่าน... ปัจจุบันแม้จะขี่เครื่องบินบินผ่านก็ยังไม่รู้จักอยู่ดี อะไรทำนองนี้ ท่านอาจจะขำ แต่ มะไฟ ขำไม่ออก
ยอมรับความจริงกันเสียเถิดเพื่อนเอ๋ย
ตวามจริง เป็นยาวิเศษที่รักษาได้ทุกอาการเจ็บไข้ได้ป่วย
ความจริงเป็นที่ปรึกษาปัญหาได้ทุกเรื่อง
ยิ่งในเรื่องของการวางแผนด้วยแล้ว ความจริง เป็นสิ่งทีต้องการอย่างยิ่ง การวางแผนที่ดี ได้ผลตามต้องการนั้น นอกเหนือไปจากความสามารถของผู้ปฏิบัติแล้ว ความจริงที่ใช้ประกอบการวางแผนก็นับเป็นองค์ประกอบหนึ่งของความสำเร็จได้ ... ฝันที่เป็นจริง
การปฏิเสธความจริง ย่อมทำให้กำหนดการต่างๆในแผนการผิดพลาดคลาดเคลื่อนไปได้ หากได้วางแผนไปแล้ว
การปฏิเสธความจริง ย่อมนำไปสู่การวางแผนที่ผิดพลาด และแผนที่ผิด ย่อมนำความหายนะมาสู่องค์กร ซึ่งก็หมายเอาถึงความย่อยยับของผู้คนในองค์กรนั้นๆด้วยเช่นกัน แต่ผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดย่อมหนีไม่พ้นผู้นำองค์กรไปได้ เพราะจะกลายเป็น
ผู้ที่ฝันเฟื่อง หมดความเชื่อถือจากสังคมนั้นๆไป
รู้ทั้งรู้อยู่ แต่ก็มักจะมีผู้ปฏิเสธความจริงอยู่เนืองๆ รึว่าอยากจะบ้ากันนักก็ไม่รู้ซี
ที่ร่ายยาวมาก็เพียงแต่อยากจะเตือนว่า ประดาที่คิดว่า เข้าถึง นั้น แท้จริงแล้ว ถึง อะไร ได้อะไรกับการไปม้าสเต้อมาย คนใหญ่ คนโต ระดับผู้นำนั้นหนะ หากพังมา ท่านก็พังด้วย และที่สำคัญ ถ้าท่านม้าสเต้อมายเขาได้ คุ้มไหมกับการลงทุน
โธ่ คนอย่างนั้นท่านยังชักจูงได้ แล้วมันจะมีอะไรเหลือกันเล่า
ฮาาาาา
ก๊ะบ่อฮู่ว่า ไผคือไผ
Showing posts with label vision. Show all posts
Showing posts with label vision. Show all posts
Wednesday, October 31, 2007
Monday, October 22, 2007
Thumb drive's vision
thumb drive เป็นเลิศ คุ้มค่า
ปัจจุบันนี้ หากถามว่าใครไม่รู้จัก thumb drive มั่ง ก็ดูออกจะเชยมากๆ คือ คำถามนั่นแหละ เชย
ทำไดร้ฝ ถูกใช้งานแพร่หลายในวงการคอมพิวเตอร์ แม้กระทั่งผู้ที่วันๆแทบไม่ได้แตะคอมพิวเตอร์ ยังต้องหา ทำไดร้ฝ มาไว้ประจำตัวเลย
กันข้อกล่าวหาว่า เชย หนึ่งล่ะ สะดวกในการถ่ายโอนข้อมูลระหว่างเครื่อง หนึ่งล่ะ ขนาดเล็กกะทัดรัดพกพาสะดวกว หนึ่งล่ะ
สามประการนี้ก็อีนั้ฝแอ่นซับฟิตแล้วที่จะมีไว้ประจำตัว ยิ่งทุกวันนี้ ราคาถูกมาก ประมาณ ๓๐๐ บาทก็ได้ทำไดร้ฝขนาด ๑ กิ้ก มาแล่ว ใครมั่งไม่ยากได้ แค่สามร้อยบาทเอง ก็ได้ ๑ กิ้ก มาประจำตัว
มองในแง่ความคุ้มค่า คุ้มครับ ใช้คุ้มเลย แต่ถ้าพิจารณาให้ดีๆ จะพอมองเห็นมั่งแหละว่า บางครั้ง หรืออาจจะบ่อยครั้ง ทำไดร้ฝ มันทำให้เราปวดหัวได้เหมือนกัน ตรงที่เครื่องประจำตัวมันติดไวรัสจากทำไดร้ฝ (ไวรัสจริงๆน่ะ ไม่ใช่ประเภทที่เล่ากันขำๆว่า ลูกถามพ่อว่าลูกเกิดมาจากไหน แล้วพ่อตอบลูกว่า ตอนนั้นแม่กำลังเล่นคอมพ์แล้วดาวโหลดอะไรอยู่ก็ไม่รู้ แล้วติดไวรัสมาฯลฯ อะไรทำนองนี้) แต่ก็เอาเถอะ ไวรัส ไม่ใช่ประเด็นหลัก เพราะทั่วไปก็ใช้งานกับเครื่องที่วางไว้สำหรับงาน presentation กันอยู่แล้ว และเครื่องนั้นก็อุดมไวรัสอยู่ จะเสียหายอะไรหากจะเพิ่มของเราไปอีกสักห้าหกตัว ยิ่งถ้าเราต้องไปนำเสนองานยังต่างประเทศด้วยแล้ว คุ้มเกินคำบรรยายเลย
ใช้งานแบบนี้ คุ้มครับ เกินคุ้มเสียด้วยซ้ำไป ทำไดร้ฝเป็นเลิศ
เราย้อนมามองภายในองค์เรามั่ง อย่างที่ทราบกันดีว่า แทบทุกคน มีทำไดร้ฝประจำตัว แล้วเขาใช้งานคุ้มไหม?
