Showing posts with label ไตรสรณคมน์. Show all posts
Showing posts with label ไตรสรณคมน์. Show all posts

Saturday, October 22, 2011

กำลังใจ ความภาคภูมิใจ

ตัวเล็ก ที่มันเคยบอกว่า ได้เอ ๒ ตัวครับส่วนที่เหลือ ยังไม่อยากรู้นั่นแหละ มันเป็นคนเรียบๆ ง่ายๆ เอาแค่ ๔.๐ ตัวเลขกลมๆ สำหรับตัวโต ยังไม่ประกาศหมด แต่ที่ได้มา ก็ เอ อีกเหมือนกัน

เออ เอาเข้าไป เอาให้พอ อย่าเอาแค่เอเท่านั้นน่ะ ให้เป็นคนดี มี ธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์นั้น และนำมาปฏิบัติ มาเป็นสรณ์ด้วยน่ะ

ก็เป็นกำลังใจ เป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่ง อย่างนี้ ยอมขายที่ ขายบ้านส่งลูกเรียนได้เลย ท่าทางราคาดี เพราะน้ำไม่ท่วม

Thursday, August 18, 2011

ธรรมเฟ้อ

ฝนตก โชคดีที่แท้กซี่ไม่ปฏิเสธ
ทำบุญไว้เยอะ ว่างั้นเถอะ

พอถึงเขตหมู่บ้าน ดูว่า มันแห้งซะ ยังกับไม่รู้จักฝน แต่ พี่คนขับบอกว่า ไม่ใช่หรอกครับ น้ำยังเปียกพื้นอยู่เลย และ ก็จริง หมู่บ้าน น้ำท่วมชนิดที่ ปฏิเสธไม่ได้ แม้แท้กซี่จะจอดชิดประตูบ้าน ก็ ตัดใจ ยังไงก็เปียก ลงเดินลุยน้ำเข้าบ้านเท่านั้นเอง ทั้งรองเท้า ทั้งถุงเท้า

ระหว่างทาง รถติด พี่คนขับ ก็เปิดรายการธรรมทางวิทยุ ที่พอฟัง ก็ถามเขาว่า

อภิธรรมใช่มั้ย

ไม่ได้อวดเก่ง อวดรู้ แต่ เพราะข้อความ ใจความที่พูด ไม่คุ้นกับที่เคยอ่านใน พระสูตร มาบ้างเล็กน้อยนั้น จึงโพล่งไปยังงั้น และก็จริง เขาสอนอภิธรรมกัน ถกอภิธรรมกัน เอาง่ายๆว่า เถียงกันแหละ

นึกถึงพระพุทธทาส ที่ท่านบอกว่าอภิธรรมเต็มกุฏิ อภิธรรม เป็นพระธรรมส่วนเกิน และ นึกถึงพระสูตร ที่อ่านมาว่า ธรรมที่ร่ำเรียนมาไม่ครบไม่ดี เรียนมาแล้วเอาแต่เถียงกัน ไม่เกิดประโยชน์อันใดเลยกับผู้เรียน

รู้สึกเช่นนั้นจริงๆ จะถกเถียงกันไปทำไมก็ไม่รู้ แปลกจริง ทำไมชอบเรียนอภิธรรม แล้ว นำมา สอน กันทางวิทยุ ซึ่งคนฟังเขาฟังแล้ว ไม่ได้มีความรู้สึกเป็นอย่างอื่นหรอก นอกจาก มาทะเลาะกันออกอากาศ

ขออโหสิด้วยน่ะ รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ

คน คนธรรมดา แม้แต่แค่ศีล ๕ ข้อยังปฏิบัติได้ไม่ครบ แล้วจะมีความธรรมดาเกิดขึ้นมาได้อย่างไรกัน ก็คงคาดเดาได้ คุณวิเศษก็ยากที่จะเกิดขึ้น มีขึ้นมาได้กับคนที่ แม้แต่ศีล ๕ ยังไม่เต็ม

ในคิริมานนทสูตร ก็ล้วนบอกไว้ชัดดี ถึงการตั้งตัวเป็นอาจารย์สอน
ในมหาจัตตารีสกสูตร ก็บอกไว้แจ่มแจ้งดี ถึง สัมมาทิฐิ ที่ว่า มี ๒ ส่วนคือ เป็นสาสวะ เป็นส่วนแห่งบุญ ให้ผลแก่ขันธ์ หนึ่ง กับ ส่วนของพระอริยะ เป็นอนาสวะ เป็นโลกุตร หนึ่ง ประมาณนี้

จำได้ว่า เคยรู้มาว่า หลวงปู่สิงห์ หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น ท่านไม่ได้สอนอะไรมาก นอกจากให้ยึดเอาคุณพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง แม้จะทราบว่า ยุคนั้น คนนับถือผี หลวงปู่ท่านต้องการให้หันมายึดพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งแทน แต่หากจะเริ่มกันที่ตรงนั้นด้วย ในยุคนี้บ้าง ก็คงไม่เสียหายอะไร เพราะ ยุคนี้ คนก็ไม่มีอะไรเป็นสรณอยู่แล้ว

