ในช่วงต้นเดือน พฤศจิกายน ๒๕๕๕ นี้ มีงานออกพรรษา และระหว่าง ๓-๔ พย ก็ได้ไปทอดกฐินออกพรรษา แม้ว่าพี่ชาญ หรือพี่หน่อย ท่านจะว่าผ้าป่า แต่เราก็จะเรียกว่ากฐิน เอาเถอะ ได้บุญมาบอกเพื่อนๆด้วย แม้จะล่าไปโขอยู่ แต่เข้าใจว่าบุญยังพอมี ได้โปรดอนุโมทนาสาธุเอาเองน่ะครับ
ก็ช่วงนั้นเอง ที่มีข่าวเกี่ยวกับการขนย้ายสารรังสีที่สงขลา และก็มีการฆ่ากันตายด้วย (เอาภาษาชาวบ้านๆน่ะครับ)
ช่วงนั้นด้วยเช่นกัน ที่รองผู้ว่าจังหวัดสงขลา ท่านมาให้ข่าวสดสดทางทีวี และก่อนจบ ผู้ประกาศข่าว ก็เอ่ยว่า ...กระทุ้งสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ... ทำเอาท่ารองฯ ถึงกับแย้งเอาสดสดเหมือนกันว่า โปรดอย่าใช้คำว่ากระทุ้งเลย ก็เป็นอันไม่มีการกระทุ้งมาอีก แต่ความเป็นจริง ปส. จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับสารรังสี ผู้ประกอบการหรือไม่นั้น ก็ไม่มีอันใดที่จะปกปิดกัน ส่วนที่ว่าจะมาประกาศให้ทราบกันทุกๆสามเดือน หกเดือนนั้น ก็คงต้องดูถึงความเหมาะสมกันอีกที เพราะ ปส. เป็นเพียงหน่วยงานที่ออกใบอนุญาต และกำกับควบคุมให้ปลอดภัย
แต่จะว่าไปแล้ว ผู้ประกอบการ และชุมชน ก็ควรมีส่วนร่วมด้วยน่ะ ซึ่งอันนี้เองมั้ง ที่มักจะทำให้ชาวบ้านฉุนขาดน้อตหลุดไปซะทุกที เมื่อมารู้เรื่องเอาทีหลัง ทั้งๆที่ก็ควรจะมีส่วนร่วม ในการ ให้-ไม่ให้-ไม่เห็นด้วย ... ฯลฯ ตั้งแต่ต้น
เอาเถอด ผ่านไปแล้วก็ผ่านไป แต่อย่าให้ซ้ำรอยเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๔๓ ในคราวโคบอลนั้นอีกก็แล้วกัน
สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ใช้อักษรย่อชื่อหน่วยงานว่า ปส. งานที่สำคัญยิ่งคือ licensing process หรือการออกใบอนุญาต ก็แล ปส. นี้ ตามตำราว่ากันแล้ว ก็คือ regulatory body นั่นแล ท่านเอย
เอกชนที่ใช้สารรังสีนั้น จะว่าไปก็น่า หากจะขยายความให้เขื่องกันแล้ว จะเป็น ผู้จัดการ nuclear facilities ก็ยังได้ ซึ่งก่อนที่จะได้รับใบอนุญาตให้ประกอบการได้นี่ เขาต้องมีคุณสมบัติ สาระพัด สาระพัน หนึ่งในคุณสมบัติคือ ownership หรือความสามารถในการเป็นเจ้าของ ของสิ่งสิ่งนั้น เพราะเหตุที่ว่า โดยเมื่อผิดขึ้นมาแล้ว ต้องรับผิดอย่างเดียว
แต่ก็ไม่เคยเห็นใครรับผิดเต็มๆเลย(ว่ะ)
เอาเถอะยุติเอาไว้ตรงนี้ ประเดี๋ยวจะเตลิดเปิดเปิงไปกันใหญ่
ระหว่างที่พักที่อำเภอคำเขื่อนแก้ว ยโสธรนั้น ไม่ได้ติดตามข่าวสารอะไรเลย เอาแต่มุ่ง ... ไปข้างหน้าอย่างเดียว
พอกลับมาบ้าน ก็ทราบว่า กระทรวงวิทย์ เขารื้อฟื้น ONRC Project ขึ้นมาใหม่ กะจะเอาให้ได้ 50MW รึเปล่า ไม่รู้ แล้วค่อยมาสะสางกันอีกทีละกัน แต่ที่อยากเรียนถาม สทน. ก็คือว่า เปลี่ยนโครงสร้างหน่วยงานจาก สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) มาเป็น สำนักงานเทคโนโลยีนิวเคลียร์(สทน) แล้วหรือไร เพราะเห็นสื่อ มติชนรายวัน เขาลงเอาไว้ ในวันที่ ๔ พย. ๒๕๕๕ ในหน้า ๑๒ ว่าอย่างนั้น
นี่ ก็อีกเหตุหนึ่งน่ะ ที่สื่อ ควรเข้มแข็งกับเรื่องราวที่ตนเองนำเสนอกันบ้าง
กราบขออภัย หนังสือพิมพ์มติชนรายวันเอาไว้ ณ ที่นี้ด้วย มิได้มีเจตนาให้ท่านเสียหายแต่ประการใด เพราะ มะไฟเอง ก็ยังเขียน ชื่อหน่วยงาน ตกหล่นไปเหมือนกันครับ ลืม แห่งชาติ ไป แล้วก็ หัวเรื่องนั่น ฉบับ ก็เขียนเป็น ฉับบ มาแก้แล้วหละครับ
วกกลับมาเรื่องที่ กระทรวงฯ มีความต้องการที่จะฟื้นโครงการนี้มาอีกครั้ง ยังไงก็ยกร่างสัญญาใหม่ให้หมดเลยเถอะ น่ะ อย่าให้ประเทศไทยเสียเปรียบอีกเลย นอกเหนือไปจากการที่ระบุความต้องการกำลังเครื่องปฏิกรณ์ให้สูงขึ้นแล้ว เอาให้พอดีกับอนาคตสิบปีข้างหน้าดีกว่า อย่าให้ล้ำหน้ามากไปนัก อย่างเช่นกับการที่จะมี evaporators นั้น ก็ดูว่า เว่อไป เด้อ
แล้วอีกอย่าง การตั้งเตาเผากากกัมมันตรังสี เอาไว้ใกล้ๆกับอาคารผลิตไฮโซโทปนั้น ก็ดูว่ายากแก่การที่จะผ่านการประเมินน่ะ ไม่ต้องใช้วิชาอะไรมากเลย สามัญสำนึกพื้นๆนี่แหละ
กราฟ ที่นำมาให้ดูนั้น ก็เพื่อจะบอกว่า จำนวนผู้เข้าชมที่พุ่งปรู้ดสูงนั้น เขาเข้ามาอ่าน ศัพท์นิวเคลียร์ ฉบับชาวบ้านกัน หลังสัปดาห์ที่ไม่อยู่นั่นแหละครับ เข้าใจว่า คงเป็นทีมงานของ ดร. อนุช หรือเปล่าก็ไม่แน่ใจนัก แต่ มะไฟ ก็ขอขอบคุณเอาไว้ที่นี้ เป็นอย่างสูง ที่สละเวลาอันมีค่าของท่าน เข้ามาอ่านเอกสาร
_/\_
Showing posts with label สทน. Show all posts
Showing posts with label สทน. Show all posts
Thursday, November 22, 2012
Saturday, September 3, 2011
สทท เจาะประเด็น กับ สทน เรื่องนิวเคลียร์
กำลังฟังเรื่องนิวเคลียร์ ที่ญี่ปุ่น ระหว่าง "พี่แหม่ม" กับ ผู้ดำเนินรายการ
ดูว่าจะเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
อ้อ ใช่เลย
ความปลอดภัยเตาปฏิกรณ์ในญี่ปุ่น
คือเรื่องที่กำลังสนทนากันอยู่ ที่โผล่มาให้เห็น ราวกับรู้ว่า กำลังสงสัยว่าพูดกันเรื่องอะไร
ดูว่าจะเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
อ้อ ใช่เลย
ความปลอดภัยเตาปฏิกรณ์ในญี่ปุ่น
คือเรื่องที่กำลังสนทนากันอยู่ ที่โผล่มาให้เห็น ราวกับรู้ว่า กำลังสงสัยว่าพูดกันเรื่องอะไร
คำสำคัญ:
ความปลอดภัยเตาปฏิกรณ์,
สทท,
สทน
Wednesday, May 4, 2011
กฟผ. มาเยี่ยม
![]() |
| ตารางการเยี่ยมชม สทน. |
วันแรก มาทราบเอากระชั้นชิดเกินไป ไม่ได้เตรียมตัว เลยต้องให้ อุรา นำเอาเครื่องบำรุงผิว เครื่องบันทึกภาพ-เสียง-ภาพเคลื่อนไหว มาให้ด้วย นับว่าทันการ ไม่ได้ทำให้งานเสียหายอะไร
![]() |
| คนถ่ายยาก |
วันแรก มากัน ๓ กลุ่ม ลุล่วงไปด้วยดี
มีคำถามที่น่าสนใจ เพราะเข้าใจคลาดเคลื่อนในประเด็น เชื้อเพลิงใช้แล้ว กับ กากกัมมันตรังสี, กัมมันตภาพ กัมมันตรังสี ซึ่ง ๒ คำหลังนี้ มะไฟ ขอทักท้วงก่อนจะตอบ แล้วพาดพิงไปถึงคำ conditioning ที่จะได้ใช้ในการนำชม ว่า คำไทยของ air conditioner คือ เครื่องปรับอากาศ แล้วทำไมกับคำว่า conditioning ถึงได้ใช้เป็น การแปรสภาพ แทนที่จะเป็น การปรับสภาพ แต่ดูว่า ท่านผู้เข้าชม เขาคงไม่ประสงค์จะเข้ามาพัวพัน ให้คำอธิบายเพิ่มเติม จึงเฉยเสีย มะไฟ จึงอธิบายต่อ รวมทั้งคำถามเรื่อง ปริมาณกากฯ จาก NPP หากจะเกิดขึ้น ก็ขอตอบว่า ราวๆ ห้าหกเท่า ซึ่งใช้หลักง่ายๆว่า ถ้าสงสัยว่าเป็นกากฯ ให้ส่งมาทิ้งเป็นกากฯ ดังนั้น แม้ปริมาณจะมาก แต่ก็ยังรับ ยังให้บริการไว้ได้ แต่ว่า อัตรากำลังคน คงต้องเพิ่มขึ้นด้วยอีกสักพอควรแก่งาน เด้อ
กากฯที่เกิดขึ้น ทำยังไง ทิ้งหรือเก็บ จะเก็บไว้นานเท่าไร ทิ้งตรงไหน เมื่อความแรงรังสีลดลงแล้วจะทำยังไง ฯลฯ etc, and so on, usw
Sunday, February 27, 2011
ตัวโต เรียนจบ
เขาเรียนจบ ปวส. ที่เทคโนโลยีเอเซีย หนองหอย
ด้วยแรงกาย แรงใจสนับสนุนจาก ไหม และ กำลังใจจาก น้อง พ่อ และเพื่อนๆพ่อจาก สทน. และ จาก ทางบ้าน และ ที่ขาดไม่ได้ กำลังใจ จาก thaibsd.com ที่เทให้ เมื่อต้นปี ของหลายปีก่อน
ที่สำคุญ คือ ตัวเขาเอง
ดีใจ น้ำตาซึม
เขาสอบเข้าเรียนต่อ ที่ สจพ. ได้เมื่อหลายเดือนก่อนหน้านี้ ยังเหลือก็แต่ เข้าไปลงทะเบียนเรียน
Congratulation !!!
ด้วยแรงกาย แรงใจสนับสนุนจาก ไหม และ กำลังใจจาก น้อง พ่อ และเพื่อนๆพ่อจาก สทน. และ จาก ทางบ้าน และ ที่ขาดไม่ได้ กำลังใจ จาก thaibsd.com ที่เทให้ เมื่อต้นปี ของหลายปีก่อน
ที่สำคุญ คือ ตัวเขาเอง
ดีใจ น้ำตาซึม
เขาสอบเข้าเรียนต่อ ที่ สจพ. ได้เมื่อหลายเดือนก่อนหน้านี้ ยังเหลือก็แต่ เข้าไปลงทะเบียนเรียน
Congratulation !!!