ก็เขาใช้งานแบบที่ว่าข้างบนนั้น ไม่คุ้มหรือไร หลายท่านคงนึกตอบในใจแบบนี้ แถมทำปากขมุบขมิบอีกต่างหาก น่าอยู่หรอก รู้ๆอยู่ยังมาถามรวนกันได้
แล้วเคยทราบมั่งรึเปล่าว่า ในแต่ละองค์กรนั้น มีระบบ LAN -- Local Area Network -- อยู่ซึ่งการถ่ายโอน หรือ สำเนาแฟ้ม สามารถกระทำได้โดยง่าย เพียงแค่ แดร็ก แอนด์ ดร้อบ จากเครื่องต้นทางเท่านั้น แฟ้มก็จะไปปรากฏในเครื่องปลายทางทันที ไม่ต้องลำบากลุกจากที่นั่ง วิ่ง หรือ เดิน ไปไหนเลย หรือแค่กดปุ่ม keyboard สองสามปุ่มเท่านั้น ก็สำเร็จผลตามความประสงค์แล้ว
ฮื่อ ใช่แล้ว แฟ้มไปอยู่ที่โน่นแล้ว
อีหรอบนี้ ทำไดร้ฝ คงไม่มีความหมายล่ะซิท่า? เป็นคำถามกึ่งประชดประชันของผู้ที่นิยมของใหม่ๆ
ทำนองนั้น เป็นคำตอบที่ทำเอาผู้ถามสะบัดหน้าหนีด้วยความขุ่นเคือง แต่ก็ไม่วายทิ้งหางตาฝากไว้ ชนิดที่ผู้ตอบหนาวสะท้าน
ในความเป็นจริง เป็นอย่างนี้แหละ เรามักทำอะไรง่ายๆเสมอๆ โดยลืมนึกไปว่า สิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านั้น มันจำเป็นต้องมีไว้ใช้หรือไม่ และก็ทำงานซ้ำซ้อนกันด้วยความลืมตัวแบบนี้ประจำ โดยนึกว่าหรู โก้ ที่มีของใหม่ไว้ใช้เสียมากกว่า
ดูๆไปแล้ว องค์กรโง่หรือเปล่า ที่ลงทุนตั้งสามสี่สิบล้านบาท หรือ บางที่ก็เรือนร้อยล้านบาท เพื่อวางระบบ LAN แต่ผู้ใช้งานกลับแก้ปัญหาของเขาด้วยเงินเพียง สามสี่ร้อยบาท มิพักต้องพึ่งพา networking แต่ประการใด ?
ยอ มี ตั่ง
ยัง มอง ขยัก สี
เตยหล่อ ต่อเลย
กับคำถามก่อนจบขยักแรก พอจะตอบกวนๆได้ว่า ผู้ใช้เขาก็ใช้แลนอยู่หรอก แต่คนละนัย คือแทนที่จะเป็น Networking ก็เป็น Not working ไปเสีย หรือไม่ก็ Net walking ไปซะงั้น จะไปว่าเขาไม่มีกมปีเต้นซิก็ไม่ได้ คนวางแลนเองต่างหาก ที่ไม่ดูตาม้าตาเรือว่า ผู้ใช้งาน เขาต้องการอะไร
คิกคิก
ทำไดร้ฝเป็นเลิศ
ก็เมื่อเป็นอย่างนี้เสียแล้ว มันคุ้มไหม คุ้มค่าไหม กับวงแลนที่วางไว้?