เอาแค่ให้มีสัมมาทิฐิในตนให้ได้ก่อนเถิด เป็นดีแน่

ธรรม มากเกินไป มันก็เฟ้อ

ก็ได้แต่หวังว่า ขอให้ได้พบพระอริยะสงฆ์ด้วยเถิด ขอให้ได้ดวงตาเห็นธรรมด้วยเถิด

Thursday, June 16, 2011

ความงมงาย

ชาวพุทธ วิเศษสุด ตรงสามารถแก้ทุกข์ได้ด้วยตนเอง และ ไม่ให้งมงาย ด้วย เบื้องต้น ให้ละ ให้เข้าใจใน สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส
ในข้อ สักกายะ นั่น ให้มองว่า ทุกอย่าง เป็นแต่ รูป-นาม ทั้งนั้น ไม่ว่าสัตว์เดรัจฉาน คน พรหม เทวดา นั่น สมมุติทั้งนั้น เนื้อๆ คือ นาม-รูป ซึ่งมีเหตุ มีปัจจัยเกาะเกี่ยวกันอยู่
วิจิกิจฉา ความสงสัยสาระพัด ที่ไร้สาระ ในเรื่องเก่าๆ ในเรื่องอนาคต ในเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง
สีลัพพตปรามาส อันนี้ ยึดถือแนวปฏิบัติโง่ๆ ไม่มีเหตุ ไม่มีผล  -- คู่มือมนุษย์ ของท่านพุทธทาส

๓ ข้อ นี้ ใช้เวลาไม่น่าจะถึงครึ่งคืนศึกษา ก็เข้าใจได้
เสียดายโอกาสที่เกิดมาเป็นคน ที่มีสติปัญญามั้ย ฮึ

ก็ไม่รู้ว่าจะงมงาย กระทำการอะไรแปลกๆ ไปทำไม

ถ้าจำไม่ผิด หลวงปู่มั่น หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่สิงห์ ท่านใช้ความพยายามอย่างมาก ให้ ผู้คนในสมัยโน้น เลิกคบผี เลิกนับถือผี หันมานับถือพุทธ หันมาใช้ปัญญา ใช้สติ ของตนๆให้เกิดประโยชน์ ด้วยเพียงแค่รับไตรสรณคมน์ เท่านั้นเอง

ให้แปลกใจน่ะ ผู้คนเดี๋ยวนี้ ไม่มั่นคงในพระรัตนตรัยกันแล้ว งั้นหรือ

ท่านจะเอาอะไรกับธรรมชาติ ที่มันย่อมมีเกิด-แก่-ตาย หรือ แตกสลายไปเป็นวงจรอยู่อย่างนี้ ไปหวาดหวั่นกันทำไม เพราะถึงอย่างไร ก็ ตายกันหมด รักษาลมหายใจชั่วขณะนั้นเอาไว้ให้ดี ไม่ดีกว่ารึ และ ระหว่างนั้น ทำจิตใจให้ผ่องใส สว่าง สงบเอาไว้ ไม่ดีกว่ารึ

ความจริงแล้ว ที่ชลออีก ๒ เรื่องเอาไว้นั่น มันไม่สบายตา เลยกะเอาไว้ว่า พอหายดี ถึงมาเขียนต่อ แต่พอเห็นคนงมงาย มันทนไม่ได้ (ว่ะ) ก็ยังปฏิบัติได้ไม่ถึงเท่าไรหรอก พอพอกันแหละ คริคริ ฆริฆฤ

Monday, May 30, 2011

สรณประจำใจ

ทำไม คนไทย ต้องไปไหว้ต้นไม้ เพื่อขอหวย
เขายากจนรึ
หรือ
เขาต้องการเงิน   .... แล้ว เอาเงินมาทำไม

จะว่าไป เป็น เพราะไม่มีที่พึ่งทางใจ หรือ เพราะเพียงเพื่อเงิน
ซึ่ง ไม่ว่าเพราะอะไรใน ๒ ประเด็นนี้ ล้วนแล้วแต่เกิดจาก ความโง่เขลาเบาปัญญาทั้งสิ้น

ในมุมของที่พึ่งทางใจนั้น หลวงพ่อทั้งหลายในอดีตท่านลำบากปลูกฝังพระพุทธศาสนาไว้ให้ เอาไว้ให้เป็นที่พึ่งทางใจ ให้ยึดพระคุณแม่-พ่อ คุณพระรัตนตรัย เอาไว้ให้หนักแน่น แต่มาบัดนี้ อย่าว่าแต่คุณพระรัตนตรัยเลย ที่ลดลง แม้แต่พระคุณแม่-พ่อ ก้็ยังปรากฏว่า ลดลงอย่างน่าใจหาย จากที่เห็นผ่านสื่อต่างๆ มากมายในทุกวันนี้

ในมุมของเงินตรานั้นเล่า พวกเราก็รู้กันอยู่ว่า ข้าว-กับ เท่านั้น ทำให้อิ่มท้อง และเมื่อท้องอิ่มแล้ว มันก็มีพลังที่จะทำอะไรต่อมิอะไรได้ ทั้งเลว ทั้งดี แต่นี่ กลับมุ่งไปหาแต่ เงิน เงิน เงิน ทั้งๆที่ ข้าว ปลา อาหาร ก็มีอยู่แล้วโดยไม่ต้องใช้ เงินตรา อะไรเลย   แล้ว เงิน ที่มุ่งหามานั้น หามาเพื่ออะไรกัน กินแทนข้าวปลาอาหารได้รึ

น้ำใจ ความเข้าใจ ความปราถนาดีต่อกัน แม้จะยังมีอยู่ แม้จะเจือจาง แม้จะเปราะ เปื่อยยุ่ย แต่ก็ยังดีกว่าไม่มี และมันเป็นทางแก้ได้

ทบทวนถึง น้ำใจ ความเข้าใจที่ถูกต้อง ความปราถนาดีต่อกัน กันไว้ดีกว่าน่ะ สาม-สี่วันที่ผ่านมา มะไฟ รอดมาได้เพราะน้ำใจเพื่อนบ้าน รอดมาได้ เพราะอิ่มท้อง โดยไม่ต้องไปดิ้นรนหาสตังเลย  (ออกจากบ้านไปนั้นหรอก ที่มีแต่จ่ายเงินทอง)