คำสำคัญ:
thaibsd.com,
เทคโนโลยีเอเซีย หนองหอย,
สจพ,
สทน
Wednesday, February 23, 2011
ธรรม ชาติ
หนึ่งปี มี ๓๖๕ วัน สองปี ย่อมตกที่ ๗๓๐ วัน ยี่สิบปี ก็ประมาณ ที่ ๗๓๐๐ วัน เอาตัวเลขกลมกลม ไม่ต้องพิจารณาถึงอธิกสุรทินอะไรให้ยุ่งยาก หากว่า หนึ่งวันท่านกระทำ หรือ ประกอบกรรม ๑๐ เหตุ ทิ้งไว้ ท่ายย่อมได้รับผล ตรงๆ เจ็ดหมื่นสามพันผลแห่งเหตุที่ท่านก่อไว้นั้น แน่นอน
นี่ หมายถึงว่า เหตุที่ก่อไว้นั้น ให้ผลตรง ไม่พัวพัน หรือแทรกซ้อน แต่่ให้ผลในลักษณะ ๑ ต่อ ๑
แต่ถ้าท่าน ไปหาเรื่องกับคนนั้นที แล้วไปหาเรื่องกับอีกคน ที่เป็นเพื่อนกันกับคนแรก แน่นอน ผลลัพธ์ ย่อมคาดคิดได้ว่า ไม่ใช่ function ที่ต้องมีลักษณะ one-to-one mapping แน่นนอน แต่เป็น many-to-one ชัดเจน
และ ถ้าเป็นเรื่องดี เรืองที่ท่านไป หาเหตุก่อไว้ นั้น เป็น กุศลกรรม ผลที่ได้ ย่อมเป็นเรื่องดี และ มากมาย
แต่ ถ้าเป็นเรื่องไม่ดี เรืองที่ท่านไป หาเหตุก่อไว้ นั้น เป็น อกุศลกรรม ผลที่ได้ ย่อมเป็นเรื่องไม่ดี และ มากมาย สำหรับท่าน
เอาง่ายๆ แค่ ๑ คน ที่ท่านเห็นหน้าเขา เขาพบหน้าท่าน ท่านนึกไม่ชอบใจคนนั้น ท่านเองแหละ ทำไม่ดี ได้ผลไม่ดีนั้นไปทันที และ หากเขากำลังแผ่เมตตาอยู่ในขณะนั้น ผลที่ท่านได้รับ ก็ไม่รู้ว่ากี่เท่ากันแน่
ยี่สิบปี ดูว่านาน แต่กับกรรมที่ให้ผลแล้ว ถือว่า เร็ว
เอาง่ายๆ เอาแค่ กรรมที่ท่านประกอบเพื่อหาอาหารมากินเพื่อยังชีพ หรือ เพื่อดำรงไว้ซึ่ง รูป รูปที่ได้มาในภพในภูมิมนุษย์ นี้ก็พอ กรรมนั้น เป็น กุศล หรือ อกุศล
ไมโครแมแน้จเม้นต์ จบหลักสูตรไปแล้ว แต่เนื้อหาสาระสรรพวิชา ยังเข็นมาใช้ไม่หมด เสียดายมั้ย กับเวลา กับแรงกายที่ทุ่มเทให้กับหลักสูตรนี้ ทางที่ดี งัดมาใช้เถิด ท่านเองแหละ ได้ประโยชน์ องค์กรน่ะ ผลพลอยได้แม้ว่า องค์กรจะคาดหวังว่าจะได้ผลประโยชน์โดยตรงจากท่าน แต่ ก็แค่ คาดหวัง
ลองสำรวจจิตใจท่านเองเถิด ชนทั้งหลายเอ๋ย อยู่กับปัจจุบันไว้เถิด ลมหายใจท่านสั้นนัก แค่หายใจเข้า-ออก เท่านั้นแหละ
ทุกลมหายใจเข้า จงประกอบกุศลกรรมไว้เถิด
ทุกลมหายใจออก จงประกอบกุศลกรรมไว้เถิด
สุชน หรือ ทุชน ท่านก็เลือกของท่านเอง
นี่ หมายถึงว่า เหตุที่ก่อไว้นั้น ให้ผลตรง ไม่พัวพัน หรือแทรกซ้อน แต่่ให้ผลในลักษณะ ๑ ต่อ ๑
| พระวิหารหงษ์ วัดสวนดอก |
และ ถ้าเป็นเรื่องดี เรืองที่ท่านไป หาเหตุก่อไว้ นั้น เป็น กุศลกรรม ผลที่ได้ ย่อมเป็นเรื่องดี และ มากมาย
แต่ ถ้าเป็นเรื่องไม่ดี เรืองที่ท่านไป หาเหตุก่อไว้ นั้น เป็น อกุศลกรรม ผลที่ได้ ย่อมเป็นเรื่องไม่ดี และ มากมาย สำหรับท่าน
เอาง่ายๆ แค่ ๑ คน ที่ท่านเห็นหน้าเขา เขาพบหน้าท่าน ท่านนึกไม่ชอบใจคนนั้น ท่านเองแหละ ทำไม่ดี ได้ผลไม่ดีนั้นไปทันที และ หากเขากำลังแผ่เมตตาอยู่ในขณะนั้น ผลที่ท่านได้รับ ก็ไม่รู้ว่ากี่เท่ากันแน่
ยี่สิบปี ดูว่านาน แต่กับกรรมที่ให้ผลแล้ว ถือว่า เร็ว
เอาง่ายๆ เอาแค่ กรรมที่ท่านประกอบเพื่อหาอาหารมากินเพื่อยังชีพ หรือ เพื่อดำรงไว้ซึ่ง รูป รูปที่ได้มาในภพในภูมิมนุษย์ นี้ก็พอ กรรมนั้น เป็น กุศล หรือ อกุศล
ไมโครแมแน้จเม้นต์ จบหลักสูตรไปแล้ว แต่เนื้อหาสาระสรรพวิชา ยังเข็นมาใช้ไม่หมด เสียดายมั้ย กับเวลา กับแรงกายที่ทุ่มเทให้กับหลักสูตรนี้ ทางที่ดี งัดมาใช้เถิด ท่านเองแหละ ได้ประโยชน์ องค์กรน่ะ ผลพลอยได้แม้ว่า องค์กรจะคาดหวังว่าจะได้ผลประโยชน์โดยตรงจากท่าน แต่ ก็แค่ คาดหวัง
ลองสำรวจจิตใจท่านเองเถิด ชนทั้งหลายเอ๋ย อยู่กับปัจจุบันไว้เถิด ลมหายใจท่านสั้นนัก แค่หายใจเข้า-ออก เท่านั้นแหละ
ทุกลมหายใจเข้า จงประกอบกุศลกรรมไว้เถิด
ทุกลมหายใจออก จงประกอบกุศลกรรมไว้เถิด
สุชน หรือ ทุชน ท่านก็เลือกของท่านเอง
Friday, November 19, 2010
กฟผ. กับ สทน. และ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ กับ เครื่องปฏิกรณ์ปรมาณุ
วานนี้ สมทรง แวะมาเยี่ยม เลยบอกเขาเรื่องที่ กฟผ. มาชม
สมทรง ถามว่า เขามีโอกาสได้หรือ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์น่ะ ก็ตอบเขาไป ตามทีเคยบอกเอาไว้ ถึงความจำเป็นในการบริโภคพลังงาน ของภาคส่วนต่างๆ .. ว่าไปโน่น
ก็ดูว่า สมทรงจะเข้าใจ เลยถามว่า แล้วเครื่องปฏิกรณ์ของ สทน. ล่ะ จะพอมีโอกาสได้บ้างมั้ย
ถามดี ถามดี เป็นคำถามที่ดี
ก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร นอกจากบอกว่า นอกจากจะแทบไม่มีโอกาสได้อีกแล้ว ยังโดนฟ้องอยู่น่ะ และพี่ถม ก็โดนลงโทษหนักหนาสาหัสมาก
สมทรง กับ เกตุ ก็เห็นด้วย
ฝรั่งเอง ก็ฟ้องเราด้วยรึเปล่า ก็ไม่แน่ แต่ที่เห็นๆคือ ช่วงนั้นเขาทำงาน เขาแก้ไขกัน เอิกเกริก โกลาหล กันเลย ซึ่งมันทำให้เสียเวลาไปมาก
ประเภท ....ขยันแก้
คริคริ

สมทรง ถามว่า เขามีโอกาสได้หรือ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์น่ะ ก็ตอบเขาไป ตามทีเคยบอกเอาไว้ ถึงความจำเป็นในการบริโภคพลังงาน ของภาคส่วนต่างๆ .. ว่าไปโน่น
ก็ดูว่า สมทรงจะเข้าใจ เลยถามว่า แล้วเครื่องปฏิกรณ์ของ สทน. ล่ะ จะพอมีโอกาสได้บ้างมั้ย
ถามดี ถามดี เป็นคำถามที่ดี
ก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร นอกจากบอกว่า นอกจากจะแทบไม่มีโอกาสได้อีกแล้ว ยังโดนฟ้องอยู่น่ะ และพี่ถม ก็โดนลงโทษหนักหนาสาหัสมาก
สมทรง กับ เกตุ ก็เห็นด้วย
ฝรั่งเอง ก็ฟ้องเราด้วยรึเปล่า ก็ไม่แน่ แต่ที่เห็นๆคือ ช่วงนั้นเขาทำงาน เขาแก้ไขกัน เอิกเกริก โกลาหล กันเลย ซึ่งมันทำให้เสียเวลาไปมาก
ประเภท ....ขยันแก้
คริคริ
คำสำคัญ:
NPP,
nuclear reactor,
tint,
กฟผ,
โรงไฟฟ้า นิวเคลียร์,
สทน
Thursday, November 18, 2010
FreeBSD สทน. สู้ภัยหนาว
สทน. ตั้งกล่องรับบริจาคเสื้อผ้า ที่ใช้ได้ดี เพื่อนำไปช่วยเพื่อนร่วมชาติ จากภัยหนาว ซึ่งปีนี้นับว่ารุนแรง เพราะมีถึง ๒ ภัยติดต่อกัน
ก็มองเห้นว่ามีเสื้อกันหนาวที่ซื้อมาจาก อาจารย์ โจ้ จาก thaibsd.com มาเลยมอบให้ไปกับ สทน.
อย่างน้อยๆ FreeBSD ก็ได้ช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้กับผู้คนได้ก็แล้วกัน

ก็มองเห้นว่ามีเสื้อกันหนาวที่ซื้อมาจาก อาจารย์ โจ้ จาก thaibsd.com มาเลยมอบให้ไปกับ สทน.
อย่างน้อยๆ FreeBSD ก็ได้ช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้กับผู้คนได้ก็แล้วกัน
Thursday, November 11, 2010
พระพุทธศาสนา มีไว้เพื่ออะไร
ก็จาก เรื่องเดิม ที่เคยอึดอัดนั่นแหละ มางวดนี้ เห็นเอง เจอด้วยตัวเอง จากคนกันเองเข้า ก็รู้สึกว่าเป็น ธรรมะ ที่ฝึกได้ค่อนข้างยากอยู่ อดทน น่ะ
พระรัตนตรัย อันเป็นที่พึ่งอันเกษม เป็นสรณอันเกษม นั้น คืออะไร ก็คิดกันเอาเอง แต่คงไม่ต้องตอบออกมาหรอกน่ะว่า ต้องการเงินทองเยอะๆ ต้องการนั่น ต้องการนี่ จิปาถะ ฯลฯ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น ก็ไม่ใช่ คนที่มี พระรัตนตรัยเป็นสรณ แล้วหละ ก็ความอยากมันมากล้นป่านนี้ นี่นา
เราจะเอามาทำไมมากมายนักหนา เอาให้แค่ ไม่มีหนี้สิน เอาให้แค่ ได้อะไรที่จำเป็น มีอะไรที่จำเป็น ได้ ก็ดีที่สุดแล้วนี่นา หือออ
พระอรหันตสาวกทั้งหลายเหล่านั้น เป็นที่พึ่งของเราท่าน ไม่ได้แล้วหรือ ถึงได้หันไปหา ชูชก กันน่ะ
ยา เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และ อาหาร เหล่านี้ต่างหาก ที่จำเป็นในการดำรงชีพอยู่ ทำไมกันครับ เพื่อนร่วมชาติ ตกทุกข์ได้ยากกันให้เห็น และที่เขาต้องการ ก็เพียง ๔ อย่างนี้เท่านั้นเอง และเราเอง ก็ช่วยเขาได้ เขาเอง ก็ช่วยตัวเองได้ตามประสา ตามกำลังของเขา
แปลกใจว่าคนที่ไม่ลำบากอย่างเพื่อนร่วมชาติที่กำลังลำบากอยู่ขณะนี้ ทำไมถึงได้หันไปหา ชูชก เอามาบูชากัน แทนที่จะรีบเร่งปฏิบัติธรรมกันให้เสร็จๆไป จะได้จบสิ้นกิจอันสมควรทำเสียที กลับมาหลงงมงายกันอยู่ได้ แปลกเนอะ
อีกครั้งน่ะ พระอรหันตสาวกทั้งหลายเหล่านั้น เป็นที่พึ่งของเราท่าน ไม่ได้แล้วหรือ พระรัตนตรัย เป็นที่พึ่งของชาวพุทธ ไม่ได้แล้วหรือ
เราปฏิบัติ เพื่อ ละ เพื่อ ลด ไม่ใช่ปฏิบัติเพื่อ เอา
ความเห็นจากเพื่อนร่วมโลกระหว่างเดินทางกลับบ้าน, ก็คนขับแท้กซี่นั่นแหละน่อ, ท่านว่า ชูชก เป็นยอดนักขอ
มะไฟ เอง รู้แต่ว่า ดวงชูชก เป็นยอดของดวง สำหรับ นักศึกษาโหราศาสตร์ที่ต้องศึกษาอย่างละเอียดเหมือนกัน ยอดดวงแหละเหอะ
แต่ว่า นั่นไม่ใช่ทางพ้นทุกข์
พุทธศาสนานั้นแก้ทุกข์ ไม่ใช่ เพิ่มทุกข์ การปฏิบัติที่ไม่ใช่เพื่อการพ้นทุกข์ จึงเป็นการปฏิบัติที่ออกนอกลู่นอกทาง
ระลึกถึง พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ พระคุณพ่อ พระคุณแม่ เอามาเป็นสรณประจำใจ และ พึ่งตนเอง ไว้ ส่วนศีล ๕ ข้อนั้น มันมีเองอยู่แล้ว สำหรับคนธรรมดาๆน่ะ คนที่ต่ำกว่าธรรมดาเท่านั้น เขาถึงจะมีความผิดปกติ คือ ไม่มีศีล เพราะ ศีล แปลว่า ปกติ
ลองมาไล่ดูซิว่า ในยามนี้ ยามที่น้ำท่วมบ้าน ผู้คนลำบากกันไปทั่ว แล้วท่านบริจาค ข้าวของช่วยเหลือ เพื่อนร่วมชาติไปนั้น ท่านละเมิดข้อใดบ้าง
ท่านบริจาคของ หรือให้เงินทองไป นั่นเท่ากับว่า ท่าน ไม่ลัก ไม่ขโมย
ท่านมีจิตเมตตา ท่านจึงช่วยเขา นั่นเท่ากับท่านไม่ได้คิดฆ่าคน
๒ ข้อแล้ว ที่ท่าน ไม่ละเมิด
ข้อ ๓ นั้น หมายเอาว่าพึงพอใจผัว เมีย ของตนๆ ก็พอทำได้นี่ อย่าไปกังวลเลยข้อนี้ เพราะมีแต่ยอดคนระดับสูงสุดเท่านั้น ถึงละได้ขาด
ข้อ ๔ ขอเพียงท่านอย่าโกหก อย่าด่าพ่อด่าแม่คนอื่น ก็พอทำได้นี่
ข้อ ๕ นั้น หากจำใจ ก็ให้กินแต่พอประมาณ แล้วเลิกกิน กลับบ้านอยู่อย่างสงบเสงี่ยม ก็พอกล้อมแกล้มว่า รักษาได้ ข้อนี้ สติเท่านั้นช่วยได้
เห็นรึยังล่ะว่า ความปกติของท่าน เพียงแค่ได้ช่วยเพื่อนร่วมชาติที่ลำบากแค่นี้เอง ก็เกิดขึ้นมาแล้วแทบจะเต็มส่วน ยิ่งถ้าท่านมีสติ และ พยายามทำบ่อยๆ ความปกติของท่าน ก็สามารถมีขึ้นมาได้เอง
อยากรวยก็ ขอให้รวยอริยทรัพย์น่าจะดีกว่า
ชูชก ที่ปั้มออกมาบนแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า คล้ายพระเครื่องบูชา ที่ สทน. มอบให้มานั้น ก็ส่งผ่านต่อไปให้กับคนที่เขา ชอบขอ อยากได้ ต่อไป ไม่ได้เก็บไว้กับตัวหรอกน่ะ

พระรัตนตรัย อันเป็นที่พึ่งอันเกษม เป็นสรณอันเกษม นั้น คืออะไร ก็คิดกันเอาเอง แต่คงไม่ต้องตอบออกมาหรอกน่ะว่า ต้องการเงินทองเยอะๆ ต้องการนั่น ต้องการนี่ จิปาถะ ฯลฯ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น ก็ไม่ใช่ คนที่มี พระรัตนตรัยเป็นสรณ แล้วหละ ก็ความอยากมันมากล้นป่านนี้ นี่นา
เราจะเอามาทำไมมากมายนักหนา เอาให้แค่ ไม่มีหนี้สิน เอาให้แค่ ได้อะไรที่จำเป็น มีอะไรที่จำเป็น ได้ ก็ดีที่สุดแล้วนี่นา หือออ
พระอรหันตสาวกทั้งหลายเหล่านั้น เป็นที่พึ่งของเราท่าน ไม่ได้แล้วหรือ ถึงได้หันไปหา ชูชก กันน่ะ
ยา เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และ อาหาร เหล่านี้ต่างหาก ที่จำเป็นในการดำรงชีพอยู่ ทำไมกันครับ เพื่อนร่วมชาติ ตกทุกข์ได้ยากกันให้เห็น และที่เขาต้องการ ก็เพียง ๔ อย่างนี้เท่านั้นเอง และเราเอง ก็ช่วยเขาได้ เขาเอง ก็ช่วยตัวเองได้ตามประสา ตามกำลังของเขา
แปลกใจว่าคนที่ไม่ลำบากอย่างเพื่อนร่วมชาติที่กำลังลำบากอยู่ขณะนี้ ทำไมถึงได้หันไปหา ชูชก เอามาบูชากัน แทนที่จะรีบเร่งปฏิบัติธรรมกันให้เสร็จๆไป จะได้จบสิ้นกิจอันสมควรทำเสียที กลับมาหลงงมงายกันอยู่ได้ แปลกเนอะ
อีกครั้งน่ะ พระอรหันตสาวกทั้งหลายเหล่านั้น เป็นที่พึ่งของเราท่าน ไม่ได้แล้วหรือ พระรัตนตรัย เป็นที่พึ่งของชาวพุทธ ไม่ได้แล้วหรือ
เราปฏิบัติ เพื่อ ละ เพื่อ ลด ไม่ใช่ปฏิบัติเพื่อ เอา
ความเห็นจากเพื่อนร่วมโลกระหว่างเดินทางกลับบ้าน, ก็คนขับแท้กซี่นั่นแหละน่อ, ท่านว่า ชูชก เป็นยอดนักขอ
มะไฟ เอง รู้แต่ว่า ดวงชูชก เป็นยอดของดวง สำหรับ นักศึกษาโหราศาสตร์ที่ต้องศึกษาอย่างละเอียดเหมือนกัน ยอดดวงแหละเหอะ
แต่ว่า นั่นไม่ใช่ทางพ้นทุกข์
พุทธศาสนานั้นแก้ทุกข์ ไม่ใช่ เพิ่มทุกข์ การปฏิบัติที่ไม่ใช่เพื่อการพ้นทุกข์ จึงเป็นการปฏิบัติที่ออกนอกลู่นอกทาง
ระลึกถึง พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ พระคุณพ่อ พระคุณแม่ เอามาเป็นสรณประจำใจ และ พึ่งตนเอง ไว้ ส่วนศีล ๕ ข้อนั้น มันมีเองอยู่แล้ว สำหรับคนธรรมดาๆน่ะ คนที่ต่ำกว่าธรรมดาเท่านั้น เขาถึงจะมีความผิดปกติ คือ ไม่มีศีล เพราะ ศีล แปลว่า ปกติ
ลองมาไล่ดูซิว่า ในยามนี้ ยามที่น้ำท่วมบ้าน ผู้คนลำบากกันไปทั่ว แล้วท่านบริจาค ข้าวของช่วยเหลือ เพื่อนร่วมชาติไปนั้น ท่านละเมิดข้อใดบ้าง
ท่านบริจาคของ หรือให้เงินทองไป นั่นเท่ากับว่า ท่าน ไม่ลัก ไม่ขโมย
ท่านมีจิตเมตตา ท่านจึงช่วยเขา นั่นเท่ากับท่านไม่ได้คิดฆ่าคน
๒ ข้อแล้ว ที่ท่าน ไม่ละเมิด
ข้อ ๓ นั้น หมายเอาว่าพึงพอใจผัว เมีย ของตนๆ ก็พอทำได้นี่ อย่าไปกังวลเลยข้อนี้ เพราะมีแต่ยอดคนระดับสูงสุดเท่านั้น ถึงละได้ขาด
ข้อ ๔ ขอเพียงท่านอย่าโกหก อย่าด่าพ่อด่าแม่คนอื่น ก็พอทำได้นี่
ข้อ ๕ นั้น หากจำใจ ก็ให้กินแต่พอประมาณ แล้วเลิกกิน กลับบ้านอยู่อย่างสงบเสงี่ยม ก็พอกล้อมแกล้มว่า รักษาได้ ข้อนี้ สติเท่านั้นช่วยได้
เห็นรึยังล่ะว่า ความปกติของท่าน เพียงแค่ได้ช่วยเพื่อนร่วมชาติที่ลำบากแค่นี้เอง ก็เกิดขึ้นมาแล้วแทบจะเต็มส่วน ยิ่งถ้าท่านมีสติ และ พยายามทำบ่อยๆ ความปกติของท่าน ก็สามารถมีขึ้นมาได้เอง
อยากรวยก็ ขอให้รวยอริยทรัพย์น่าจะดีกว่า
ชูชก ที่ปั้มออกมาบนแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า คล้ายพระเครื่องบูชา ที่ สทน. มอบให้มานั้น ก็ส่งผ่านต่อไปให้กับคนที่เขา ชอบขอ อยากได้ ต่อไป ไม่ได้เก็บไว้กับตัวหรอกน่ะ
คำสำคัญ:
คุณพระรัตนตรัย,
ไตรสรณคมน์,
สทน,
สรณอันเกษม
Saturday, October 30, 2010
สทน. เตรียมชุดยังชีพไปช่วยเพื่อนร่วมทุกข์
วานนี้ สทน. ระดมแรงกายทั้งหมด มาจัดถุงยังชีพ เพื่อนำไปมอบให้กับเพื่อนคนไทย ที่ลำบากเพราะภัยน้ำท่วมในขณะนี้ ทั้งบ่ายทำกัน
มะไฟ ใช่ ๑ สมอง ๒ มือ ๑ หัวเข่า กับ ๒ เท้า ช่วยแกะแพ้คปลากระป๋อง ขนม ปัดกวาดขยะที่เป็นกล่องกระดาษห่อพลาสติกไปรวมๆกันไว้ หลังงานเพลาเบาบางลง
วันนี้, ๓๐ ตค, ยกสรรพสิ่งไปช่วยเพื่อนๆที่ยุดยาน่ะ ถ้าจำจากหนังสือเวียนไม่ผิด
มะไฟ ใช่ ๑ สมอง ๒ มือ ๑ หัวเข่า กับ ๒ เท้า ช่วยแกะแพ้คปลากระป๋อง ขนม ปัดกวาดขยะที่เป็นกล่องกระดาษห่อพลาสติกไปรวมๆกันไว้ หลังงานเพลาเบาบางลง
วันนี้, ๓๐ ตค, ยกสรรพสิ่งไปช่วยเพื่อนๆที่ยุดยาน่ะ ถ้าจำจากหนังสือเวียนไม่ผิด
คำสำคัญ:
ทุกข์จากภัยน้ำท่วม,
สทน
Wednesday, October 6, 2010
พลัดพราก นำทุกข์
มาหยุดคิด ทำให้ทราบว่าตนเองก็เจอกับสภาพที่ พ่อไปทาง ลูก ๒ คน ก็ไปกันอีก คนละทาง สรุปแล้ว สามคน ต่างไปกันคนละที่ อยู่กันคนละแห่ง ในขณะเดียวกัน
เป็นแต่ สติ เท่านั้น ทำให้ตนเองเตือนตนได้
อุรา ขึ้นไปเชียงใหม่ ไปหาพี่
ปณต กลับลงมาองครักษ์ มาทัศน์ศึกษาที่ สทน. แล้วเตลิดลงไป จังหวัดชะอำ (คริคริ)
มะไฟ กลับมานั่งอ่านหนังสือ ผสมส่วนศูนย์จัดการกากฯ ให้มีพลภาวะ, using blender to create animation for rwmc to live.