คงไม่จำเป็นต้องตอบ เพราะในชีวิตจริงก็เห็นๆกันอยู่ว่าเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อใช้ internet เท่านั้น และอันที่จริงกว่านั้นคือ เปิดเครื่องเพื่อรับ ไวรัส จาก internet นอกเหนือไปจากการดูผลฟุตบอลต่างประเทศ ดูผลสลากกินแบ่ง ดู SET index เสียล่ะมากกว่า ซึ่งแต่ละกรณี ไม่เกี่ยวกับงานในหน้าที่เลย
ก็พอมีบ้าง ที่ใช้ในงาน เท่าที่เห็นคือเปิดยะฮูอ่านอีเมล์ที่ใช้ในงานจริงๆ เช่นจัด work shop ที ก็วุ่นกับเรื่องเหล่านี้ที
เอ๋ แล้ว อีเมล์ของโดเมนขององค์กรล่ะ
ก็บอกแล้วว่าน้อตเวิร์คกิ้ง ฮึ
นี่ขนาด local area เรายังใช้ไม่คุ้ม หรือ แทบจะหาความเป็นเลิศไม่ได้ ก็เหลือฝันที่จะบอกว่า ระดับชาติ จะ สุดยอด ได้
อ้าว แล้วที่บอกว่า ....เป็นเลิศ หรือ เป็นผู้นำด้าน..... ประดานั้นล่ะ?
ทำดาว (thumb down) ไปก่อนเถอะ วิสัยทัศน์อย่างนั้นหนะ สมควรเป็นวิไสยทัศน์มากกว่ามั้ง
ปัจจุบันนี้ หากถามว่าใครไม่รู้จัก thumb drive มั่ง ก็ดูออกจะเชยมากๆ คือ คำถามนั่นแหละ เชย
ทำไดร้ฝ ถูกใช้งานแพร่หลายในวงการคอมพิวเตอร์ แม้กระทั่งผู้ที่วันๆแทบไม่ได้แตะคอมพิวเตอร์ ยังต้องหา ทำไดร้ฝ มาไว้ประจำตัวเลย
กันข้อกล่าวหาว่า เชย หนึ่งล่ะ สะดวกในการถ่ายโอนข้อมูลระหว่างเครื่อง หนึ่งล่ะ ขนาดเล็กกะทัดรัดพกพาสะดวกว หนึ่งล่ะ
สามประการนี้ก็อีนั้ฝแอ่นซับฟิตแล้วที่จะมีไว้ประจำตัว ยิ่งทุกวันนี้ ราคาถูกมาก ประมาณ ๓๐๐ บาทก็ได้ทำไดร้ฝขนาด ๑ กิ้ก มาแล่ว ใครมั่งไม่ยากได้ แค่สามร้อยบาทเอง ก็ได้ ๑ กิ้ก มาประจำตัว
มองในแง่ความคุ้มค่า คุ้มครับ ใช้คุ้มเลย แต่ถ้าพิจารณาให้ดีๆ จะพอมองเห็นมั่งแหละว่า บางครั้ง หรืออาจจะบ่อยครั้ง ทำไดร้ฝ มันทำให้เราปวดหัวได้เหมือนกัน ตรงที่เครื่องประจำตัวมันติดไวรัสจากทำไดร้ฝ (ไวรัสจริงๆน่ะ ไม่ใช่ประเภทที่เล่ากันขำๆว่า ลูกถามพ่อว่าลูกเกิดมาจากไหน แล้วพ่อตอบลูกว่า ตอนนั้นแม่กำลังเล่นคอมพ์แล้วดาวโหลดอะไรอยู่ก็ไม่รู้ แล้วติดไวรัสมาฯลฯ อะไรทำนองนี้) แต่ก็เอาเถอะ ไวรัส ไม่ใช่ประเด็นหลัก เพราะทั่วไปก็ใช้งานกับเครื่องที่วางไว้สำหรับงาน presentation กันอยู่แล้ว และเครื่องนั้นก็อุดมไวรัสอยู่ จะเสียหายอะไรหากจะเพิ่มของเราไปอีกสักห้าหกตัว ยิ่งถ้าเราต้องไปนำเสนองานยังต่างประเทศด้วยแล้ว คุ้มเกินคำบรรยายเลย
ใช้งานแบบนี้ คุ้มครับ เกินคุ้มเสียด้วยซ้ำไป ทำไดร้ฝเป็นเลิศ
เราย้อนมามองภายในองค์เรามั่ง อย่างที่ทราบกันดีว่า แทบทุกคน มีทำไดร้ฝประจำตัว แล้วเขาใช้งานคุ้มไหม?