หมูยอ จากนครพนมที่คุณแม่น้องเอก เอามาให้พวงใหญ่ ก็ทำให้อิ่มท้องไปหลายคาบมื้อ ทำกินเองไม่เป็นหรอก ได้แต่พึ่งยายน้องโซล ให้ทอดให้ ขอข้าวเขามาสักจานนึง คนเดียว เท่านี้ก็รอดแล้ว

มะไฟ ให้อะไรตอบแทนเขาบ้างหละ แทบไม่มี นอกจากเนื้อที่บ้าน เนื้อที่ที่เป็นดิน ก็ให้ยายน้องโซลอาศัยปลูกผัก พืชสวนครัว ไม่ว่ากะเพรา ตะไคร้ พริก บวบ น้อยหน่า สะเดา มะขาม ฟัก แมงลัก อื่นๆอีกจิปาถะ อ้อ หูเสือ ด้วย ให้ดินคุณยายไป ยายน้องโซล เป็นคนมือเย็น ปักอะไรลงดิน เป็นเขียวขจีขึ้นมาทันที  (ผิดกับ มะไฟ ที่แทบอ้อนวอนตาม ยังไงก็ไม่เขียวขึ้นได้) ก็เลยอาศัยกันไป

มะไฟ อาศัยอย่างนี้ รอดมาได้ สิ่งฟุ่มเฟือย ฟุ้งเฟ้อ แทบไม่มีเลย

กลับมาเถิดน่ะ เพื่อนร่วมทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้นเอ๋ย กลับมาหา สรณประจำใจอันเกษม ที่เคยได้รับจาก อริยสงฆ์สาวกขององค์พระสัมมาสัมพุทธ พระพุทธเจ้าพระองค์นั้นเถิด อย่าเตลิดออกนอกทางกันเลย กลับมาบ้านคือเรือนใจของตนเองเถิด

๏นโม ตสฺส ภควโต
อรหโต
สมฺมา
สมฺพุทฺธสฺส นโมตสฺส ภควโต
อรหโต
สมฺมา
สมฺพุทฺธสฺส นโมตสฺส ภควโต
อรหโต สมฺมา
สมฺพุทฺธสฺส๛
๏พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ
ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ
สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ

๏ทุติยมฺปิ พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ
ทุติยมฺปิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ
ทุติยมฺปิ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ

๏ตติยมฺปิ พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ
ตติยมฺปิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ
ตติยมฺปิ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ๛

Tuesday, May 17, 2011

วิสาขะปูชา

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ขอนอบน้อมแด่พระธรรมของพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
ขอนอบน้อมแด่พระอริยสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
ข้าพเจ้าขอยึดมั่นเป็นที่พึ่งอันเกษม ไม่มีที่พึ่งอื่นใดยิ่งใหญ่กว่า
แม้เป็นครั้งที่หนึ่ง แม้เป็นครั้งที่สอง แม้เป็นครั้งที่สาม

....เพลิงกิเลสเพลิงทุกข์เหล่านี้ ยกเว้นพระพุทธเจ้าเสียแล้ว ไม่มีผู้หนึ่งผู้ใดในโลกดับได้  แต่ผู้ที่จะรู้ว่าเป็นเพลิงเครื่องร้อนเท่านั้นก็หายากเสียแล้ว ผู้ที่จะดับเพลิงนั้นจะได้มาแต่ไหนเล่า....

ราคะ โทสะ โมหะ คือเพลิงกิเลส
เกิด แก่ เจ็บ ตาย โสกะ ปริเทวะ อุปายาสะ คือเพลิงทุกข์ อันมีความเกิดเป็นจุดเริ่ม

คัดลอกจากบางส่วนของ ธรรมเจดีย์ ธรรมะชำระใจ ของสมเด็จพระวันรัต (ทับ พุทธสิริ)


อ่านพอให้เกิดพละกำลัง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๓ ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค
๓. จักกวัตติสูตร (๒๖)
จบ อัคคัญญสูตร ที่ ๔   ※ธรรมเท่านั้นแบ่งแยกสัตว์แทั้งในเวลาปัจจุบัน ทั้งในเวลาภายหน้า

※ ดูกรวาเสฏฐะและภารทวาชะ ก็บรรดาวรรณะทั้งสี่นี้ วรรณะใด เป็นภิกษุ สิ้นอาสวะแล้ว มีพรหมจรรย์อยู่จบแล้ว มีกิจที่ควรทำ ทำเสร็จแล้ววางภาระเสียได้แล้ว ลุถึงประโยชน์ของตนแล้ว หมดเครื่องเกาะเกี่ยวในภพแล้ว หลุดพ้นแล้ว เพราะรู้โดยชอบ วรรณะนั้นปรากฏว่า เป็นผู้เลิศกว่าคนทั้งหลาย โดยธรรมแท้จริง มิใช่นอกไปจากธรรมเลย ดูกรวาเสฏฐะและภารทวาชะ ความจริงธรรมเท่านั้นเป็นของประเสริฐที่สุดในประชุมชน ทั้งในเวลาเห็นอยู่ ทั้งในเวลาภายหน้า ฯ

Thursday, November 11, 2010

พระพุทธศาสนา มีไว้เพื่ออะไร

ก็จาก เรื่องเดิม ที่เคยอึดอัดนั่นแหละ มางวดนี้ เห็นเอง เจอด้วยตัวเอง จากคนกันเองเข้า ก็รู้สึกว่าเป็น ธรรมะ ที่ฝึกได้ค่อนข้างยากอยู่ อดทน น่ะ