บุญอันเกิดจากการรักษาใจ อันเกิดจากอามิสบูชา ตั้งแต่ ๑ ตค คงให้ผลแล้ว จึงทำให้เกิดสติขึ้น
เป็นแต่ สติ เท่านั้น ทำให้ตนเองเตือนตนได้
อุรา ขึ้นไปเชียงใหม่ ไปหาพี่
ปณต กลับลงมาองครักษ์ มาทัศน์ศึกษาที่ สทน. แล้วเตลิดลงไป จังหวัดชะอำ (คริคริ)
มะไฟ กลับมานั่งอ่านหนังสือ ผสมส่วนศูนย์จัดการกากฯ ให้มีพลภาวะ, using blender to create animation for rwmc to live.
บุญอันเกิดจากการรักษาใจ อันเกิดจากอามิสบูชา ตั้งแต่ ๑ ตค คงให้ผลแล้ว จึงทำให้เกิดสติขึ้น
คำสำคัญ:
blender,
tint,
ทุกข์อันเกิดจากการพลัดพราก,
สทน,
องครักษ์
Saturday, July 24, 2010
หมากรุก
เอกสารนี้ เริ่มเขียนนานแล้ว แต่มันมีเหตุให้ต้องชะงักไป มาต่อเรื่องเอาหลังเข้าพรรษาไปแล้ว สามสี่วีน ก็ขออภัยด้วย
หมากรุก ไม่ว่า ไทย จีน ฝรั่ง เขาเล่นกัน ๒ คน แต่มีเวลาเมื่อไร
ยามว่างน่ะ ยามว่างช่วงพักเที่ยง
มะไฟ เป็นต้องนั่งเล่นคนเดียว
ก็ไม่มีอะไรมาก มันมีหมากอยู่รูปแบบหนึ่ง ที่พี่ๆเขาชอบขึ้นกัน มะไฟมองเห็นแต่ช่องโหว่ เลยพยายามแก้ด้วยตัวเองว่า ถ้าเราเป็นพี่ เราจะแก้หมากที่ โหว่ๆนั้นยังไง แล้วก็เดินไป
คนไม่เข้าใจ มาว่า คนบ้าอะไร เล่นหมากรุกคเดียวก็ได้ ก็ใช่ใครอื่นไกลที่ไหน คนกันเอง ใน ศจ. เองนี่แหละน่า เดินเข้ามาทักดังๆ
อ้าว พี่ เล่นหมากรุกคนเดียวรึ
แล้วเธอก็หัวร่อยิ้มระบายบนใบหน้าเดินหนีจากไปกินอาหารเที่ยง
ในระหว่าที่เล่นๆกันระหว่างเพื่อนๆหลายๆคนที่มารุม มะไฟ นั้น พวกเขาก็ถกกัน เถียงกัน ถึงแต้มที่จะเดิน มะไฟ ก็คิดตามเขาไปด้วย ก็เท่ากับว่า ได้เขาเหล่านั้นเป็นอาจารย์สอนให้ด้วย
แต่พอมองอีกมุมหนึ่ง ก็เท่ากับว่า เราเอง ก็เล่นทั้งสองฝักสองฝ่าย ไม่ใช่รึ ฮึ ก็เท่ากับเล่นคนเดียวนั่นแหละ คริคริคริ
และเคยคิดกันบ้างรึเปล่าว่า คนเราปกติก็นั่งคิดนี่โน่นนั่น ไปคนเดียวอยู่ออกบ่อยๆไป
ทำไมไม่มองว่า บ้า มั่งหละ ทั้งๆที่โดยทั่วไปแล้ว พระท่านก้ว่าบ้าอยู่แล้ว การกระทำดังว่ามานี้หนะ ยิ่งพวกดูละเม็งละคร หนัง ลิเก พวกน้ด้วยแล้ว ยิ่งแล้วใหญ่ พระท่านว่าเอาเลย ตรงตรง
คนบ้า ดู คนบ้า
ถ้าคนไหนพอมีสติ ก็รีบหยุด ไม่เคืองที่พระท่านสอนเอา แต่ส่วนใหญ่มักโกรธพระเอานา
ไม่นอกเรื่องหละ คนที่มารุมๆ มะไฟ ตอนเล่นหมากรุกเนี่ย อย่าคิดว่าชาวบ้านเขาจะไม่รู้ เขาก็รู้และขำ แต่เขาคงไม่อยากยุ่งด้วยหรอก
มะไฟ เล่นหมากรุกคนเดียว มาว่าบ้าบ้าบอบอ แต่ทีหลายคนรุม มะไฟ เห็นมีแต่ปลิว ที่พูดทำนองแสดถายว่า มะไฟ ๑ คน รุมคนอื่นหลายคน ซะงั้นไป กลับไม่มีคนมองเห็นเป็นเรื่อง ไม่ปกติไปที่ หลายคนรุมคนคนเดียว
มีอยู่วันหนึ่ง เพือนร่วมทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ในประเทศไทยนี่แหละ เข้ามาถามจริงๆจังๆว่า ไม่เบื่อรึ มันเสียเวลาน่ะ แล้วก็พยายามเตือน ว่า มันเสื่อม มะไฟ ก็สำนึกในความหวังดีของท่าน และขอบคุณท่านในใจ แต่ก็ยังไม่เลิก เพราะ แค่อาศัยหมากรึกคลายเครียด
แต่งวดสุดท้ายเนี่ย บอย ก็ บอยที่เล่าในคราวสุดท้ายนั่นแหละ มาเตือนเข้า มะไฟ ถึงกับสะอึก และบอกกับตนเองว่า คงต้องเลิกแล้วหละ เพราะหากไม่หยุดเข้า ก็คงเป็น คนตาย แล้วหละ ที่มาเตือน เพราะพิจารณดูลำดับแล้ว อันดับแรก พี่ท่านนั้น ท่านยังปกติสุข แข็งแรงดี ต่อมาก็ บอย ของพวกเราทุกคน ที่พวกเรารู้ว่า ไม่ปกติแล้ว
เห็นถึงป่านนี้แล้ว หากยังไม่รู้จักยั้งคิด ก็นับว่า มหาจะเกิดยังชิงมันมาเกิดอีกแหละ เน้าะ ชิมิชิมิ
หมากรุก ไม่ว่า ไทย จีน ฝรั่ง เขาเล่นกัน ๒ คน แต่มีเวลาเมื่อไร
ยามว่างน่ะ ยามว่างช่วงพักเที่ยง
มะไฟ เป็นต้องนั่งเล่นคนเดียว
ก็ไม่มีอะไรมาก มันมีหมากอยู่รูปแบบหนึ่ง ที่พี่ๆเขาชอบขึ้นกัน มะไฟมองเห็นแต่ช่องโหว่ เลยพยายามแก้ด้วยตัวเองว่า ถ้าเราเป็นพี่ เราจะแก้หมากที่ โหว่ๆนั้นยังไง แล้วก็เดินไป
คนไม่เข้าใจ มาว่า คนบ้าอะไร เล่นหมากรุกคเดียวก็ได้ ก็ใช่ใครอื่นไกลที่ไหน คนกันเอง ใน ศจ. เองนี่แหละน่า เดินเข้ามาทักดังๆ
อ้าว พี่ เล่นหมากรุกคนเดียวรึ
แล้วเธอก็หัวร่อยิ้มระบายบนใบหน้าเดินหนีจากไปกินอาหารเที่ยง
ในระหว่าที่เล่นๆกันระหว่างเพื่อนๆหลายๆคนที่มารุม มะไฟ นั้น พวกเขาก็ถกกัน เถียงกัน ถึงแต้มที่จะเดิน มะไฟ ก็คิดตามเขาไปด้วย ก็เท่ากับว่า ได้เขาเหล่านั้นเป็นอาจารย์สอนให้ด้วย
แต่พอมองอีกมุมหนึ่ง ก็เท่ากับว่า เราเอง ก็เล่นทั้งสองฝักสองฝ่าย ไม่ใช่รึ ฮึ ก็เท่ากับเล่นคนเดียวนั่นแหละ คริคริคริ
และเคยคิดกันบ้างรึเปล่าว่า คนเราปกติก็นั่งคิดนี่โน่นนั่น ไปคนเดียวอยู่ออกบ่อยๆไป
ทำไมไม่มองว่า บ้า มั่งหละ ทั้งๆที่โดยทั่วไปแล้ว พระท่านก้ว่าบ้าอยู่แล้ว การกระทำดังว่ามานี้หนะ ยิ่งพวกดูละเม็งละคร หนัง ลิเก พวกน้ด้วยแล้ว ยิ่งแล้วใหญ่ พระท่านว่าเอาเลย ตรงตรง
คนบ้า ดู คนบ้า
ถ้าคนไหนพอมีสติ ก็รีบหยุด ไม่เคืองที่พระท่านสอนเอา แต่ส่วนใหญ่มักโกรธพระเอานา
ไม่นอกเรื่องหละ คนที่มารุมๆ มะไฟ ตอนเล่นหมากรุกเนี่ย อย่าคิดว่าชาวบ้านเขาจะไม่รู้ เขาก็รู้และขำ แต่เขาคงไม่อยากยุ่งด้วยหรอก
มะไฟ เล่นหมากรุกคนเดียว มาว่าบ้าบ้าบอบอ แต่ทีหลายคนรุม มะไฟ เห็นมีแต่ปลิว ที่พูดทำนองแสดถายว่า มะไฟ ๑ คน รุมคนอื่นหลายคน ซะงั้นไป กลับไม่มีคนมองเห็นเป็นเรื่อง ไม่ปกติไปที่ หลายคนรุมคนคนเดียว
มีอยู่วันหนึ่ง เพือนร่วมทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ในประเทศไทยนี่แหละ เข้ามาถามจริงๆจังๆว่า ไม่เบื่อรึ มันเสียเวลาน่ะ แล้วก็พยายามเตือน ว่า มันเสื่อม มะไฟ ก็สำนึกในความหวังดีของท่าน และขอบคุณท่านในใจ แต่ก็ยังไม่เลิก เพราะ แค่อาศัยหมากรึกคลายเครียด
แต่งวดสุดท้ายเนี่ย บอย ก็ บอยที่เล่าในคราวสุดท้ายนั่นแหละ มาเตือนเข้า มะไฟ ถึงกับสะอึก และบอกกับตนเองว่า คงต้องเลิกแล้วหละ เพราะหากไม่หยุดเข้า ก็คงเป็น คนตาย แล้วหละ ที่มาเตือน เพราะพิจารณดูลำดับแล้ว อันดับแรก พี่ท่านนั้น ท่านยังปกติสุข แข็งแรงดี ต่อมาก็ บอย ของพวกเราทุกคน ที่พวกเรารู้ว่า ไม่ปกติแล้ว
เห็นถึงป่านนี้แล้ว หากยังไม่รู้จักยั้งคิด ก็นับว่า มหาจะเกิดยังชิงมันมาเกิดอีกแหละ เน้าะ ชิมิชิมิ
คำสำคัญ:
chess,
ปส,
มะไฟ ฅนเหลิงฟ้า,
ศจ,
สทน
Saturday, July 17, 2010
กฟผ จากเมือง ๑๐๑ มาเยี่ยม สทน
วันวานนี้, ๑๖ กค ๕๓, ผู้มาจกแดนไกล ไกลมาก จากเมือง ร้อยเอ็ด เจ็ดย่านน้ำ ของ กฟผ เข้ามาตั้งแต่เช้า มะไฟ สบช่องได้พบเพื่อนบ้านท้องถิ่นเดียวกันอีก ากเมือง ๑๐๑
ด้วยความดีอกดีใจ และยินดีที่มีโอกาสนำชม จึ่งบรรยายให้อย่างไม่ปิดบังแม้แต่น้อย ด้วยภาษาถิ่น ที่แทบจะนานนาน ถึงจะมีภาษาไทย แคดแลด หลุดออกมาเสียคำหนึ่ง เป็นที่ชื่นชอบของ พี่น้องเพื่อน ที่มาเยี่ยมเป็นอย่างยิ่ง
ขอบคุณหลายหลายเด้อ อ้ายน้องคุผู้คุน้าม
การไฟฟ้า ที่นำขบวนมา ก็ผู้คนท้องถิ่นเดียวกัน และได้มอบ token น่ารักมากให้ มะไฟ ไว้ดูต่างหน้า
ขอขอบคุณ ไว้ ณ ที่นี้อีกหนหนึ่ง มีโอกาสก็กลับมาเยี่ยมกันอีกน่ะ
ด้วยความดีอกดีใจ และยินดีที่มีโอกาสนำชม จึ่งบรรยายให้อย่างไม่ปิดบังแม้แต่น้อย ด้วยภาษาถิ่น ที่แทบจะนานนาน ถึงจะมีภาษาไทย แคดแลด หลุดออกมาเสียคำหนึ่ง เป็นที่ชื่นชอบของ พี่น้องเพื่อน ที่มาเยี่ยมเป็นอย่างยิ่ง
ขอบคุณหลายหลายเด้อ อ้ายน้องคุผู้คุน้าม
การไฟฟ้า ที่นำขบวนมา ก็ผู้คนท้องถิ่นเดียวกัน และได้มอบ token น่ารักมากให้ มะไฟ ไว้ดูต่างหน้า
ขอขอบคุณ ไว้ ณ ที่นี้อีกหนหนึ่ง มีโอกาสก็กลับมาเยี่ยมกันอีกน่ะ
Monday, May 31, 2010
โรงเรียนบ้านจ้าวหลาว เมืองจันทร์บุรี
วันที่ ๔ - ๖ มิย นี้ สทน. จะจัดขบวนไปบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ให้กับ โรงเรียนบ้านจ้าวหลาว เมืองจันทร์โน่น
จะเอาหนังสือไปให้น้องๆนักเรียนระดับประถม ท่านใดยังนึกถึงวัยเด็ก ที่ขาดแคลน ขัดสน หากยังพอมีใจให้เด็กในตอนนี้อยู่ ก็อย่ารีรอที่จะสร้างสมกุศล ช่วยกันคนละนิด ด้วยหนังสือเรียนก็ดี สิ่งของจำเป็นก็ดี เอามาเถอะ เขาประกาศมาหลายวันแล้ว มะไฟ เพิ่งจะเห็น
น่ะ ร่วมกันสร้างกุศล
จะเอาหนังสือไปให้น้องๆนักเรียนระดับประถม ท่านใดยังนึกถึงวัยเด็ก ที่ขาดแคลน ขัดสน หากยังพอมีใจให้เด็กในตอนนี้อยู่ ก็อย่ารีรอที่จะสร้างสมกุศล ช่วยกันคนละนิด ด้วยหนังสือเรียนก็ดี สิ่งของจำเป็นก็ดี เอามาเถอะ เขาประกาศมาหลายวันแล้ว มะไฟ เพิ่งจะเห็น
น่ะ ร่วมกันสร้างกุศล
คำสำคัญ:
csr,
tint,
เมืองจันทร์บุรี,
โรงเรียนบ้านจ้าวหลาว,
สทน
Thursday, March 11, 2010
ไกลปืนเที่ยง: กากกัมมันตรังสี นิยาม และการจัดการ
ขอเพิ่มเติม นำกฏกระทรวงมาลงให้ทั้งหมดเลย
อีกครั้ง ด้วยความจำเป็น และ อีกครั้งเพราะยังไม่สิ้นเรื่องราว
ก็เรื่องของ นิยามของกากกัมมันตรังสี และ การดำเนินงาน ของผู้ที่เกียวข้องนั่นแหละ ไม่ใช่อะไรมากไปกว่านี้หรอก
อืมม ก่อนจะยุ่งเหยิงมากไปกว่านี้ ขอแจ้งเพื่อทราบโดยทั่วกันก่อนว่า ศจ. นั้น ที่แต่เดิมใช้ชื่อภาคภาษาอังกฤษว่า radioactive waste management center นั้น สทน. ท่านเปลี่ยนมาให้ใช้ตัวย่อว่า WMC คงมีเพียง waste management center เท่านั้นมั้ง
ทีแรก ก็เคืองๆ แต่เมื่อมาทราบเรื่องราวขององค์ประกอบต่างๆเข้า เลยทราบว่า สมควรแล้ว และก็บุญแล้ว ที่ได้ทำงานใน สทน.