ก็เขาใช้งานแบบที่ว่าข้างบนนั้น ไม่คุ้มหรือไร หลายท่านคงนึกตอบในใจแบบนี้ แถมทำปากขมุบขมิบอีกต่างหาก น่าอยู่หรอก รู้ๆอยู่ยังมาถามรวนกันได้
แล้วเคยทราบมั่งรึเปล่าว่า ในแต่ละองค์กรนั้น มีระบบ LAN -- Local Area Network -- อยู่ซึ่งการถ่ายโอน หรือ สำเนาแฟ้ม สามารถกระทำได้โดยง่าย เพียงแค่ แดร็ก แอนด์ ดร้อบ จากเครื่องต้นทางเท่านั้น แฟ้มก็จะไปปรากฏในเครื่องปลายทางทันที ไม่ต้องลำบากลุกจากที่นั่ง วิ่ง หรือ เดิน ไปไหนเลย หรือแค่กดปุ่ม keyboard สองสามปุ่มเท่านั้น ก็สำเร็จผลตามความประสงค์แล้ว
ฮื่อ ใช่แล้ว แฟ้มไปอยู่ที่โน่นแล้ว
อีหรอบนี้ ทำไดร้ฝ คงไม่มีความหมายล่ะซิท่า? เป็นคำถามกึ่งประชดประชันของผู้ที่นิยมของใหม่ๆ
ทำนองนั้น เป็นคำตอบที่ทำเอาผู้ถามสะบัดหน้าหนีด้วยความขุ่นเคือง แต่ก็ไม่วายทิ้งหางตาฝากไว้ ชนิดที่ผู้ตอบหนาวสะท้าน
ในความเป็นจริง เป็นอย่างนี้แหละ เรามักทำอะไรง่ายๆเสมอๆ โดยลืมนึกไปว่า สิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านั้น มันจำเป็นต้องมีไว้ใช้หรือไม่ และก็ทำงานซ้ำซ้อนกันด้วยความลืมตัวแบบนี้ประจำ โดยนึกว่าหรู โก้ ที่มีของใหม่ไว้ใช้เสียมากกว่า
ดูๆไปแล้ว องค์กรโง่หรือเปล่า ที่ลงทุนตั้งสามสี่สิบล้านบาท หรือ บางที่ก็เรือนร้อยล้านบาท เพื่อวางระบบ LAN แต่ผู้ใช้งานกลับแก้ปัญหาของเขาด้วยเงินเพียง สามสี่ร้อยบาท มิพักต้องพึ่งพา networking แต่ประการใด ?
ยอ มี ตั่ง
ยัง มอง ขยัก สี
เตยหล่อ ต่อเลย
กับคำถามก่อนจบขยักแรก พอจะตอบกวนๆได้ว่า ผู้ใช้เขาก็ใช้แลนอยู่หรอก แต่คนละนัย คือแทนที่จะเป็น Networking ก็เป็น Not working ไปเสีย หรือไม่ก็ Net walking ไปซะงั้น จะไปว่าเขาไม่มีกมปีเต้นซิก็ไม่ได้ คนวางแลนเองต่างหาก ที่ไม่ดูตาม้าตาเรือว่า ผู้ใช้งาน เขาต้องการอะไร
คิกคิก
ทำไดร้ฝเป็นเลิศ
ก็เมื่อเป็นอย่างนี้เสียแล้ว มันคุ้มไหม คุ้มค่าไหม กับวงแลนที่วางไว้?
คงไม่จำเป็นต้องตอบ เพราะในชีวิตจริงก็เห็นๆกันอยู่ว่าเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อใช้ internet เท่านั้น และอันที่จริงกว่านั้นคือ เปิดเครื่องเพื่อรับ ไวรัส จาก internet นอกเหนือไปจากการดูผลฟุตบอลต่างประเทศ ดูผลสลากกินแบ่ง ดู SET index เสียล่ะมากกว่า ซึ่งแต่ละกรณี ไม่เกี่ยวกับงานในหน้าที่เลย
ก็พอมีบ้าง ที่ใช้ในงาน เท่าที่เห็นคือเปิดยะฮูอ่านอีเมล์ที่ใช้ในงานจริงๆ เช่นจัด work shop ที ก็วุ่นกับเรื่องเหล่านี้ที
เอ๋ แล้ว อีเมล์ของโดเมนขององค์กรล่ะ
ก็บอกแล้วว่าน้อตเวิร์คกิ้ง ฮึ
นี่ขนาด local area เรายังใช้ไม่คุ้ม หรือ แทบจะหาความเป็นเลิศไม่ได้ ก็เหลือฝันที่จะบอกว่า ระดับชาติ จะ สุดยอด ได้
อ้าว แล้วที่บอกว่า ....เป็นเลิศ หรือ เป็นผู้นำด้าน..... ประดานั้นล่ะ?
ทำดาว (thumb down) ไปก่อนเถอะ วิสัยทัศน์อย่างนั้นหนะ สมควรเป็นวิไสยทัศน์มากกว่ามั้ง
Subscribe to:
Posts (Atom)