พระรัตนตรัย อันเป็นที่พึ่งอันเกษม เป็นสรณอันเกษม นั้น คืออะไร ก็คิดกันเอาเอง แต่คงไม่ต้องตอบออกมาหรอกน่ะว่า ต้องการเงินทองเยอะๆ ต้องการนั่น ต้องการนี่ จิปาถะ ฯลฯ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น ก็ไม่ใช่ คนที่มี พระรัตนตรัยเป็นสรณ แล้วหละ ก็ความอยากมันมากล้นป่านนี้ นี่นา

เราจะเอามาทำไมมากมายนักหนา เอาให้แค่ ไม่มีหนี้สิน เอาให้แค่ ได้อะไรที่จำเป็น มีอะไรที่จำเป็น ได้ ก็ดีที่สุดแล้วนี่นา หือออ

พระอรหันตสาวกทั้งหลายเหล่านั้น เป็นที่พึ่งของเราท่าน ไม่ได้แล้วหรือ ถึงได้หันไปหา ชูชก กันน่ะ

ยา เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และ อาหาร เหล่านี้ต่างหาก ที่จำเป็นในการดำรงชีพอยู่ ทำไมกันครับ เพื่อนร่วมชาติ ตกทุกข์ได้ยากกันให้เห็น และที่เขาต้องการ ก็เพียง ๔ อย่างนี้เท่านั้นเอง และเราเอง ก็ช่วยเขาได้ เขาเอง ก็ช่วยตัวเองได้ตามประสา ตามกำลังของเขา

แปลกใจว่าคนที่ไม่ลำบากอย่างเพื่อนร่วมชาติที่กำลังลำบากอยู่ขณะนี้ ทำไมถึงได้หันไปหา ชูชก เอามาบูชากัน แทนที่จะรีบเร่งปฏิบัติธรรมกันให้เสร็จๆไป จะได้จบสิ้นกิจอันสมควรทำเสียที กลับมาหลงงมงายกันอยู่ได้ แปลกเนอะ

อีกครั้งน่ะ พระอรหันตสาวกทั้งหลายเหล่านั้น เป็นที่พึ่งของเราท่าน ไม่ได้แล้วหรือ พระรัตนตรัย เป็นที่พึ่งของชาวพุทธ ไม่ได้แล้วหรือ

เราปฏิบัติ เพื่อ ละ เพื่อ ลด ไม่ใช่ปฏิบัติเพื่อ เอา
ความเห็นจากเพื่อนร่วมโลกระหว่างเดินทางกลับบ้าน, ก็คนขับแท้กซี่นั่นแหละน่อ, ท่านว่า ชูชก เป็นยอดนักขอ
มะไฟ เอง รู้แต่ว่า ดวงชูชก เป็นยอดของดวง สำหรับ นักศึกษาโหราศาสตร์ที่ต้องศึกษาอย่างละเอียดเหมือนกัน ยอดดวงแหละเหอะ
แต่ว่า นั่นไม่ใช่ทางพ้นทุกข์
พุทธศาสนานั้นแก้ทุกข์ ไม่ใช่ เพิ่มทุกข์ การปฏิบัติที่ไม่ใช่เพื่อการพ้นทุกข์ จึงเป็นการปฏิบัติที่ออกนอกลู่นอกทาง

ระลึกถึง พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ พระคุณพ่อ พระคุณแม่ เอามาเป็นสรณประจำใจ และ พึ่งตนเอง ไว้ ส่วนศีล ๕ ข้อนั้น มันมีเองอยู่แล้ว สำหรับคนธรรมดาๆน่ะ คนที่ต่ำกว่าธรรมดาเท่านั้น เขาถึงจะมีความผิดปกติ คือ ไม่มีศีล เพราะ ศีล แปลว่า ปกติ

ลองมาไล่ดูซิว่า ในยามนี้ ยามที่น้ำท่วมบ้าน ผู้คนลำบากกันไปทั่ว แล้วท่านบริจาค ข้าวของช่วยเหลือ เพื่อนร่วมชาติไปนั้น ท่านละเมิดข้อใดบ้าง
ท่านบริจาคของ หรือให้เงินทองไป นั่นเท่ากับว่า ท่าน ไม่ลัก ไม่ขโมย
ท่านมีจิตเมตตา ท่านจึงช่วยเขา นั่นเท่ากับท่านไม่ได้คิดฆ่าคน
๒ ข้อแล้ว ที่ท่าน ไม่ละเมิด
ข้อ ๓ นั้น หมายเอาว่าพึงพอใจผัว เมีย ของตนๆ ก็พอทำได้นี่ อย่าไปกังวลเลยข้อนี้ เพราะมีแต่ยอดคนระดับสูงสุดเท่านั้น ถึงละได้ขาด
ข้อ ๔ ขอเพียงท่านอย่าโกหก อย่าด่าพ่อด่าแม่คนอื่น ก็พอทำได้นี่
ข้อ ๕ นั้น หากจำใจ ก็ให้กินแต่พอประมาณ แล้วเลิกกิน กลับบ้านอยู่อย่างสงบเสงี่ยม ก็พอกล้อมแกล้มว่า รักษาได้ ข้อนี้ สติเท่านั้นช่วยได้

เห็นรึยังล่ะว่า ความปกติของท่าน เพียงแค่ได้ช่วยเพื่อนร่วมชาติที่ลำบากแค่นี้เอง ก็เกิดขึ้นมาแล้วแทบจะเต็มส่วน ยิ่งถ้าท่านมีสติ และ พยายามทำบ่อยๆ ความปกติของท่าน ก็สามารถมีขึ้นมาได้เอง