สืบเนื่องจาก สัมมนาวานนี้ ที่ได้ถามแบบผู้รู้ ถึงนิยามกากกัมมันตรังสีนั่นแหละ ที่ได้สนทนากันระหว่างเดินทางกลับก่อนแยกย้ายกัน, วันนี้ ๑๑ มีค ๒๕๕๓, เลยยกมาเป็นเรื่องโดดๆ จำเพาะของโครงการ ไกลปืนเที่ยง เลยดูจะเหมาะสมกว่า
ไปสืบค้นจาก google ด้วยคำ กฏกระทรวง ว่าด้วยเงื่อนไขการบำบัดกากกัมมันตรังสี ก็ได้มา แล้วคัดลอกเอาแต่ส่วนที่ต้องพูดกันในนี้แหละ น่ะขอตัดทอนมาเพียงเพื่อวิเคราะห์เรื่องราวในทางวิชาการเท่านั้น มิได้มีเจตนาเป็นอย่างอื่น
ซึ่งตามที่ยกมานี้แล้ว ไม่เพียงยังไม่กระจ่างในนิยามเท่านั้น แม้แต่การจัดการกากกัมมันตรังสี ก็ยังมีการเลือกปฏิบัติด้วย เพราะเห็นว่ามี คนเหล็ก อยู่หลายคน ที่ออกหน้าออกตาว่า disposal นั้น ไม่ทำ ซึ่ง ไปดูเอาเถิดว่า การทิ้งและการขจัด นั้นยังจะใช่ disposal หรือไม่
แต่ว่า คน ก็คือ คน ที่ไม่ใช่ ฅน เพราะก็เห็นว่ายังกระสันจะทำ bored hole disposal กันอยู่ยิกยิก แม้จะเลี่ยงบาลีว่า ปรีดิ้สโพ้สซ่อน มันก็คือ disposal นั่นแหละ ก็ลองนึกดูซิว่า การทดลองอยู่ด้วยกันก่อน กับ การอยู่ด้วยกัน เนี่ย มันต่างแค่ตัวหนังสือ แต่พฤติกรรม ไม่ต่างกันหรอกกับการเป็นคู่ผัวตัวเมียที่ต้องสังวาสร่วมเพศกัน
ดูท่าทางว่า จะทำผิกกฏกระทรวงกันไปซะหมดน่ะ ฮึ เพราะแม้กระทั้งการจัดการ ก็ยังไม่ครบนิยามเลย เอ WMC นี่จะพอเพียงหรือเปล่า
ทีแรก ที่กฏกระทรวงนี้มีผลบังคับใช้ คจ. หรือ กองขจัดกาก เดิมที่อยู่กับ สำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ และที่ต่อมา สำนักงานฯ ได้รับการเปลี่ยนชื่อเป็น สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ส่วน กองขจัดกาก ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงไปมากมาย ที่สุดไปผูกกับ โครงการ ONRC ที่ยังมีปัญหากันอยู่ขณะนี้ แต่ก็ happy กับกฏกระทรวงฉบับนี้ และดูว่า บางคน ก็คนเดียวนั่นแหละ เอาไปปรับตำแหน่งด้วยนา
อีทีนี้ พอมาอยู่ สทน. เข้า แม้จะได้ผลสรุปออกมาว่า สทน. มีสิทธิดำเนินการจัดการกากกัมมันตรังสีได้ แต่ ก็มีเสียงว่า ปส. ไมสามารถควบคุม ศจ. ได้ หากอาศัยกฏกระทรวงฉบับนี้ ก็ให้งงง
นักกฏหมาย ท่านไปจับเอาตรงคำนิยามตรง วัสดุกัมมันตรังสีนั่น และตีความเอาว่า วัสดุพลอยได้ เข้า ท่านก็บอกว่า สามารถควบคุมได้ ...ฯลฯ เอาเหอะ มันวุ่นมากนัก ประดี๋ยวไล่ไปเดินถนนค่ำวันเสาร์อาทิตย์นี้กันให้หมด
เอาล่ะ มาดูนิยาม ตรงหลังคำว่า และ ที่ ๒ นั้นกันให้จะจะอีกทีให้เต็มตากันให้ถ้วนทั่วกันทุกคนในที่นี้เลยดีกว่า เน้าะ ให้หมายความรวมถึงวัสดุอื่นใดที่คณะกรรมการกำหนดให้เป็นกากกัมมันตรังสี
นักกฏหมายท่านชี้แจงว่า คณะกรรมการต้องลงความเห็น ซึ่งเป็นอำนาจของท่าน จะให้ผู้ใดกระทำแทนไม่ได้ในกรณีนี้ ดังนี้แล้ว ก็ใยมิใช่ว่า หาก ศจ. ในนามของ สทน. จะรับกากฯที ก็ต้องเชิญคณะกรรมการมาประชุมที งั้นรึ มิโกลาหลอลหม่านกันไปหมดหรอกหรือ
ในความเป็นจริง ก็ไม่เคยได้พบได้เห็นคณะกรรมการมาพิจารณาเรื่องนี้เลยน่ะ หรือว่า ตัวเล็กเกินไป เลยไม่มีสิทธิที่จะได้เห็นได้รับรู้เรื่องเหล่านี้
หากเป็นดังนี้แล้ว สิ่งที่ ศจ. รับมาดำเนินการนั้นก็ มิใช่กากกัมมันตรังสีสิ เน้าะ
ได้รับแจ้งจาก นิคม ว่า WMC นั้นใช้กับเอกสารคิวเอ เท่านั้น อืมมม ขอบใจ คิวตึ๋ง หรือ คิวนี คงเหมือนเดิม เน้าะ
นี่ขนาดนี้ ยังวุ่นวายเลย เอาแค่นิยาม เอาแค่การปฏิบัติ ก็ยังขาดๆเกินๆ ยังคิดจะเป็น centralized ในเรื่องการจัดการฯ ถ้าไม่คิดว่าจะ monopoly ก็ดำเนินการไป แต่ต้องมีความรับผิดชอบน่ะ total responsibilities ต้องตกอยู่กับผู้ที่ทำตัวเป็น operators ตามกฏหมายนั่น ต้องตระหนักในเรื่องนี้ให้มาก
ต่างประเทศ เท่าที่ไปมา ก็เห็นว่า เขาขอใบอนุญาตดำเนินงาน หลังจากที่ facilities ต่างๆเรียบ้อยแล้ว ซึ่งก็อาศัยกฏเดียวกัน facilities ต่างๆ ก็ต้องได้รับอนุญาตให้ก่อสร้าง และก็อาศัยกฏเดียวกันอีกเช่นกันว่า แบบพิมพ์เขียวของ facilities ทั้งหลาย ต้องได้รับอนุญาต ต้องพิสูจน์แล้วว่า ปลอดภัย ... ลงไปเรื่อยๆ
ขณะเดียวกัน บุคคลากร ที่จะมาปฏิบัติงานก็ต้อง qualified ด้วย
ทั้ง บุคคลากร และ radioactive waste managment facilites รวมๆเรียกว่า operational capabilities น่ะ
ส่วนเรื่องกฏหมายนั้น เรียกว่า regulatory capabilities ซึ่ง ความที่ยังไม่ลงรอยกันนี้แหละ จะเป็นเหตุให้ การจัดการกากกัมมันตรังสีไม่สามารถกระทำให้เกิดขึ้นอย่างปลอดภัยได้
นี่ตั้ง ๒ ขา ไม่ใช่ขาใดขาหนึ่งน่ะ ที่ยังไม่เรียบร้อย ยังริคิดจะเป็น centralized .... อะไรก็ไม่รู้
ขอยุติไว้ชั่วคราว เพื่อเตรียมตัวสอนแทนนิคมวันที่ ๑๒ มีค พรุ่งนี้
อีกครั้ง ด้วยความจำเป็น และ อีกครั้งเพราะยังไม่สิ้นเรื่องราว
ก็เรื่องของ นิยามของกากกัมมันตรังสี และ การดำเนินงาน ของผู้ที่เกียวข้องนั่นแหละ ไม่ใช่อะไรมากไปกว่านี้หรอก
อืมม ก่อนจะยุ่งเหยิงมากไปกว่านี้ ขอแจ้งเพื่อทราบโดยทั่วกันก่อนว่า ศจ. นั้น ที่แต่เดิมใช้ชื่อภาคภาษาอังกฤษว่า radioactive waste management center นั้น สทน. ท่านเปลี่ยนมาให้ใช้ตัวย่อว่า WMC คงมีเพียง waste management center เท่านั้นมั้ง
ทีแรก ก็เคืองๆ แต่เมื่อมาทราบเรื่องราวขององค์ประกอบต่างๆเข้า เลยทราบว่า สมควรแล้ว และก็บุญแล้ว ที่ได้ทำงานใน สทน.
สืบเนื่องจาก สัมมนาวานนี้ ที่ได้ถามแบบผู้รู้ ถึงนิยามกากกัมมันตรังสีนั่นแหละ ที่ได้สนทนากันระหว่างเดินทางกลับก่อนแยกย้ายกัน, วันนี้ ๑๑ มีค ๒๕๕๓, เลยยกมาเป็นเรื่องโดดๆ จำเพาะของโครงการ ไกลปืนเที่ยง เลยดูจะเหมาะสมกว่า
ไปสืบค้นจาก google ด้วยคำ กฏกระทรวง ว่าด้วยเงื่อนไขการบำบัดกากกัมมันตรังสี ก็ได้มา แล้วคัดลอกเอาแต่ส่วนที่ต้องพูดกันในนี้แหละ น่ะขอตัดทอนมาเพียงเพื่อวิเคราะห์เรื่องราวในทางวิชาการเท่านั้น มิได้มีเจตนาเป็นอย่างอื่น
อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 4 วรรคหนึ่ง (3) (4) และวรรคสอง กับ มาตรา 24 แห่ง พระราชบัญญัติ พลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ. 2504 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ในกฎกระทรวงนี้
"กากกัมมันตรังสี" หมายความว่า วัสดุในรูปของแข็ง ของเหลว หรือก๊าซที่เป็นวัสดุกัมมันตรังสี หรือประกอบหรือปนเปื้อนด้วยวัสดุกัมมันตรังสี ที่มีค่ากัมมันตภาพต่อปริมาณ หรือกัมมันตภาพรวมสูงว่าเกณฑ์ปลอดภัยที่กำหนดโดยคณะกรรมการ และผู้ครอบครองวัสดุนั้นไม่ประสงค์จะใช้งานอีกต่อไป และให้หมายความรวมถึงวัสดุอื่นใดที่คณะกรรมการกำหนดให้เป็นกากกัมมันตรังสี
"การจัดการกากกัมมันตรังสี" หมายความว่า กระบวนการดำเนินการทุกขั้นตอนซึ่งเกี่ยวข้องในการรวบรวม การคัดแยก การจำแนก การจัดเก็บ การบำบัด การแปรสภาพ การทิ้งและการขจัดกากกัมมันตรังสี และให้หมายความรวมถึงการขนส่งกากกัมมันตรังสีด้วย
"เกณฑ์ปลอดภัย" หมายความว่า ค่ากัมมันตภาพต่อปริมาณ หรือกัมมันตภาพรวมที่สามารถปล่อยสู่สิ่งแวดล้อมได้ ทั้งนี้ ตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
"การแปรสภาพ" หมายความว่า กระบวนการแปลงสภาพกากกัมมันตรังสีภายในภาชนะบรรจุกากกัมมันตรังสีให้อยู่ในรูป หรือสถานะที่เหมาะสมต่อการเคลื่อนย้าย การขนส่ง การเก็บพัก หรือการทิ้งกากกัมมันตรังสีโดยถาวร
"ต้นกำเนิดรังสีชนิดปิดผนึก" หมายความว่า วัสดุกัมมันตรังสีซึ่งปิดผนึกอย่างถาวรในปลอกหุ้มหรือห่อหุ้มอย่างมิดชิดและอยู่ในรูปของแข็ง โดยปลอกหุ้มหรือวัสดุห่อหุ้มต้องสามารถป้องกันการรั่วของวัสดุกัมมันตรังสีภายใต้สภาวะการใช้งานปกติ และสภาวะที่อาจเกิดเหตุผิดพลาดขึ้นได้
"ครึ่งชีวิต" หมายความว่า ระยะเวลาที่วัสดุกัมมันตรังสีลดกัมมันตภาพลงครึ่งหนึ่ง โดยกระบวนการสลายตัว
"ผู้รับใบอนุญาต" หมายความว่า ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตตาม มาตรา 12 และ มาตรา 13 แห่ง พระราชบัญญัติ พลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ. 2504

ข้อ 2 กากกัมมันตรังสีสามารถจำแนกประเภทตามค่ากัมมันตภาพและค่าครึ่งชีวิต ดังนี้
(1) กากกัมมันตรังสีระดับรังสีต่ำมาก ได้แก่ กากกัมมันตรังสี ที่มีระดับกัมมันตภาพต่อปริมาณ หรือ กัมมันตภาพรวมเท่ากับ หรือ ต่ำกว่าเกณฑ์ปลอดภัย
(2) กากกัมมันตรังสีระดับรังสีต่ำ ครึ่งชีวิตสั้น ได้แก่ กากกัมมันตรังสี ที่มี ค่าครึ่งชีวิต น้อยกว่า หนึ่งร้อยวันการสลายตัว และ ลดระดับ กัมมันตภาพต่อปริมาณ หรือ กัมมันตภาพรวม ต่ำกว่าเกณฑ์ปลอดภัย ภายในเวลาสามปี
(3) กากกัมมันตรังสีระดับรังสีต่ำ และ ปานกลาง ครึ่งชีวิตสั้น ได้แก่ กากกัมมันตรังสี ที่ให้รังสีบีตา หรือ แกมมา มีค่า ครึ่งชีวิต ตั้งแต่หนึ่งร้อยวัน แต่น้อยกว่าสามสิบปี และ เมื่อเก็บไว้สามปี ยังคงมี ระดับกัมมันตภาพต่อปริมาณ หรือ กัมมันตภาพรวมสูงกว่าเกณฑ์ปลอดภัย หรือ กากกัมมันตรังสี ที่ให้รังสีแอลฟา มีระดับกัมมันตภาพต่อปริมาณต่ำกว่า 400 เบ็กเคอเรลต่อกรัม และ มีระดับกัมมันตภาพรวม ในแต่ละหีบห่อต่ำกว่า 4,000 เบ็กเคอเรล
(4) กากกัมมันตรังสีระดับรังสีต่ำและปานกลาง ครึ่งชีวิตยาว ได้แก่ กากกัมมันตรังสี ที่มี ระดับบกัมมันตภาพต่อปริมาณ หรือ กัมมันตภาพรวม สูงกว่ากากกัมมันตรังสีตาม (3) และเป็น กากกัมมันตรังสี ที่ให้ความร้อนไม่เกิน 2 กิโลวัตต์ต่อลูกบาศก์เมตร
(5) กากกัมมันตรังสีระดับรังสีสูง ได้แก่ กากกัมมันตรังสี ที่มี ระดับกัมมันตภาพต่อปริมาณ หรือ กัมมันตภาพรวม สูงกว่า กากกัมมันตรังสีตาม (4) และ เป็นกากกัมมันตรังสี ที่ให้ความร้อนมากกว่า 2 กิโลวัตต์ต่อลูกบาศก์เมตร
ข้อ 3 ผู้รับใบอนุญาต ต้องจัดให้มี เจ้าหน้าที่ ผู้ดำเนินการ จัดการกากกัมมันตรังสี อย่างน้อยหนึ่งคน ซึ่งมีคุณสมบัติ และ ไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม ที่คณะกรรมการกำหนด โดยประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา ผู้รับใบอนุญาต ต้องแจ้ง การเปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่ ผู้ดำเนินการจัดการกากกัมมันตรังสี ตามความในวรรคหนึ่ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ทราบ ภายในสิบห้าวัน นับแต่ วันที่มีการเปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่ดังกล่าว
ข้อ 4 ผู้รับใบอนุญาต ต้องแจ้งรายละเอียด เกี่ยวกับชนิด ปริมาณ ลักษณะทางกายภาพ และทางเคมี ค่ากัมมันตภาพของกากกัมมันตรังสี และสถานที่เก็บกากกัมมันตรังสี พร้อมทั้งแจ้งวิธีการจัดเก็บ บำบัด ขจัด และขนส่ง ตามแบบ ที่คณะกรรมการกำหนด ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ภายในสามสิบวัน นับแต่ วันที่ได้รับใบอนุญาต และ ต้องแจ้ง รายละเอียดดังกล่าวต่อ พนักงานเจ้าหน้าที่ ต่อไปอีกตาม ระยะเวลา ที่คณะกรรมการกำหนด
ข้อ 5 ผู้รับใบอนุญาต ต้องคัดแยก รวบรวม บรรจุกากกัมมันตรังสี ลงในภาชนะและปิดฉลาก ตามหลักเกณฑ์ และ วิธีการ ที่คณะกรรมการกำหนด โดยประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ 6 ผู้รับใบอนุญาต ต้อง จัดให้มีสถานที่ สำหรับ จัดเก็บกากกัมมันตรังสี ก่อนการบำบัด พร้อมทั้งอุปกรณ์อื่น ที่จำเป็น ที่สามารถให้ความปลอดภัยทางรังสี โดยคำนึงถึงชนิด ปริมาณ ลักษณะทางกายภาพและทางเคมี และ ค่ากัมมันตภาพ ของ กากกัมมันตรังสี ที่จัดเก็บในสถานที่นั้น ลักษณะ ขนาด และ ที่ตั้งของสถานที่ รวมทั้ง อุปกรณ์ ตามความในวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่ คณะกรรมการกำหนด โดยประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ 7 ผู้รับใบอนุญาต ต้อง บำบัดกากกัมมันตรังสี ที่อยู่ในความรับผิดชอบของตน ดังนี้