อยากรวยก็ ขอให้รวยอริยทรัพย์น่าจะดีกว่า

ชูชก ที่ปั้มออกมาบนแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า คล้ายพระเครื่องบูชา ที่ สทน. มอบให้มานั้น ก็ส่งผ่านต่อไปให้กับคนที่เขา ชอบขอ อยากได้ ต่อไป ไม่ได้เก็บไว้กับตัวหรอกน่ะ

Alice's Adventures in Wonderland

Thursday, October 14, 2010

ธมฺม ทานํ สพฺพ ทานํ ชิเนติ

ผู้คนทุกวัน ดูจะวุ่นวายมากกว่าเก่าก่อน ไม่ต้องนานมาก เอาแค่ เมื่อยี่สิบปีที่แล้ว กับ สามสิบปีที่แล้ว ก็พอมองออกถึงความแตกต่าง

กาลเวลาล่วงไป พุทธศาสนิก กลับปฏิบัติธรรมกันน้อยลง แต่ถาวรวัตถุ และวัตรปฏิบัติเพี้ยนๆ กลับมากขึ้น

ยิ่งเทคโนโลยีเจริญมากขึ้นเพียงไร สิ่งที่ได้กล่าวไป ยิ่งเด่นชัดเจน และเพิ่มปริมาณมากขึ้นเพียงนั้น

ดูเอาเถิด แค่ต้นไม้รูปร่างแปลกๆ ก็ไปกราบไหว้ ทำให้นึกถึงเรื่องเล่าในสมัยพุทธกาล ที่ผู้คนไปกราบไหว้ ต้นไม้ ภูเขา สาระพัดสิ่ง เอามาเป็นสรณ ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ถูก

พุทธานุภาพ แผ่ไปที่ใด แสงสว่างแห่งธรรม แผ่ไปทิศใด พระอริยสงฆ์สาวก มุ่งไปเผยแผ่พระพุทธศาสนา ยังตำบลใด ความเห็นผิดๆเหล่านั้น ล้วนถูกลบล้างไปสิ้น และต่างหันกลับมายืดถือเอา พระรัตนตรัย เป็น สรณ เพราะ พระรัตนตรัย คือ สรณอันเกษม

ในชีวิตจริง เห็นแม่บ้านทำความสะอาด สทน. ท่านหนึ่ง เธออ่านหนังสือในยามว่าง ล้วนแต่เรื่องผีมั่ง เรื่องเหลือเชื่อมั่ง ก็ทำให้นึกถึง หนังสือ พระอานนท์พุทธอนุชา ที่ ไก่แจ้ เธอมอบให้มา เลยยกให้แม่บ้านท่านนั้นไป

ธมฺม ทานํ สพฺพ ทานํ ชิเนติ

ยกมือไหว้พระ นั่นเป็นแต่ภายนอก ภายในใจท่าน ขอให้ระลึกถึง พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ ให้ได้ เพราะ นี่คือ พระรัตนตรัย ที่เป็นสรณอันเกษม
นโมตสฺส ภควโต
อรหโต
สมฺมา
สมฺพุทฺธสฺส นโมตสฺส ภควโต
อรหโต
สมฺมา
สมฺพุทฺธสฺส นโมตสฺส ภควโต
อรหโต สมฺมา
สมฺพุทฺธสฺส

พุทธํ สรณํ คจฺฉามิ
ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ
สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ
กราบขออภัย แก้ไขคำผิด จาก สรณั เป็น สรณํ

Saturday, May 1, 2010

การทำงาน คือ การปฏิบัติธรรม

ข้อความนี้ ได้อ่าน ได้ยิน ได้ฟังหลายหนจากท่านพุทธทาส และ จากวิทยุกระจายเสียง และโดยเฉพาะ ช่วงที่เข้ามาเรียน ในมหาวิทยาลัย จะได้ยินบ่อยมาก เพราะสื่อมีมากกว่าต่างจังหวัด ที่มักจะได้ยินก็ในโอกาสพิเศษ และ ทุกๆวันอาทิตย์

ความจริง ธรรม ข้อนี้ พระสงฆ์สาวก ท่านก็ทราบดีทุกรูป และก็เทศนาให้ฟังก็บ่อยไป แต่ที่ประทับใจใน ท่านพุทธทาส ก็เพราะ ช่วงที่ เข้ามาเรียนหนังสือ ในกรุงเทพนั้น สามารถ หาอ่าน หนังสือของท่าน เล่มละบาทรึไงนี่แหละ ได้ง่ายมาก ทำให้ พอเข้าใจ พุทธศาสนา ได้ขึ้นมาบ้าง

ธรรมของพระพุทธเจ้า เหมือนกันหมดทั้งนั้น

ใครเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเราตถาคต ความข้อนี้ ดูว่าพระสงฆ์องค์เจ้าท่านจะได้เปรียบ พระท่านอยู่ในศีล อยู่ในธรรม และก็จริง เพราะ คุณแห่งพระสงฆ์ นั้น คือ ท่านเป็นเนื้อนาบุญ ให้เหล่ามนุษย์ เทวดา พรหม และสรรพสัตว์ ได้ทำบุญ ยิ่ง หากได้ทำบุญกับ อริยสงฆ์ ด้วยแล้ว ผลบุญก็ยิ่งได้รับกลับคืนมามาก แทบจะเรียกว่า ทำอะไรไป ก็ได้อันนั้น

แต่ความข้างบน, ใครเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเราตถาคต , ก็มิได้จำกัดอยู่แต่ในหมู่พระสงฆ์เท่านั้น หามิได้ ชาวบ้านก็สามารถ เห็นธรรม ได้ด้วยเช่นกัน เพียงแต่ต้องใช้ความเพียร สูงกว่า มากกว่าปกติของพระสงฆ์ท่าน เท่านั้นเอง มั้ง