(1) กากกัมมันตรังสีตาม ข้อ 2 (1) ให้ ระบายเข้าสู่ระบบระบายน้ำทิ้ง หรือ ขจัดรวมกับมูลฝอยทั่วไป ทั้งนี้ ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่กำหนดไว้ในกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
(2) กากกัมมันตรังสีตาม ข้อ 2 (2) ให้ เก็บในภาชนะ และ สถานที่ ตามที่คณะกรรมการกำหนดใน ข้อ 5 และ ข้อ 6 เพื่อให้ สลายตัว เป็นระยะเวลาอย่างน้อย สิบเท่า ของค่าครึ่งชีวิตก่อนปฏิบัติตาม (1)
(3) เมื่อดำเนินการตาม (1) หรือ (2) แล้ว ให้ รายงาน ตามแบบที่คณะกรรมการกำหนด ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ภายในสามสิบวัน นับแต่ วันที่ดำเนินการตาม (1) และ ต้องเก็บรายงานดังกล่าว ไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี
ข้อ 8 ผู้รับใบอนุญาต ต้อง จัดเตรียมกากกัมมันตรังสีตาม ข้อ 2 (3) (4) และ (5) เพื่อการนำส่ง กากกัมมันตรังสีดังกล่าว ไปยังสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เพื่อดำเนินการบำบัด และขจัดตามวิธีการดังต่อไปนี้
(1) กรอกแบบขอรับบริการตามแบบที่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติกำหนด
(2) บรรจุกากกัมมันตรังสีลงในภาชนะตามชนิดและขนาดที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(3) ปิดฉลากตาม ข้อ 5
ข้อ 9 ผู้รับใบอนุญาต ต้อง ขนส่ง กากกัมมันตรังสี ที่ได้จัดเตรียมไว้ตาม ข้อ 8 ไปยัง สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เพื่อการบำบัดหรือขจัด โดยปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ 10 ในกรณีที่เป็นกากกัมมันตรังสี ที่เกิดจากการใช้ หรือ หมดเปลืองไป ของต้นกำเนิดรังสีชนิดปิดผนึก ให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
(1) ไม่ถอด ทำลาย หรือ เปลี่ยนแปลงลักษณะการผนึก ของ ภาชนะบรรจุ ต้นกำเนิดรังสีชนิดปิดผนึก ที่หมดอายุการใช้งานแล้ว ให้แตกต่างไปจาก สภาพที่เป็นอยู่ เมื่อเริ่ม มีการครอบครอง ต้นกำเนิดรังสีชนิดปิดผนึกนั้น
(2) ห้ามโอน หรือ ส่งมอบการครอบครอง ให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่ บุคคลผู้รับมอบการโอน หรือ การส่งมอบการครอบครอง จะเป็นผู้รับใบอนุญาตให้ใช้ หรือมีไว้ในครอบครอง ซึ่งต้นกำเนิดรังสีชนิดปิดผนึกนั้น ทั้งนี้ ต้องได้รับความเห็นชอบ จากคณะกรรมการก่อน
(3) ทำสัญญากับผู้ขาย ต้นกำเนิดรังสีชนิดปิดผนึกนั้น ในขณะสั่งซื้อ เพื่อส่งคืนกากกัมมันตรังสีตาม ข้อ 2 (4) และ (5) ที่เกิดจาก ต้นกำเนิดรังสีชนิดปิดผนึก และ ต้องนำส่ง สำเนาเอกสารสัญญาดังกล่าว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ พิจารณาประกอบ การออกใบอนุญาต ให้นำเข้า ต้นกำเนิดรังสีชนิดปิดผนึกนั้น
(4) แจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบ ถึง การหมดสภาพการใช้งาน ของ ต้นกำเนิดรังสีชนิดปิดผนึก ภายใน สามสิบวัน นับแต่ วันที่ ต้นกำเนิดรังสีชนิดปิดผนึก นั้น หมดสภาพการใช้งาน
(5) จัดเก็บ กากกัมมันตรังสี ในสถานที่ สามารถให้ความปลอดภัยทางรังสี และให้นำความใน ข้อ 6 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ในกรณี ที่ ไม่มีการดำเนินการตาม (2) ต้องส่งกากกัมมันตรังสีนั้น คืนไปยังผู้ผลิตโดยเร็ว แต่ทั้งนี้ ต้องไม่เกินหนึ่งปี นับแต่ วันที่แจ้ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบ ถึงการหมดสภาพการใช้งาน และ ต้องนำส่ง สำเนา หลักฐานการส่งคืน ดังกล่าว ต่อ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ภายในสิบห้าวัน นับแต่วันส่งคืนกากกัมมันตรังสีนั้น
ในกรณี ที่ไม่สามารถ ดำเนินการตาม (3) ได้ ให้ นำส่ง กากกัมมันตรังสี ไปยังสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ดำเนินการบำบัดและขจัด โดยต้องปฏิบัติตาม ข้อ 8 และ ข้อ 9 โดยอนุโลม
ข้อ 11 ในกรณีที่กากกัมมันตรังสีสูญหาย หรือ ถูกลักขโมย หรือ มีเหตุฉุกเฉินทางรังสี เกิดขึ้น กับกากกัมมันตรังสี ให้รายงาน ต่อ พนักงานเจ้าหน้าที่โดยพลัน แล้วจัดทำรายงาน เกี่ยวกับการสูญหาย หรือถูกลักขโมย หรือการเกิดเหตุฉุกเฉินทางรังสีดังกล่าว เป็นหนังสือ เสนอ ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ภายในเจ็ดวัน นับแต่วันที่ทราบเหตุ
ข้อ 12 ผู้รับใบอนุญาต ต้องชำระ ค่าบริการบำบัดและขจัดกากกัมมันตรังสี ตามอัตรา ที่คณะกรรมการกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ 13 กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
:: ให้ไว้ ณ วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2546
:: (ลงชื่อ) พินิจ จารุสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
*หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบัน มีการผลิต และ ใช้วัสดุนิวเคลียร์พิเศษ พลังงานปรมาณู วัสดุพลอยได้ หรือวัสดุต้นกำลัง และ กระทำด้วยประการใดๆ แก่วัสดุต้นกำลัง ให้พ้น จากสภาพที่เป็นอยู่ ตามธรรมชาติ ในทางเคมีมากขึ้น อันเป็นเหตุให้เกิด กากกัมมันตรังสี จำนวนมาก สมควรกำหนด หลักเกณฑ์และวิธีการ จัดการกากกัมมันตรังสี เพื่อเป็นมาตรการควบคุม การจัดการกากกัมมันตรังสี ให้มีประสิทธิภาพ และ เกิดความปลอดภัย ต่อสุขภาพของประชาชน และ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ข้อ 1 ในกฎกระทรวงนี้
"กากกัมมันตรังสี" หมายความว่า วัสดุในรูปของแข็ง ของเหลว หรือก๊าซที่เป็นวัสดุกัมมันตรังสี หรือประกอบหรือปนเปื้อนด้วยวัสดุกัมมันตรังสี ที่มีค่ากัมมันตภาพต่อปริมาณ หรือกัมมันตภาพรวมสูงว่าเกณฑ์ปลอดภัยที่กำหนดโดยคณะกรรมการ และผู้ครอบครองวัสดุนั้นไม่ประสงค์จะใช้งานอีกต่อไป และให้หมายความรวมถึงวัสดุอื่นใดที่คณะกรรมการกำหนดให้เป็นกากกัมมันตรังสี
"การจัดการกากกัมมันตรังสี" หมายความว่า กระบวนการดำเนินการทุกขั้นตอนซึ่งเกี่ยวข้องในการรวบรวม การคัดแยก การจำแนก การจัดเก็บ การบำบัด การแปรสภาพ การทิ้งและการขจัดกากกัมมันตรังสี และให้หมายความรวมถึงการขนส่งกากกัมมันตรังสีด้วย
"เกณฑ์ปลอดภัย" หมายความว่า ค่ากัมมันตภาพต่อปริมาณ หรือกัมมันตภาพรวมที่สามารถปล่อยสู่สิ่งแวดล้อมได้ ทั้งนี้ ตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
"การแปรสภาพ" หมายความว่า กระบวนการแปลงสภาพกากกัมมันตรังสีภายในภาชนะบรรจุกากกัมมันตรังสีให้อยู่ในรูป หรือสถานะที่เหมาะสมต่อการเคลื่อนย้าย การขนส่ง การเก็บพัก หรือการทิ้งกากกัมมันตรังสีโดยถาวร
"ต้นกำเนิดรังสีชนิดปิดผนึก" หมายความว่า วัสดุกัมมันตรังสีซึ่งปิดผนึกอย่างถาวรในปลอกหุ้มหรือห่อหุ้มอย่างมิดชิดและอยู่ในรูปของแข็ง โดยปลอกหุ้มหรือวัสดุห่อหุ้มต้องสามารถป้องกันการรั่วของวัสดุกัมมันตรังสีภายใต้สภาวะการใช้งานปกติ และสภาวะที่อาจเกิดเหตุผิดพลาดขึ้นได้
"ครึ่งชีวิต" หมายความว่า ระยะเวลาที่วัสดุกัมมันตรังสีลดกัมมันตภาพลงครึ่งหนึ่ง โดยกระบวนการสลายตัว
"ผู้รับใบอนุญาต" หมายความว่า ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตตาม มาตรา 12 และ มาตรา 13 แห่ง พระราชบัญญัติ พลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ. 2504

ข้อ 2 กากกัมมันตรังสีสามารถจำแนกประเภทตามค่ากัมมันตภาพและค่าครึ่งชีวิต ดังนี้
(1) กากกัมมันตรังสีระดับรังสีต่ำมาก ได้แก่ กากกัมมันตรังสี ที่มีระดับกัมมันตภาพต่อปริมาณ หรือ กัมมันตภาพรวมเท่ากับ หรือ ต่ำกว่าเกณฑ์ปลอดภัย
(2) กากกัมมันตรังสีระดับรังสีต่ำ ครึ่งชีวิตสั้น ได้แก่ กากกัมมันตรังสี ที่มี ค่าครึ่งชีวิต น้อยกว่า หนึ่งร้อยวันการสลายตัว และ ลดระดับ กัมมันตภาพต่อปริมาณ หรือ กัมมันตภาพรวม ต่ำกว่าเกณฑ์ปลอดภัย ภายในเวลาสามปี
(3) กากกัมมันตรังสีระดับรังสีต่ำ และ ปานกลาง ครึ่งชีวิตสั้น ได้แก่ กากกัมมันตรังสี ที่ให้รังสีบีตา หรือ แกมมา มีค่า ครึ่งชีวิต ตั้งแต่หนึ่งร้อยวัน แต่น้อยกว่าสามสิบปี และ เมื่อเก็บไว้สามปี ยังคงมี ระดับกัมมันตภาพต่อปริมาณ หรือ กัมมันตภาพรวมสูงกว่าเกณฑ์ปลอดภัย หรือ กากกัมมันตรังสี ที่ให้รังสีแอลฟา มีระดับกัมมันตภาพต่อปริมาณต่ำกว่า 400 เบ็กเคอเรลต่อกรัม และ มีระดับกัมมันตภาพรวม ในแต่ละหีบห่อต่ำกว่า 4,000 เบ็กเคอเรล
(4) กากกัมมันตรังสีระดับรังสีต่ำและปานกลาง ครึ่งชีวิตยาว ได้แก่ กากกัมมันตรังสี ที่มี ระดับบกัมมันตภาพต่อปริมาณ หรือ กัมมันตภาพรวม สูงกว่ากากกัมมันตรังสีตาม (3) และเป็น กากกัมมันตรังสี ที่ให้ความร้อนไม่เกิน 2 กิโลวัตต์ต่อลูกบาศก์เมตร
(5) กากกัมมันตรังสีระดับรังสีสูง ได้แก่ กากกัมมันตรังสี ที่มี ระดับกัมมันตภาพต่อปริมาณ หรือ กัมมันตภาพรวม สูงกว่า กากกัมมันตรังสีตาม (4) และ เป็นกากกัมมันตรังสี ที่ให้ความร้อนมากกว่า 2 กิโลวัตต์ต่อลูกบาศก์เมตร
ข้อ 3 ผู้รับใบอนุญาต ต้องจัดให้มี เจ้าหน้าที่ ผู้ดำเนินการ จัดการกากกัมมันตรังสี อย่างน้อยหนึ่งคน ซึ่งมีคุณสมบัติ และ ไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม ที่คณะกรรมการกำหนด โดยประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา ผู้รับใบอนุญาต ต้องแจ้ง การเปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่ ผู้ดำเนินการจัดการกากกัมมันตรังสี ตามความในวรรคหนึ่ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ทราบ ภายในสิบห้าวัน นับแต่ วันที่มีการเปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่ดังกล่าว
ข้อ 4 ผู้รับใบอนุญาต ต้องแจ้งรายละเอียด เกี่ยวกับชนิด ปริมาณ ลักษณะทางกายภาพ และทางเคมี ค่ากัมมันตภาพของกากกัมมันตรังสี และสถานที่เก็บกากกัมมันตรังสี พร้อมทั้งแจ้งวิธีการจัดเก็บ บำบัด ขจัด และขนส่ง ตามแบบ ที่คณะกรรมการกำหนด ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ภายในสามสิบวัน นับแต่ วันที่ได้รับใบอนุญาต และ ต้องแจ้ง รายละเอียดดังกล่าวต่อ พนักงานเจ้าหน้าที่ ต่อไปอีกตาม ระยะเวลา ที่คณะกรรมการกำหนด
ข้อ 5 ผู้รับใบอนุญาต ต้องคัดแยก รวบรวม บรรจุกากกัมมันตรังสี ลงในภาชนะและปิดฉลาก ตามหลักเกณฑ์ และ วิธีการ ที่คณะกรรมการกำหนด โดยประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ 6 ผู้รับใบอนุญาต ต้อง จัดให้มีสถานที่ สำหรับ จัดเก็บกากกัมมันตรังสี ก่อนการบำบัด พร้อมทั้งอุปกรณ์อื่น ที่จำเป็น ที่สามารถให้ความปลอดภัยทางรังสี โดยคำนึงถึงชนิด ปริมาณ ลักษณะทางกายภาพและทางเคมี และ ค่ากัมมันตภาพ ของ กากกัมมันตรังสี ที่จัดเก็บในสถานที่นั้น ลักษณะ ขนาด และ ที่ตั้งของสถานที่ รวมทั้ง อุปกรณ์ ตามความในวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่ คณะกรรมการกำหนด โดยประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ 7 ผู้รับใบอนุญาต ต้อง บำบัดกากกัมมันตรังสี ที่อยู่ในความรับผิดชอบของตน ดังนี้
(1) กากกัมมันตรังสีตาม ข้อ 2 (1) ให้ ระบายเข้าสู่ระบบระบายน้ำทิ้ง หรือ ขจัดรวมกับมูลฝอยทั่วไป ทั้งนี้ ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่กำหนดไว้ในกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
(2) กากกัมมันตรังสีตาม ข้อ 2 (2) ให้ เก็บในภาชนะ และ สถานที่ ตามที่คณะกรรมการกำหนดใน ข้อ 5 และ ข้อ 6 เพื่อให้ สลายตัว เป็นระยะเวลาอย่างน้อย สิบเท่า ของค่าครึ่งชีวิตก่อนปฏิบัติตาม (1)
(3) เมื่อดำเนินการตาม (1) หรือ (2) แล้ว ให้ รายงาน ตามแบบที่คณะกรรมการกำหนด ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ภายในสามสิบวัน นับแต่ วันที่ดำเนินการตาม (1) และ ต้องเก็บรายงานดังกล่าว ไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี
ข้อ 8 ผู้รับใบอนุญาต ต้อง จัดเตรียมกากกัมมันตรังสีตาม ข้อ 2 (3) (4) และ (5) เพื่อการนำส่ง กากกัมมันตรังสีดังกล่าว ไปยังสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เพื่อดำเนินการบำบัด และขจัดตามวิธีการดังต่อไปนี้
(1) กรอกแบบขอรับบริการตามแบบที่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติกำหนด
(2) บรรจุกากกัมมันตรังสีลงในภาชนะตามชนิดและขนาดที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(3) ปิดฉลากตาม ข้อ 5
ข้อ 9 ผู้รับใบอนุญาต ต้อง ขนส่ง กากกัมมันตรังสี ที่ได้จัดเตรียมไว้ตาม ข้อ 8 ไปยัง สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เพื่อการบำบัดหรือขจัด โดยปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ 10 ในกรณีที่เป็นกากกัมมันตรังสี ที่เกิดจากการใช้ หรือ หมดเปลืองไป ของต้นกำเนิดรังสีชนิดปิดผนึก ให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
(1) ไม่ถอด ทำลาย หรือ เปลี่ยนแปลงลักษณะการผนึก ของ ภาชนะบรรจุ ต้นกำเนิดรังสีชนิดปิดผนึก ที่หมดอายุการใช้งานแล้ว ให้แตกต่างไปจาก สภาพที่เป็นอยู่ เมื่อเริ่ม มีการครอบครอง ต้นกำเนิดรังสีชนิดปิดผนึกนั้น
(2) ห้ามโอน หรือ ส่งมอบการครอบครอง ให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่ บุคคลผู้รับมอบการโอน หรือ การส่งมอบการครอบครอง จะเป็นผู้รับใบอนุญาตให้ใช้ หรือมีไว้ในครอบครอง ซึ่งต้นกำเนิดรังสีชนิดปิดผนึกนั้น ทั้งนี้ ต้องได้รับความเห็นชอบ จากคณะกรรมการก่อน
(3) ทำสัญญากับผู้ขาย ต้นกำเนิดรังสีชนิดปิดผนึกนั้น ในขณะสั่งซื้อ เพื่อส่งคืนกากกัมมันตรังสีตาม ข้อ 2 (4) และ (5) ที่เกิดจาก ต้นกำเนิดรังสีชนิดปิดผนึก และ ต้องนำส่ง สำเนาเอกสารสัญญาดังกล่าว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ พิจารณาประกอบ การออกใบอนุญาต ให้นำเข้า ต้นกำเนิดรังสีชนิดปิดผนึกนั้น
(4) แจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบ ถึง การหมดสภาพการใช้งาน ของ ต้นกำเนิดรังสีชนิดปิดผนึก ภายใน สามสิบวัน นับแต่ วันที่ ต้นกำเนิดรังสีชนิดปิดผนึก นั้น หมดสภาพการใช้งาน
(5) จัดเก็บ กากกัมมันตรังสี ในสถานที่ สามารถให้ความปลอดภัยทางรังสี และให้นำความใน ข้อ 6 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ในกรณี ที่ ไม่มีการดำเนินการตาม (2) ต้องส่งกากกัมมันตรังสีนั้น คืนไปยังผู้ผลิตโดยเร็ว แต่ทั้งนี้ ต้องไม่เกินหนึ่งปี นับแต่ วันที่แจ้ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบ ถึงการหมดสภาพการใช้งาน และ ต้องนำส่ง สำเนา หลักฐานการส่งคืน ดังกล่าว ต่อ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ภายในสิบห้าวัน นับแต่วันส่งคืนกากกัมมันตรังสีนั้น
ในกรณี ที่ไม่สามารถ ดำเนินการตาม (3) ได้ ให้ นำส่ง กากกัมมันตรังสี ไปยังสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ดำเนินการบำบัดและขจัด โดยต้องปฏิบัติตาม ข้อ 8 และ ข้อ 9 โดยอนุโลม
ข้อ 11 ในกรณีที่กากกัมมันตรังสีสูญหาย หรือ ถูกลักขโมย หรือ มีเหตุฉุกเฉินทางรังสี เกิดขึ้น กับกากกัมมันตรังสี ให้รายงาน ต่อ พนักงานเจ้าหน้าที่โดยพลัน แล้วจัดทำรายงาน เกี่ยวกับการสูญหาย หรือถูกลักขโมย หรือการเกิดเหตุฉุกเฉินทางรังสีดังกล่าว เป็นหนังสือ เสนอ ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ภายในเจ็ดวัน นับแต่วันที่ทราบเหตุ
ข้อ 12 ผู้รับใบอนุญาต ต้องชำระ ค่าบริการบำบัดและขจัดกากกัมมันตรังสี ตามอัตรา ที่คณะกรรมการกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ 13 กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
:: ให้ไว้ ณ วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2546
:: (ลงชื่อ) พินิจ จารุสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
*หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบัน มีการผลิต และ ใช้วัสดุนิวเคลียร์พิเศษ พลังงานปรมาณู วัสดุพลอยได้ หรือวัสดุต้นกำลัง และ กระทำด้วยประการใดๆ แก่วัสดุต้นกำลัง ให้พ้น จากสภาพที่เป็นอยู่ ตามธรรมชาติ ในทางเคมีมากขึ้น อันเป็นเหตุให้เกิด กากกัมมันตรังสี จำนวนมาก สมควรกำหนด หลักเกณฑ์และวิธีการ จัดการกากกัมมันตรังสี เพื่อเป็นมาตรการควบคุม การจัดการกากกัมมันตรังสี ให้มีประสิทธิภาพ และ เกิดความปลอดภัย ต่อสุขภาพของประชาชน และ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ซึ่งตามที่ยกมานี้แล้ว ไม่เพียงยังไม่กระจ่างในนิยามเท่านั้น แม้แต่การจัดการกากกัมมันตรังสี ก็ยังมีการเลือกปฏิบัติด้วย เพราะเห็นว่ามี คนเหล็ก อยู่หลายคน ที่ออกหน้าออกตาว่า disposal นั้น ไม่ทำ ซึ่ง ไปดูเอาเถิดว่า การทิ้งและการขจัด นั้นยังจะใช่ disposal หรือไม่
แต่ว่า คน ก็คือ คน ที่ไม่ใช่ ฅน เพราะก็เห็นว่ายังกระสันจะทำ bored hole disposal กันอยู่ยิกยิก แม้จะเลี่ยงบาลีว่า ปรีดิ้สโพ้สซ่อน มันก็คือ disposal นั่นแหละ ก็ลองนึกดูซิว่า การทดลองอยู่ด้วยกันก่อน กับ การอยู่ด้วยกัน เนี่ย มันต่างแค่ตัวหนังสือ แต่พฤติกรรม ไม่ต่างกันหรอกกับการเป็นคู่ผัวตัวเมียที่ต้องสังวาสร่วมเพศกัน
ดูท่าทางว่า จะทำผิกกฏกระทรวงกันไปซะหมดน่ะ ฮึ เพราะแม้กระทั้งการจัดการ ก็ยังไม่ครบนิยามเลย เอ WMC นี่จะพอเพียงหรือเปล่า
ทีแรก ที่กฏกระทรวงนี้มีผลบังคับใช้ คจ. หรือ กองขจัดกาก เดิมที่อยู่กับ สำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ และที่ต่อมา สำนักงานฯ ได้รับการเปลี่ยนชื่อเป็น สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ส่วน กองขจัดกาก ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงไปมากมาย ที่สุดไปผูกกับ โครงการ ONRC ที่ยังมีปัญหากันอยู่ขณะนี้ แต่ก็ happy กับกฏกระทรวงฉบับนี้ และดูว่า บางคน ก็คนเดียวนั่นแหละ เอาไปปรับตำแหน่งด้วยนา
อีทีนี้ พอมาอยู่ สทน. เข้า แม้จะได้ผลสรุปออกมาว่า สทน. มีสิทธิดำเนินการจัดการกากกัมมันตรังสีได้ แต่ ก็มีเสียงว่า ปส. ไมสามารถควบคุม ศจ. ได้ หากอาศัยกฏกระทรวงฉบับนี้ ก็ให้งงง
นักกฏหมาย ท่านไปจับเอาตรงคำนิยามตรง วัสดุกัมมันตรังสีนั่น และตีความเอาว่า วัสดุพลอยได้ เข้า ท่านก็บอกว่า สามารถควบคุมได้ ...ฯลฯ เอาเหอะ มันวุ่นมากนัก ประดี๋ยวไล่ไปเดินถนนค่ำวันเสาร์อาทิตย์นี้กันให้หมด
เอาล่ะ มาดูนิยาม ตรงหลังคำว่า และ ที่ ๒ นั้นกันให้จะจะอีกทีให้เต็มตากันให้ถ้วนทั่วกันทุกคนในที่นี้เลยดีกว่า เน้าะ ให้หมายความรวมถึงวัสดุอื่นใดที่คณะกรรมการกำหนดให้เป็นกากกัมมันตรังสี
นักกฏหมายท่านชี้แจงว่า คณะกรรมการต้องลงความเห็น ซึ่งเป็นอำนาจของท่าน จะให้ผู้ใดกระทำแทนไม่ได้ในกรณีนี้ ดังนี้แล้ว ก็ใยมิใช่ว่า หาก ศจ. ในนามของ สทน. จะรับกากฯที ก็ต้องเชิญคณะกรรมการมาประชุมที งั้นรึ มิโกลาหลอลหม่านกันไปหมดหรอกหรือ
ในความเป็นจริง ก็ไม่เคยได้พบได้เห็นคณะกรรมการมาพิจารณาเรื่องนี้เลยน่ะ หรือว่า ตัวเล็กเกินไป เลยไม่มีสิทธิที่จะได้เห็นได้รับรู้เรื่องเหล่านี้
หากเป็นดังนี้แล้ว สิ่งที่ ศจ. รับมาดำเนินการนั้นก็ มิใช่กากกัมมันตรังสีสิ เน้าะ
ได้รับแจ้งจาก นิคม ว่า WMC นั้นใช้กับเอกสารคิวเอ เท่านั้น อืมมม ขอบใจ คิวตึ๋ง หรือ คิวนี คงเหมือนเดิม เน้าะ
นี่ขนาดนี้ ยังวุ่นวายเลย เอาแค่นิยาม เอาแค่การปฏิบัติ ก็ยังขาดๆเกินๆ ยังคิดจะเป็น centralized ในเรื่องการจัดการฯ ถ้าไม่คิดว่าจะ monopoly ก็ดำเนินการไป แต่ต้องมีความรับผิดชอบน่ะ total responsibilities ต้องตกอยู่กับผู้ที่ทำตัวเป็น operators ตามกฏหมายนั่น ต้องตระหนักในเรื่องนี้ให้มาก
ต่างประเทศ เท่าที่ไปมา ก็เห็นว่า เขาขอใบอนุญาตดำเนินงาน หลังจากที่ facilities ต่างๆเรียบ้อยแล้ว ซึ่งก็อาศัยกฏเดียวกัน facilities ต่างๆ ก็ต้องได้รับอนุญาตให้ก่อสร้าง และก็อาศัยกฏเดียวกันอีกเช่นกันว่า แบบพิมพ์เขียวของ facilities ทั้งหลาย ต้องได้รับอนุญาต ต้องพิสูจน์แล้วว่า ปลอดภัย ... ลงไปเรื่อยๆ
ขณะเดียวกัน บุคคลากร ที่จะมาปฏิบัติงานก็ต้อง qualified ด้วย
ทั้ง บุคคลากร และ radioactive waste managment facilites รวมๆเรียกว่า operational capabilities น่ะ
ส่วนเรื่องกฏหมายนั้น เรียกว่า regulatory capabilities ซึ่ง ความที่ยังไม่ลงรอยกันนี้แหละ จะเป็นเหตุให้ การจัดการกากกัมมันตรังสีไม่สามารถกระทำให้เกิดขึ้นอย่างปลอดภัยได้
นี่ตั้ง ๒ ขา ไม่ใช่ขาใดขาหนึ่งน่ะ ที่ยังไม่เรียบร้อย ยังริคิดจะเป็น centralized .... อะไรก็ไม่รู้
ขอยุติไว้ชั่วคราว เพื่อเตรียมตัวสอนแทนนิคมวันที่ ๑๒ มีค พรุ่งนี้
คำสำคัญ:
FreeBSD,
กฏกระทรวง,
กากกัมมันตรังสี,
ไกลปืนเที่ยง,
นิยาม,
ศจ,
สทน
Tuesday, March 9, 2010
วัดกันที่ผลงาน
เมื่อวาน อ่านจดหมายไฟฟ้า เจอจดหมายเวียน ก็พวกฟอหวอด นั่นแหละ ว่าจะไม่เอามาเป็นสาระแล้วเชียว
วันนี้ อ่านหนังสือเวียน จาก หน่วยงานที่อยากเป็น paperless office แต่บุคคลการในหน่วยงาน ยัง dump เอกสารมาทาง printer กันโครมๆๆๆๆ เรื่องหนึ่ง ที่อานคือ การจัดทำกรอบการประเมินผลงาน
ก็น่าสนใจดี หน่วยงานตั้งมาตั้งนานแล้ว เพิ่งมาทำกรอบ คงไม่ใช่ผลงานหายแล้วถึงมาทำกรอบหรอกน่อ เอาเถอะ แต่ก็อดนึกถึงจดหมายไฟฟ้านั้นไม่ได้
ลองลองอ่านดูเด้อ คลายเครียด
วัดกันที่ผลงาน....
บาทหลวงคนหนึ่งกำลังเข้าแถวอยู่ที่ประตูสวรรค์ คนก่อนหน้าเขาเป็นไอ้หนุ่มคนหนึ่งสวมแว่นกันแดด
เสื้อตัวโคร่ง แจ็คเก็ตหนัง และกางเกงยีนส์
เทวทูตถามไอ้หนุ่มว่า “เจ้าคือใคร ข้าจะพิจารณา ว่าเจ้าควรจะได้เข้ามาอยู่ในดินแดนของพระเจ้าหรือไม่”
ไอ้หนุ่มตอบ “ผมชื่อ โจ โคเฮน เป็นคนขับรถแท็กซี่อยู่เมืองนิวยอร์ก”
เทวทูตตรวจสอบในบัญชีรายชื่อสักพักแล้วยิ้ม
“ใส่เสื้อคลุมผ้าไหมนี่แล้วรับไม้เท้าทองคำไป ยินดีต้อนรับสู่ดินแดนของพระเจ้า”
ทีนี้ ก็ถึงตาของบาทหลวง เขายืนตรงอย่างมั่นใจแล้วแนะนำตัว
“ผมชื่อโจเซฟ สโนว์ เป็นบาทหลวงของโบสถ์เซนต์แมรี่ ทำงานรับใช้พระผู้เป็นเจ้ามา 43 ปีเต็ม”
เทวทูตตรวจสอบอยู่ในบัญชีรายชื่อ แล้วบอกเขา
“รับเสื้อคลุมผ้าป่าน กับไม้เท้าบรอนซ์ เจ้าจะได้อยู่ในดินแดนของพระเจ้า”
“เดี๋ยวก่อนครับ” บาทหลวงประท้วง
“ไอ้หนุ่มเมื่อกี้เป็นคนขับรถแท็กซี่ เขาได้เสื้อคลุมผ้าไหมกับไม้เท้าทองคำ มันเป็นไปได้ยังไงกันครับนี่”
“ที่นี่ เราวัดกันที่ผลงาน” เทวทูตตอบเย็นชา
“เวลาเจ้าเทศน์ ผู้คนหลับหมด แต่เวลาเขาขับรถ ผู้คนสวดภาวนา”
บางที นอกกรอบมันก็ดีเน้าะ
วันนี้ อ่านหนังสือเวียน จาก หน่วยงานที่อยากเป็น paperless office แต่บุคคลการในหน่วยงาน ยัง dump เอกสารมาทาง printer กันโครมๆๆๆๆ เรื่องหนึ่ง ที่อานคือ การจัดทำกรอบการประเมินผลงาน
ก็น่าสนใจดี หน่วยงานตั้งมาตั้งนานแล้ว เพิ่งมาทำกรอบ คงไม่ใช่ผลงานหายแล้วถึงมาทำกรอบหรอกน่อ เอาเถอะ แต่ก็อดนึกถึงจดหมายไฟฟ้านั้นไม่ได้
ลองลองอ่านดูเด้อ คลายเครียด
วัดกันที่ผลงาน....