ต้องมีคำว่า มั้ง อยู่ด้วย ไม่งั้นจะทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อนว่า มะไฟ เห็นธรรมแล้ว ยัง ยังไม่ถึงขั้นนั้นหรอก

แต่การทำงานนั้น ทำแน่ และนี่แหละเป็นที่มาของเรื่องราว

ในบทพระธรรมคุณนั้น ท่านว่าพระธรรมมีคุณวิเศษยิ่ง เพราะสามารถดับเพลิงกิเลส เพลิงทุกข์ของสัตว์โลกทั้งหลายได้ ด้วยอาศัย ศีล สมาธิ ปัญญา มรรค-ผล นฤพาน อันมี สัมมาทิฏฐิ สัมมาสติ สัมมาวายามะ ประกอบไปทุกตอน นับจากแรกเริ่มไปจนสุดท้าย หนึ่งล่ะ

ท่านว่า พระธรรม ไม่มีกาล โดยหมายเอาความจริงที่ว่า กุลบุตร กุลธิดา อุบาสก อุบาสิกา ท่านใด ปฏิบัติธรรม ด้วยความมุ่งมั่น ด้วยความเพียร เมื่อใด พระธรรม ย่อมให้ผลเมื่อนั้น ไม่มีกาล ไม่ต้องรอ เหมือนดั่ง มะม่วง มะละกอ มะเฟือง มะแว้ง เหล่านั้น ที่ต้อง ถึงฤดูกาล จึงจะให้ผล แต่พระธรรมท่านไม่เป็นเช่นนั้น ใครปฏิบัติต่อท่าน ด้วยความเพียรเมื่อใด ท่านให้ผล ติดต่อเนื่องกันไป ในบัดดลนั้นเองเลย หนึ่งล่ะ

ความนี้ เมื่อครุ่นคิดพิจารณาดูให้ดี ก็จะพอเข้าใจ ยกตัวอย่างว่า งานที่ได้มอบหมายมา เราใช้ความเพียรเข้าทำงานอย่างเข้มแข็ง ไม่ย่อท้อ ผลงานย่อมบังเกิดขึ้นแน่นอน และ ผลงานอันนี้แหละ จะเป็นตัวชี้วัดว่า เราได้ปฏิบัติงาน หรือเราได้ปฏิบัติธรรมแล้ว นั่นเอง

ท่านว่า พระธรรมนั้นเป็นปัจจัตตัง อันหมายเอาความจริงที่ว่า วิญญูชน ผู้ปฏิบัติธรรม ด้วยความเพียรเท่านั้น จึงจะรับทราบผล หรือ รส แห่งพระธรรมด้วยตนเอง ไม่ต้องให้ผู้อื่นบอก เฉกเช่นกับ การกินเกลือ เกลือมันเค็ม ครั้นคนมาถามว่า เค็ม เป็นยังไง เรา ก็ต้องบอก ต้องแนะ ให้ไปกินเกลือเอง จึงจะรู้รสเค็มแห่งเกลือ ฉันใด ก็ฉันนั้น ผู้ปฏิบัติธรรมเท่านั้น จึงจะทราบซึ้งถึง
รส แห่งพระธรรม ได้ด้วยตนเองเท่านั้น นี่ก็อีกหนึ่งล่ะ

ธรรมนั้น หมายเอาทั้ง กุศล อกุศล และกลางๆ ..... กุศลาธัมมา อกุศลาธัมมา อพยากตาธัมมา....

กุศลกรรม ย่อมให้สุข
อกุศลกรรมย่อมนำทุกข์มาให้

สุขนั้น, เอ้า พูดแบบชาวบ้านๆ, ท่านได้ขึ้นเงินเดือน สุขนั้น ท่านไม่เดือนร้อนใจ กินก็สบาย นั่ง ยืน เดิน นอน ที่ไหนไหน ก็สบาย ไม่กังวลใจอะไรทั้งสิ้น

ส่วนทุกข์นั้นเล่า ไม่ว่าท่านจะอยู่ในอิริยาบทใด ย่อมหวาดระแวงไปหมดซะทั้งนั้น จะกิน ก็รีบๆกิน จะไปอยู่ที่ไหนไหน ก็ให้ หวาดระแวงไปทั่ว ว่าจะมีใครมาทำร้ายหรือเปล่า ข้าวของหรือสมบัติ ที่ได้มา ก็ให้กังวลใจว่าจะถูกเรียกคืน ... ฯลฯ นั่นคือทุกข์ เห็นๆกันอยู่

มีความเห็นที่ถูกต้อง มีความเพียรละความเห็นผิดอยู่ และ มีสติว่ากำลังละความเห็นผิดอยู่ เมื่อละความเห็นผิด อย่างมีสติได้แล้ว ก็ทราบเองว่าได้ละแล้ว นีคือองค์ ๓ ที่ประกอบกันไปจนตลอดสาย

เถิดน่ะ พี่ น้อง เพื่อน ลุง ป้า น้า อา หลาน และญาติๆทุกท่าน ได้โปรดเถิด วางดาบคืออรหันต์ นั่นหมายเอาถึงอย่างนี้ ละมิจฉาทิฏฐิเสีย ความสงบจะบังเกิดแก่ท่าน แลผู้คนรอบข้าง ซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่นที่ไหน ญาติของท่านเองทั้งนั้น ก็จะพลอยได้รับอานิสงค์นี้ไปด้วย สงบ สุข สันติ

มะไฟ ฅนเหลิงฟ้า


ปฏิบัติธรรมด้วยการทำงาน การงานที่ถูกต้อง ย่อมนำสุขมาให้

Monday, March 1, 2010

มาฆะบูชา

วันมาฆะบูชา ได้ปฏิบัติบูชาพระพุทธองค์
ร่วมสวด ไตรสรณคมน์ พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ และเดินเวียนเทียนกับข้าราชการทั้งหลาย และ องคมนตรี

พระบริสุทธิคุณ พระองค์บริสุทธิ์ด้วยการชนะกิเลส อันได้แก่ ราคะ โทสะ โมหะ และเพราะชนะ จึงห่างไกลจากกิเลส และ เพราะ ชนะ ห่างไกลแล้ว จึงไม่มีความลับในเรื่องการทำชั่วอีกต่อไป
พระปัญญาธิคุณ พระองค์ มีปัญญามากจนตรัสรู้อริยสัจจ์ ๔ ได้ อันได้แก่ ทุกข์ สาเหตุแห่งทุกข์ การดับเหตุแห่งทุข์คือการดับทุกข์ และทางแห่งการดับทุกข์ ทั้งรู้ ทั้งได้ปฏิบัติแล้ว และปฏิบัติเสร็จสิ้นแล้วครบทั้ง ๓ อาการนี้
พระมหากรุณาธิคุณ พระองค์ทรงมีเมตตาจิตสูงมาก พระองค์ทรงกรุณาสั่งสอนสัตว์โลกให้พ้นจากเพลิงกิเลสเพลิงทุกข์โดยไม่เลือกชั้นวรรณะ ถิ่นที่อยู่อาศัย โดยไม่เห็นแก้เหน็ดเหนื่อยพระวรกาย แม้กระทั่งวาระสุดท้ายแห่งชีวิต
พระองค์ทรงเปิดโลกทั้ง ๓ ให้สัตว์โลกได้มองเห็นกัน

นี่คือพระพุทธคุณโดยย่อ

พระธรรมทรงคุณวิเศษยิ่ง เพราะดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกข์ของสัตว์โลกทั้งหลายได้
ไม่มีกาล กล่าวคืิอผู้ใดปฏิบัติด้วยความเพียรมุ่งมั่นแน่วแน่เมื่อใด พระธรรมย่อมให้ผลต่อเนื่องกันไปตลอดโดยไม่มีการว่างเว้น และวิญญูชนผู้ฏิบัติด้วยตนเองเท่านั้น จึงจะรู้จะเห็นซึ่งรสพระธรรมนั้นด้วยตนเอง

นี่คือคุณแห่งพระธรรมโดยย่อ

พระอริยสฆ์สาวกผู้สั่งสอนตนเองจนพ้นทุกข์แล้ว สามารถสั่งสอนผู้อื่นให้ปฏิบัติตามจนพ้นทุกข์ได้ด้วย
เป็นบุคคล ๔ คู่ ๘ จำพวกที่คู่ควรแก่การกราบไหว้ นอบน้อม รับของสักการะ บูชา กระทำทักษิณาทาน เป็นเนื้อนาบุญในโลกที่ไม่มีเนื้อนาบุญอื่นใดยิ่งใหญ่กว่า

นี่คือคุณแห่งพระสงฆ์โดยย่อ

ใช้ภาวนาไปเรื่อยๆระหว่างการเดินเวียนเทียนรอบองค์พระทั้ง ๓ รอบนั้น

ด้วยเหตุ ด้วยปัจจัยที่ได้กระทำมา จึ่งเป็นผลให้ได้ไปเวียนเทียน ณ พุทธมณฑล ในวันมาฆะที่ ๒๘ กพ ๒๕๕๓ นี้

๏ ขออำนาจแห่งคุณพระรัตนตรัย แลคุณงามความดีใดใดที่ได้กระทำไว้ จงบันดาลให้ ในหลวง จงทรงพระเจริญ พ้นจากโรคาพยาธิทั้งหลายทั้งปวง อยู่เป็นมิ่งขวัญปวงชนชาวไทยตลอดไป ๛

Sunday, February 14, 2010

เผลอใจไปไม่ทันคิด

ไปเกาะเกร็ด ด้วยความเคยชิน ลืมไปว่า เป็นวันหยุดเทศกาล สามงานเลย วันอาทิตย์ วันตรุษจีน วันวาเลนไทน์

เอ้า เอาเข้าไป ไปยืนเข้าแถวรอลงเรือ ตั้งแต่ยังไม่ถึงศาลาที่พัก ท่าวัดสนามเหนือด้วยซ้ำไป ผู้คนช่างมากมายจริงๆ

พอไปยืนรอ ถึงได้นึกได้ว่า วันนี้ มันจวบกัน สามงาน วันหยุด ๑ ล่ะ วันตรุษจีน ๑ ล่ะ วันวาเลนไทน์ ๑ ล่ะ