บาทหลวงคนหนึ่งกำลังเข้าแถวอยู่ที่ประตูสวรรค์ คนก่อนหน้าเขาเป็นไอ้หนุ่มคนหนึ่งสวมแว่นกันแดด
เสื้อตัวโคร่ง แจ็คเก็ตหนัง และกางเกงยีนส์
เทวทูตถามไอ้หนุ่มว่า “เจ้าคือใคร ข้าจะพิจารณา ว่าเจ้าควรจะได้เข้ามาอยู่ในดินแดนของพระเจ้าหรือไม่”
ไอ้หนุ่มตอบ “ผมชื่อ โจ โคเฮน เป็นคนขับรถแท็กซี่อยู่เมืองนิวยอร์ก”
เทวทูตตรวจสอบในบัญชีรายชื่อสักพักแล้วยิ้ม
“ใส่เสื้อคลุมผ้าไหมนี่แล้วรับไม้เท้าทองคำไป ยินดีต้อนรับสู่ดินแดนของพระเจ้า”
ทีนี้ ก็ถึงตาของบาทหลวง เขายืนตรงอย่างมั่นใจแล้วแนะนำตัว
“ผมชื่อโจเซฟ สโนว์ เป็นบาทหลวงของโบสถ์เซนต์แมรี่ ทำงานรับใช้พระผู้เป็นเจ้ามา 43 ปีเต็ม”
เทวทูตตรวจสอบอยู่ในบัญชีรายชื่อ แล้วบอกเขา
“รับเสื้อคลุมผ้าป่าน กับไม้เท้าบรอนซ์ เจ้าจะได้อยู่ในดินแดนของพระเจ้า”
“เดี๋ยวก่อนครับ” บาทหลวงประท้วง
“ไอ้หนุ่มเมื่อกี้เป็นคนขับรถแท็กซี่ เขาได้เสื้อคลุมผ้าไหมกับไม้เท้าทองคำ มันเป็นไปได้ยังไงกันครับนี่”
“ที่นี่ เราวัดกันที่ผลงาน” เทวทูตตอบเย็นชา
“เวลาเจ้าเทศน์ ผู้คนหลับหมด แต่เวลาเขาขับรถ ผู้คนสวดภาวนา”
บางที นอกกรอบมันก็ดีเน้าะ
คำสำคัญ:
tint,
การประเมินผล,
สทน
Friday, February 26, 2010
วันกีฬา กระทรวง
วันนี้ ลงแข่งกีฬาของกระทรวง
ลงให้เพื่อน เพื่อเพื่อน สำหรับเพื่อน
ไปเทคโนธานี ที่คลองห้า กับรถตู้ สทน. ขากลับ กลับกับรถตู้ ปส. ราวๆ สองทุ่มครึ่ง
ไปถึง ตั้งแถวเดินขบวนนักกีฬาแล้วเข้าซุ้มที่พัก
พบว่า สวทน สีเสื้อคล้ายกับ สทน โดยเสื้อ สทน. เป็นเส้นคู่เล็กๆสีเขียว ขนาบด้านข้าง จากรักแร้ลงมาถึงสะเอว แต่เสื้อ สวทน. กลับเขียวเข้มทั้งแถบ
แจ้งปัญญา ว่าไปแข่งหมากรุกที่อาคารที่เขาบอกมา เผื่อเป็นลมเป็นแล้งไปจะได้ตามกันถูก ไปแข่งสนุก เพราะเจอมือแข็งจาก สป.
ก็ยังไง ก็อดภูมิใจไม่ได้ ที่เขาต้องออกแรง ถึงจะชนะ
หมากรุกไทยเนี่ย เล่น ไม่เป็น เดินน่ะเดินได้ ก็ไปเดิน ร่วมแข่งขันกับเขา ตามที่ต๋องขอไว้
สทน สามคน พบ สป. สามคนเช่นกัน
มะไฟแพ้
อาโกแพ้
นีโนเสมอ แปลกใจมากกับคู่นี้ และก็พิสูจน์ได้กับการแข่งม้าในสามก้กนั่น แม้ว่าเราจะไม่รู้มือนีโน
สนุกมาก กับเกมส์ที่เล่น
ผลโดยรวม ทีม สทน. แพ้ ตกรอบไป
อยู่เชียร์กีฬาอื่นๆ จนค่ำ มีงานเลี้ยง ก็จำต้องอยู่ เพราจนหนทางที่จะกลับเอง
สทน. ได้ถ้วย ชักคะเย่อ โดยเอาชนะ ปส. ที่เอาชนะอีกทีมซึ่งมหาหินมาได้ นับถือ ปส. มากเลยที่เอาชนะทีมยักษ์มาได้ ทีมนั้นมีคนใหญ่ ราวกับยักษ์อยู่คนหนึ่ง ซึ่งแค่ยืนเฉยๆ ก็ฉุดไปขยับอยู่แล้ว แต่ ปส. กลับชนะมาได้
นับถือนับถือ แม้ว่าจะได้ถ้วยชนะเลิศมา แต่ก็อดนับถือความสามารถของ ปส. ไม่ได้
อีกถ้วยที่ได้คือ ปิงปอง
วอลเลย์บอล เป็นอีกอย่าง ที่สนุก ทั้งทีมชาย ทีมหญิง ก็เพิ่งรู้ด้วยเช่นกันว่า กีฬานี้ ใช้ตีนได้ด้วย
ฮาาาาาาาาา
วิชัย มาบอกว่า งั้นให้ตะกร้อ มาแข่งวอลเลย์ด้วย
เอาเอะ พ่อคุณ จะลงทุนกันขนาดนั้น ก็ตามใจเหอะ
ปีหน้า ฟ้าใหม่ หากมีโอกาส ก็จะไปร่วมอีก
ลงให้เพื่อน เพื่อเพื่อน สำหรับเพื่อน
ไปเทคโนธานี ที่คลองห้า กับรถตู้ สทน. ขากลับ กลับกับรถตู้ ปส. ราวๆ สองทุ่มครึ่ง
ไปถึง ตั้งแถวเดินขบวนนักกีฬาแล้วเข้าซุ้มที่พัก
พบว่า สวทน สีเสื้อคล้ายกับ สทน โดยเสื้อ สทน. เป็นเส้นคู่เล็กๆสีเขียว ขนาบด้านข้าง จากรักแร้ลงมาถึงสะเอว แต่เสื้อ สวทน. กลับเขียวเข้มทั้งแถบ
แจ้งปัญญา ว่าไปแข่งหมากรุกที่อาคารที่เขาบอกมา เผื่อเป็นลมเป็นแล้งไปจะได้ตามกันถูก ไปแข่งสนุก เพราะเจอมือแข็งจาก สป.
ก็ยังไง ก็อดภูมิใจไม่ได้ ที่เขาต้องออกแรง ถึงจะชนะ
หมากรุกไทยเนี่ย เล่น ไม่เป็น เดินน่ะเดินได้ ก็ไปเดิน ร่วมแข่งขันกับเขา ตามที่ต๋องขอไว้
สทน สามคน พบ สป. สามคนเช่นกัน
มะไฟแพ้
อาโกแพ้
นีโนเสมอ แปลกใจมากกับคู่นี้ และก็พิสูจน์ได้กับการแข่งม้าในสามก้กนั่น แม้ว่าเราจะไม่รู้มือนีโน
สนุกมาก กับเกมส์ที่เล่น
ผลโดยรวม ทีม สทน. แพ้ ตกรอบไป
อยู่เชียร์กีฬาอื่นๆ จนค่ำ มีงานเลี้ยง ก็จำต้องอยู่ เพราจนหนทางที่จะกลับเอง
สทน. ได้ถ้วย ชักคะเย่อ โดยเอาชนะ ปส. ที่เอาชนะอีกทีมซึ่งมหาหินมาได้ นับถือ ปส. มากเลยที่เอาชนะทีมยักษ์มาได้ ทีมนั้นมีคนใหญ่ ราวกับยักษ์อยู่คนหนึ่ง ซึ่งแค่ยืนเฉยๆ ก็ฉุดไปขยับอยู่แล้ว แต่ ปส. กลับชนะมาได้
นับถือนับถือ แม้ว่าจะได้ถ้วยชนะเลิศมา แต่ก็อดนับถือความสามารถของ ปส. ไม่ได้
อีกถ้วยที่ได้คือ ปิงปอง
วอลเลย์บอล เป็นอีกอย่าง ที่สนุก ทั้งทีมชาย ทีมหญิง ก็เพิ่งรู้ด้วยเช่นกันว่า กีฬานี้ ใช้ตีนได้ด้วย
ฮาาาาาาาาา
วิชัย มาบอกว่า งั้นให้ตะกร้อ มาแข่งวอลเลย์ด้วย
เอาเอะ พ่อคุณ จะลงทุนกันขนาดนั้น ก็ตามใจเหอะ
ปีหน้า ฟ้าใหม่ หากมีโอกาส ก็จะไปร่วมอีก
คำสำคัญ:
กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ,
กีฬา,
คลองห้า,
เทคโนธานี,
สทน
Monday, February 22, 2010
ระบบเปิด กับ FOSS และ แผนแม่บท IT
แผนแม่บทไอที
ระบบเปิด ไม่ได้หมายถึง open source น่ะ แต่หมายถึงระบบที่มีคนใช้กันมากแพร่หลาย เช่นชุดไมโครซอฟอ้อฟฟิส
เอ้ะ งงง แฮะ
อาจารย์ครับ ที่ว่าระบบเปิด.... นั้นคือยังไง
อ้อ บางโปรแกรมเขาปิดไว้ เช่นที่ต้องมีด้องเกินที่ printer port ไง
อ๋อ
.....
open source software ไม่ได้ฟรีน่ะครับ...
.....

ว้าวววว แล้วไอ้ที่ยูเน้สโก้เขาเขียนว่า FOSS หรือที่บางกลุ่มเขาเรียกว่า FlOSS นั่นหละ มันฟรีน่ะ ทำไมไม่เอามาใช้ ฮึ
แต่ก็ยังดี ที่ในที่สุด สทน ยังคงบรรจุการทะยอยนำ open source software มาใช้งาน
ยังไม่เสร็จ ยังไม่จบ ยังไม่สิ้นสุด
UNESCO เขายังให้ link ไปยัง portal ของเขาเลยน่ะ และเขาทำไว้ให้ ใครก็ได้ ช่วยแพร่เผยแผ่ข่าวนี้ให้ด้วย
หึหึ
ระบบเปิด ไม่ได้หมายถึง open source น่ะ แต่หมายถึงระบบที่มีคนใช้กันมากแพร่หลาย เช่นชุดไมโครซอฟอ้อฟฟิส
เอ้ะ งงง แฮะ
อาจารย์ครับ ที่ว่าระบบเปิด.... นั้นคือยังไง
อ้อ บางโปรแกรมเขาปิดไว้ เช่นที่ต้องมีด้องเกินที่ printer port ไง
อ๋อ
.....
open source software ไม่ได้ฟรีน่ะครับ...
.....

ว้าวววว แล้วไอ้ที่ยูเน้สโก้เขาเขียนว่า FOSS หรือที่บางกลุ่มเขาเรียกว่า FlOSS นั่นหละ มันฟรีน่ะ ทำไมไม่เอามาใช้ ฮึ
แต่ก็ยังดี ที่ในที่สุด สทน ยังคงบรรจุการทะยอยนำ open source software มาใช้งาน
ยังไม่เสร็จ ยังไม่จบ ยังไม่สิ้นสุด
หึหึ
คำสำคัญ:
FOSS,
open source softwares,
swot,
แผนแม่บทไอที,
ระบบเปิด,
สทน
Sunday, February 21, 2010
๑ วันมหัศจรรย์กับนิวเคลียร์
วานนี้, ๒๐ กพ ๒๕๕๓, ไปงาน ๑ วันมหัศจรรย์กับนิวเคลียร์ ณ ใจกลางโลก, central world, จนได้ และ กลับมาบ้านเองได้โดยสวัสดิภาพ อุรา แม้ว่าจะไม่ค่อยเชื่อนักว่าไปถึงที่หมายได้ แต่ก็อดจะแปลกใจไม่ได้ ที่เห็นถุงหิ้วติดมือมา ซึ่งพอรู้ว่าอะไรเป็นอะไรก็ไม่ถาม เพราะมี หมูยอผงไหม ของชอบไปให้กิน
ออกจากบ้าน สายเล็กน้อย จับรถตู้ข้างทาง ริมถนนแจ้งวัฒนะไปอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ยี้บห้าบาท ลงใต้ทางด่วนแป้บเดียวเอง ถึงแล่ว เดินข้ามสะพานไขว้ ไปซื้อตั๋วรถไฟฟ้า พอได้ออกกำลัง ครับผม ได้ออกกำลังจริงๆ ระยะทางยาว อากาศดี
ไปถามคนขายตั๋ว ว่าจะไปที่ central world เนี่ยไปลงที่ไหนครับ
ลงชิดลมค่ะ กดหมายเลข ๓ น่ะค่ะ ยี้บห้าบ่ะค่ะ
เลือกตู้ที่ว่าว่าง กลับกลายเป็นช้าไป เพราะอีตอนกดเลือกเลข ๓ นั่นมันใช้ ดิจิต้อน ที่ไม่ใช่ digital มั้ง เลยเลือกยังไงก็เลือกไม่ได้ หันหลังหนีเลย ไม่ยุ่งกับแม่งงงงง
ไปเลือกอีกตู้ ไวกว่า
ไปถึงชิดลม ก็สถานีเก่าที่เคยลงคราวทำ workshop นั่นแหละ ถามพนักงานรถไฟฟ้าที่อยู่นอกรถว่า จะไป central world ไปไงครับ อันนี้ ต้องถาม แม้จะรู้ว่ามันอยู่ตรงไหนแล้วก็ตาม ต้องถามเพื่อความแน่ใจ
เดินตรงไปเลยค่ะ พอถึงสี่แยก จะมีทางเลี้ยวขวาเข้าไป
ขอบคุณครับ
เจอทาริกา ยืนแจกกระดาษ ก่อนขึ้นบรรไดเลื่อน ถามเธอว่าเอเดนโซนไปทางไหน เธอไม่ทราบ แนะให้ไปถามข้างบน
อ้อ เธอเป็นชาวดินเน้าะ เลยไม่รู้เรื่องอีดงอีเดนอะไร ก็แนะให้ไปถามชาวฟ้า
ขึ้นบุนไดเลื่อนแล้วก็ตรงแน่วไปอย่างเดียว ไม่ถาม ก็ดูว่าไปจนสุดมองลงมาข้างล่างที่ว่าเป็น ชั้น ๑ ก็ไม่ยักกะเจออะไรที่เกี่ยวข้องกับ สทน. เลยแม้แต่น้อย
เลยดอนเยิ้น เดินย้อนกลับมาถามหนุ่มที่ยืนกลางทาง ก็นึกรู้ว่า หลงทิศ เพราะที่เดินไปมันทิศเหนีย แต่เอเดนโซนมันอยู่ทิศตะวันตก
นี่แหละผลของการ ไม่ถาม
หันเดินกลับทิศตรงหนุ่มเหน้าเขาบอกมานั่นแหละ ตรงลิ่วไปเลย จนสุดทาง ได้ยินแว่วๆทั้งที่ยังไม่ถึง
เคลียร์ๆ ร้ายๆ
ช้าดเลย
ลงบุนไดเลื่อนมา เจอพวกเรา กับเวทีที่คู่หนุ่มหล่อสาวสวยประกาศจ้อยๆเจื้อยแจ้วอยู่ ที่ได้ยินนั่นแหละ
งานกำลังเริ่มพิธีเปิดพอดี้ ยังกับว่า เราไม่ไปถึง งานเปิดไม่ได้ ซะงั้น
อาจารย์นเรศ ท่านแซว พี่ๆ จะถ่ายเอาไปทำไมโครฟิล์มรึ พอเห็น มะไฟ พยายามถ่ายรูปด้วยมือถือ
ฮาาาาาาาาาาา เข้าใจแซว เห็นด้วย เพราะรูปมันเล็กกะติ้ดจิ๋วหลิวจริงๆ
ลงทะเบียน โดยไม่เบียดใคร แล้วส่งข้างบัตร ที่เขาเรียกว่า หางบัตร นั่นไปชิงโชคบลูโทป้าส
พอเที่ยงนี่ซิ ยุ่ง เพราะเช้ายังไม่ได้กินอาหารเลย จะออกไปข้างนอกกับ วิชัย ก็ไม่ได้ ฝนลง
ขึ้นไปล่ออาหารลาว ยำแซบ อูมอามไอ้อะอ่อยอึ๋งไออิงอิง อ๋องอ๊อยอกอิบอาท ไอ้แองเอย อิ่ม
เจอคุณน้อยมาขายหมูยอผงไหม เลยอุดหนุนท่าน ๖ ชุด เธอก็ใจดี แถม ลูกชิ้นให้อีก ๑ กระสอบ พอดีตอนนั้น ผสทน. ท่านเข้าไปในบุ้ตด้วย เลยได้ยกมือไหว้ท่าน
ในงาน เจอพี่แหม่ม ที่เป็นคนไทย เจอ สองรอง เจอ วิชัย เพื่อนหมากรุก ดร. ธวัชชัย อาจารย์นเรศ กับน้องๆสีเขียวหลายคน ไปยืนปลง กับ แบบจำลอง เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ที่ท่านพี่จิตร รังสรรค์งานทิ้งไว้
เห็นของ นึกถึงคน
ข้างๆกัน มีแบบจำลองโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ ก็ได้แต่ ท้วง ไปตามประสาคนหาเรื่องว่า ในช่วง start up เนี่ย กิจกรรมของแท่งควบคุม ควรจะแสดงให้เห็นด้วยก็จะดีไม่ใช่น้อย เพราะ มันเน้นว่า เราจะควบคุมปฏิกิริยาได้ยังไง
ไม่รู้ทาริกาท่านนั้นจะ get ไอเดียรึเปล่า
ได้ถามท่านมานิตว่า ตัวเลข 1906 เนี่ย มันถูกหรือ ท่านว่า ไม่ทู้ก พอสอนั้นมันยังไม่มีอาหารอะไรออกมาเลย
ฮาาาาาาาาาาาาาา
เจอหัวหน้า ศร gic ที่พา เมียมาด้วยตอนเดินกลับมาขึ้นรถไฟฟ้า งานนี้คงไม่แคล้ว หางบัตรนำโชคแน่ๆ
แต่ ให้โชคไปกับคนอื่นเขาดีกว่า
สละแล้ว
ทำไมไม่เจียรนัยตนเองล่ะ ฮึ
จากโลกลงมา กลับมาถึงบ้าน นอนลูกเดียว
ออกจากบ้าน สายเล็กน้อย จับรถตู้ข้างทาง ริมถนนแจ้งวัฒนะไปอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ยี้บห้าบาท ลงใต้ทางด่วนแป้บเดียวเอง ถึงแล่ว เดินข้ามสะพานไขว้ ไปซื้อตั๋วรถไฟฟ้า พอได้ออกกำลัง ครับผม ได้ออกกำลังจริงๆ ระยะทางยาว อากาศดี
ไปถามคนขายตั๋ว ว่าจะไปที่ central world เนี่ยไปลงที่ไหนครับ
ลงชิดลมค่ะ กดหมายเลข ๓ น่ะค่ะ ยี้บห้าบ่ะค่ะ
เลือกตู้ที่ว่าว่าง กลับกลายเป็นช้าไป เพราะอีตอนกดเลือกเลข ๓ นั่นมันใช้ ดิจิต้อน ที่ไม่ใช่ digital มั้ง เลยเลือกยังไงก็เลือกไม่ได้ หันหลังหนีเลย ไม่ยุ่งกับแม่งงงงง
ไปเลือกอีกตู้ ไวกว่า
ไปถึงชิดลม ก็สถานีเก่าที่เคยลงคราวทำ workshop นั่นแหละ ถามพนักงานรถไฟฟ้าที่อยู่นอกรถว่า จะไป central world ไปไงครับ อันนี้ ต้องถาม แม้จะรู้ว่ามันอยู่ตรงไหนแล้วก็ตาม ต้องถามเพื่อความแน่ใจ
เดินตรงไปเลยค่ะ พอถึงสี่แยก จะมีทางเลี้ยวขวาเข้าไป
ขอบคุณครับ
เจอทาริกา ยืนแจกกระดาษ ก่อนขึ้นบรรไดเลื่อน ถามเธอว่าเอเดนโซนไปทางไหน เธอไม่ทราบ แนะให้ไปถามข้างบน
อ้อ เธอเป็นชาวดินเน้าะ เลยไม่รู้เรื่องอีดงอีเดนอะไร ก็แนะให้ไปถามชาวฟ้า
ขึ้นบุนไดเลื่อนแล้วก็ตรงแน่วไปอย่างเดียว ไม่ถาม ก็ดูว่าไปจนสุดมองลงมาข้างล่างที่ว่าเป็น ชั้น ๑ ก็ไม่ยักกะเจออะไรที่เกี่ยวข้องกับ สทน. เลยแม้แต่น้อย
เลยดอนเยิ้น เดินย้อนกลับมาถามหนุ่มที่ยืนกลางทาง ก็นึกรู้ว่า หลงทิศ เพราะที่เดินไปมันทิศเหนีย แต่เอเดนโซนมันอยู่ทิศตะวันตก
นี่แหละผลของการ ไม่ถาม
หันเดินกลับทิศตรงหนุ่มเหน้าเขาบอกมานั่นแหละ ตรงลิ่วไปเลย จนสุดทาง ได้ยินแว่วๆทั้งที่ยังไม่ถึง
เคลียร์ๆ ร้ายๆ
ช้าดเลย
ลงบุนไดเลื่อนมา เจอพวกเรา กับเวทีที่คู่หนุ่มหล่อสาวสวยประกาศจ้อยๆเจื้อยแจ้วอยู่ ที่ได้ยินนั่นแหละ
งานกำลังเริ่มพิธีเปิดพอดี้ ยังกับว่า เราไม่ไปถึง งานเปิดไม่ได้ ซะงั้น
อาจารย์นเรศ ท่านแซว พี่ๆ จะถ่ายเอาไปทำไมโครฟิล์มรึ พอเห็น มะไฟ พยายามถ่ายรูปด้วยมือถือ
ฮาาาาาาาาาาา เข้าใจแซว เห็นด้วย เพราะรูปมันเล็กกะติ้ดจิ๋วหลิวจริงๆ
ลงทะเบียน โดยไม่เบียดใคร แล้วส่งข้างบัตร ที่เขาเรียกว่า หางบัตร นั่นไปชิงโชคบลูโทป้าส
พอเที่ยงนี่ซิ ยุ่ง เพราะเช้ายังไม่ได้กินอาหารเลย จะออกไปข้างนอกกับ วิชัย ก็ไม่ได้ ฝนลง
ขึ้นไปล่ออาหารลาว ยำแซบ อูมอามไอ้อะอ่อยอึ๋งไออิงอิง อ๋องอ๊อยอกอิบอาท ไอ้แองเอย อิ่ม
เจอคุณน้อยมาขายหมูยอผงไหม เลยอุดหนุนท่าน ๖ ชุด เธอก็ใจดี แถม ลูกชิ้นให้อีก ๑ กระสอบ พอดีตอนนั้น ผสทน. ท่านเข้าไปในบุ้ตด้วย เลยได้ยกมือไหว้ท่าน
ในงาน เจอพี่แหม่ม ที่เป็นคนไทย เจอ สองรอง เจอ วิชัย เพื่อนหมากรุก ดร. ธวัชชัย อาจารย์นเรศ กับน้องๆสีเขียวหลายคน ไปยืนปลง กับ แบบจำลอง เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ที่ท่านพี่จิตร รังสรรค์งานทิ้งไว้
เห็นของ นึกถึงคน
ข้างๆกัน มีแบบจำลองโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ ก็ได้แต่ ท้วง ไปตามประสาคนหาเรื่องว่า ในช่วง start up เนี่ย กิจกรรมของแท่งควบคุม ควรจะแสดงให้เห็นด้วยก็จะดีไม่ใช่น้อย เพราะ มันเน้นว่า เราจะควบคุมปฏิกิริยาได้ยังไง
ไม่รู้ทาริกาท่านนั้นจะ get ไอเดียรึเปล่า
ได้ถามท่านมานิตว่า ตัวเลข 1906 เนี่ย มันถูกหรือ ท่านว่า ไม่ทู้ก พอสอนั้นมันยังไม่มีอาหารอะไรออกมาเลย
ฮาาาาาาาาาาาาาา
เจอหัวหน้า ศร gic ที่พา เมียมาด้วยตอนเดินกลับมาขึ้นรถไฟฟ้า งานนี้คงไม่แคล้ว หางบัตรนำโชคแน่ๆ
แต่ ให้โชคไปกับคนอื่นเขาดีกว่า
สละแล้ว
ทำไมไม่เจียรนัยตนเองล่ะ ฮึ
จากโลกลงมา กลับมาถึงบ้าน นอนลูกเดียว
มา ลึกบันทง เอาช่วงเช้าวันจันทร์ที่ ๒๒ กพ ๒๕๕๓ เวลา Mon Feb 22 11:04:41 ICT 2010
Wednesday, February 10, 2010
ไกลปืนเที่ยง : นำชม ศจ
นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏ พระนครแวะเวียนมาเยี่ยมชม สทน. และแน่นอนว่า ศจ. เป็นหนึ่งในเป้าหมายของการชมนั้น
บรรยายสั้นๆ รวบรัด แล้วนำชมโรงเก็บกากฯ
คำถามมากมาย พรั่งพรูจากสมองอันปราดเปรื่องของหลายๆท่าน
ขอบคุณ ที่มาเยี่ยมเยือน
ขอบคุณที่แวะมาทักทาย
บรรยายสั้นๆ รวบรัด แล้วนำชมโรงเก็บกากฯ
คำถามมากมาย พรั่งพรูจากสมองอันปราดเปรื่องของหลายๆท่าน
ขอบคุณ ที่มาเยี่ยมเยือน
ขอบคุณที่แวะมาทักทาย
คำสำคัญ:
ไกลปืนเที่ยง,
เยี่ยมชม,
ศจ,
สทน
Wednesday, January 6, 2010
ประหยัด
เมื่อวันก่อน ได้อ่านหนังสือเวียนที่บอกให้ช่วยกันประหยัด เช่น ค่าอาหารสำหรับเลี้ยง การจัดงานต่างๆ การเดินทาง เรื่องที่พัก ฯลฯ ก็อ่านไป แล้วก็ภูมิใจตัวเองอยู่นิดนิด เพราะขนาดว่า ไม่ยอมเปิดไฟฟ้าแสงสว่างทำงาน ก็ยังอยู่ได้แทบทั้งวันเลย ขณะที่ ที่อื่นๆล้วนแต่สว่างใสว กันถ้วนทั่ว
ไม่ได้ยกตนข่มท่านน่ะ
มันเคยชินน่ะสำหรับเรื่องแสงสว่างเนี่ย เพราะทำงานหน้าจอคอมพ์ แสงจากจอ ก็แสบตามากพอ แสงส่องมายัง แป้นพิมพ์ก็มีให้ เลยรู้สึกว่า ไม่รู้จะไปเปิดไฟฟ้าแสงสว่าง ในห้องอีกทำไม สิ่งแวดล้อมที่อื่นนั้น ย่อมแตกต่างไปจากที่เล่ามา จึงเปิดไฟสว่างใสวกัน
เหล่านี้ เป็นแต่เพียงข้อคิด เล็กๆน้อยๆน่ะ
เอาง่ายง่าย เอ้า เอาแค่ใช้โทรศัพท์ก็แล้วกัน ถ้าหมุนออกนอกที ก็ สามบาท (ราคาเก่าน่ะ ไม่รู้ขึ้นราคารึยัง) ถ้าองค์กร มีคนอยู่ห้าร้อยคน หมุนออกคนละห้าหนต่อวัน ทำงานกันยี่สิบวัน จะเป็นเงินเท่าไร เอางี้ ปีละ ๕๐ สัปดาห์ สัปดาห์ละ ๕ วัน ค่าโทรฯจะเป็นเท่าไหร่ ก็ ๕๐ x ๕ x ๕ x ๕๐๐ x ๓ บาทแหละ เน้าะ คูณกันเอาเอง
ไม่ใช่น้อยๆเลย
มะไฟ เลยกำหนดจิตไว้เลยว่า จะไม่โทรฯออก ถ้าไม่จำเป็น เอาส่วนของตน ไปให้ หน่วยงานที่จำเป็น ต้องใช้โทรศัพท์ ติดต่องาน ยังจะดีกว่า บางคน ไม่คิดยังงั้น ซ้ำร้ายยังจะมาคาดหวังเอาว่า มันเป็นส่วนที่เราต้องได้ ต้องมี จึงจำต้องเอาต้องใช้ ...ฯลฯ ซะงั้น ตัวอย่างที่เห็นชัด ก็ thumb drive เมื่อ สามปีก่อนไง และไวไวนี้เอง ก็ถึงกับจัดซื้อ external hard disk กันเรียกว่า กะจะแจกจ่ายกันให้คนละอันไปเลย ซึ่ง ไม่ถูกต้อง
การนำคอมพ์เก่าๆ ที่ยังพอทำงานได้ กลับมาใช้งานนั้น ดูก็ดีน่ะ แต่ ต้องเป็น ผู้รู้ด้วย ถึงจะคุ้มค่า หากเอามาเปิดทิ้ง ให้ กินกระแสไฟฟ้า มันไม่ดีเลย เพราะคอมพิวเตอร์นั้น มันมีค่ามาก ก็ต่อเมื่อ มันทำงานตลอดเวลา มันทำงานซ้ำซาก แต่หากสัก เอามาเปิด แล้วสักครึ่งชั่วโมง หรือ หนึ่งชั่วโมง มาเคาะแป้นพิมพ์ที ไม่คุ้มหรอก เปลืองค่าไฟฟ้าเปล่าๆ
ยังจำได้ ...ตึ๋ง ประหยัดได้ ก็เท่ากับหาได้น่ะ... ซึ่ง กุสุมา เคยบอกไว้ เมื่อราวๆปี ๒๕๒๗ ราวๆนั้น ยามที่เราสอง มีเงินใช้กันเดือนล่ะประมาณ ๒๐๐๐ บาท เงินที่เหลือ เอาไปส่ง เอาไปผ่อนบ้านหมด และเราไม่มีรายได้อื่นเลย นอกจาก เงินเดือน
ประหยัด มันต้องมีในใจ ประหยัด ต้องออกจากในภายใน
แต่ มันสวนทางกันกับการทำงานแล้ววัดความสำเร็จกัน ด้วยการใช้เงิน
ไม่ได้ยกตนข่มท่านน่ะ
มันเคยชินน่ะสำหรับเรื่องแสงสว่างเนี่ย เพราะทำงานหน้าจอคอมพ์ แสงจากจอ ก็แสบตามากพอ แสงส่องมายัง แป้นพิมพ์ก็มีให้ เลยรู้สึกว่า ไม่รู้จะไปเปิดไฟฟ้าแสงสว่าง ในห้องอีกทำไม สิ่งแวดล้อมที่อื่นนั้น ย่อมแตกต่างไปจากที่เล่ามา จึงเปิดไฟสว่างใสวกัน
เหล่านี้ เป็นแต่เพียงข้อคิด เล็กๆน้อยๆน่ะ
เอาง่ายง่าย เอ้า เอาแค่ใช้โทรศัพท์ก็แล้วกัน ถ้าหมุนออกนอกที ก็ สามบาท (ราคาเก่าน่ะ ไม่รู้ขึ้นราคารึยัง) ถ้าองค์กร มีคนอยู่ห้าร้อยคน หมุนออกคนละห้าหนต่อวัน ทำงานกันยี่สิบวัน จะเป็นเงินเท่าไร เอางี้ ปีละ ๕๐ สัปดาห์ สัปดาห์ละ ๕ วัน ค่าโทรฯจะเป็นเท่าไหร่ ก็ ๕๐ x ๕ x ๕ x ๕๐๐ x ๓ บาทแหละ เน้าะ คูณกันเอาเอง
ไม่ใช่น้อยๆเลย
มะไฟ เลยกำหนดจิตไว้เลยว่า จะไม่โทรฯออก ถ้าไม่จำเป็น เอาส่วนของตน ไปให้ หน่วยงานที่จำเป็น ต้องใช้โทรศัพท์ ติดต่องาน ยังจะดีกว่า บางคน ไม่คิดยังงั้น ซ้ำร้ายยังจะมาคาดหวังเอาว่า มันเป็นส่วนที่เราต้องได้ ต้องมี จึงจำต้องเอาต้องใช้ ...ฯลฯ ซะงั้น ตัวอย่างที่เห็นชัด ก็ thumb drive เมื่อ สามปีก่อนไง และไวไวนี้เอง ก็ถึงกับจัดซื้อ external hard disk กันเรียกว่า กะจะแจกจ่ายกันให้คนละอันไปเลย ซึ่ง ไม่ถูกต้อง
การนำคอมพ์เก่าๆ ที่ยังพอทำงานได้ กลับมาใช้งานนั้น ดูก็ดีน่ะ แต่ ต้องเป็น ผู้รู้ด้วย ถึงจะคุ้มค่า หากเอามาเปิดทิ้ง ให้ กินกระแสไฟฟ้า มันไม่ดีเลย เพราะคอมพิวเตอร์นั้น มันมีค่ามาก ก็ต่อเมื่อ มันทำงานตลอดเวลา มันทำงานซ้ำซาก แต่หากสัก เอามาเปิด แล้วสักครึ่งชั่วโมง หรือ หนึ่งชั่วโมง มาเคาะแป้นพิมพ์ที ไม่คุ้มหรอก เปลืองค่าไฟฟ้าเปล่าๆ
ยังจำได้ ...ตึ๋ง ประหยัดได้ ก็เท่ากับหาได้น่ะ... ซึ่ง กุสุมา เคยบอกไว้ เมื่อราวๆปี ๒๕๒๗ ราวๆนั้น ยามที่เราสอง มีเงินใช้กันเดือนล่ะประมาณ ๒๐๐๐ บาท เงินที่เหลือ เอาไปส่ง เอาไปผ่อนบ้านหมด และเราไม่มีรายได้อื่นเลย นอกจาก เงินเดือน
ประหยัด มันต้องมีในใจ ประหยัด ต้องออกจากในภายใน
แต่ มันสวนทางกันกับการทำงานแล้ววัดความสำเร็จกัน ด้วยการใช้เงิน
คำสำคัญ:
thumb drive,
กุสุมา ศรีโยธา,
โทรศัพท์,
น้ำประปา,
ประหยัด,
ไฟฟ้า,
สทน
Subscribe to:
Posts (Atom)