แต่ ก็ไม่เปลี่ยนความตั้งใจ ไปแล้วนี่ จะเบียดผู้คนออกมาได้รึ

ไปไหว้พระ ที่ ศาลาวัดปรมัยฯก่อน แล้วเข้าไปไหว้พระในโบสถ
นโมตสฺส ภควโต
อรหโต
สมฺมา
สมฺพุทฺธสฺส นโมตสฺสะ ภควโต
อรหโต
สมฺมา
สมฺพุทฺธสฺส นโมตสฺส ภควโต
อรหโต สมฺมา
สมฺพุทฺธสฺส
พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิพระบริสุทธิคุณ พระปัญญาธิคุณ พระมหากรุณาธิคุณ
ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิคุณพระธรรมดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกข์ อกาลิโกผู้ใดปฏิบัติตรงมุ่งมั่นแน่วแน่ด้วยความเพียรเมื่อใด ย่อมเห็นผลเมื่อนั้นโดยไม่ต้องรอ ปัจจัตตังอันวิญญูชนผู้ปฏิบัติด้วยตนเองเท่านั้น จึงจะเห็นเอง รู้เองด้วยตนเอง
สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิพระอริยสงฆ์สาวกผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบจนพ้นทุกข์ได้แล้ว สามารถสั่งสอนผู้อื่นให้ปฏิบัติตามจนพ้นทุกข์ได้ด้วย บุคคลสี่คู่แปดจำพวกที่คู่ควรแก่การรับของสักการะ กราบไหว้บูชากระทำทักษิณาทาน เป็นเนื้อนาบุญที่ยิ่งใหญ่ไม่มีเนื้อนาบุญอื่นใดยิ่งใหญ่กว่า
ทุติยมฺปิ พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ
ทุติยมฺปิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ
ทุติยมฺปิ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ
ตติยมฺปิ พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ
ตติยมฺปิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ
ตติยมฺปิ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ


๏สพฺเพ สตฺตา อเวรา
สพฺเพ สตฺตา อพยาปชฺฌา
สพฺเพ สตฺตา อนีฆา
สพฺเพ สตฺตา สุขี อตฺตานํ ปริหรนฺตุ๛


ออกไปจองเมี่ยงคำสดไว้ แล้วเดินอ้อมองค์พระมหารามัญเจดีย์ เข้าไปไหว้พระนอนในพระวิหาร สวดมนต์ แล้วนั่งสมาธิแผ่เมตตาอยู่ที่นั่น สักพอได้ความสงบมาบ้าง นึกอุทิศส่วนกุศลอันจะพอเกิดมาบ้าง ให้กับทุกรูป–นาม เท่าที่นึกได้ตอนนั้น ออกจากสมาธิ โทรฯบอกไหม ให้เธอทราบด้วย เดินริมทาง
แวะไปกินก๋วยเตี๋ยวริมน้ำ พออิ่มมีแรง แล้วเตลิดไปต่อถึงวัดไผ่ล้อม


ทำบุญซื้อที่ดินให้วัดเข้าไปไหวะพระบรมสารีริกธาตุในโบสถ หลวงพ่อท่านรดน้ำมนต์ให้ด้วยความเมตตา พร้อมเคาะหัวให้ ก็ดูว่าคงจะสมหวังกับใครบางคน ที่อยากเข็กกบาล ก็สมหวังแล้วน่ะ

ขากลับแะซื้อกระบุง เอามาไว้ใส่ข้าวสาร มันรำคาญ เวลาซื้อข้าวสารมาทีไร เป็นต้องใส่ถุงปัสติกคาไว้งั้นไปทุกครา ก่อนโน้น ซื้อตะกร้าแบนๆเล็กๆ แต่พอใส่ไข่สักโหลมาใบหนึ่งแล้ว แม่ค้าขายไข่เห็น เธออยากได้มากกกกก งวดนี้ ไม่รู้จะเป็นไง แต่คงไม่บ้าหิ้วกระบุงไปซื้อข้าวสารด้วยหรอก

ซื้อขนมโรยงามาสองสามกล่อง เปลือกส้มด้วย แล้วก็แวะมาเอาเมี่ยงคำสดที่จองไว้ แม่ค้าก็ใจดี เทถั่วลิสงคั่วมาให้ กำมือหนึง

มานั่งกิน ที่ศาลา หลังจากเดินผ่านหน้าโบสถยกมือจบลาไหว้องค์พระแล้ว

วันแห่งความรัก ก็ไม่มีอไรให้ เพราะรักมันเจือราคะ มีแต่เมตตาเท่านั้นที่ให้กับทุกรูปนาม น่ะ รับไปเถอะ ท่องบ่นด้วยตนเองได้ด้วย ยิ่งดี ข้างบนนั้นแหละ มงคลจะได้เกิดกับตนเอง

ขอให้ทุกรูปทุกนาม ที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมด ทั้งสิ้น ทั้งหลายเอ๋ย จงอย่าจองเวรแก่กันละกันเลย จงอย่ามีความเจ็บไข้ไม่สบายกายเลย จงอย่ามีความทุกข์ใจเลย จงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นทุกข์เถิด

น่ะ ท่องบ่นไปจนหลับนั่นแหละ น่ะแล้วจะเป็นสุข

Thursday, June 18, 2009

หลักสี่ เราสาม แยกกันไป คนละทาง

ค่ำวันที่ ๑๕ ที่ผ่านมา ฝนตกหนัก หนา นาน ตั้งแต่ยังไม่เลิกงาน เลยต้องอยู่ค่ำ ก็ทำงานกะล้อกก้อกแก้กไปด้วยแหละ จนกระทั่ง จะสองทุ้ม ดูว่าคงไม่มีเค้าว่าจะหยุด

ก็ตัดใจว่า เอาล่ะ แท้กซี่ ๒๐๐ ก็ ๒๐๐ เอาไงเอากัน ยอมแล้ว

แต่มานึกได้ว่าวันพระ ก็สวดมนต์เพิ่มจากปกติ ยืนสวดต่อหน้าพระแก้ว หน้าที่นั่งนั่นแหละ

จนจบ ปิดห้อง ออกมาพิมพ์นิ้ว เดินออกมา ยังไม่พ้นมุมตึก ๑ ดี ก็ได้ยินเสียงเรียก ให้ขึ้นรถไปด้วยกัน ก็ขอบใจ และบอกน้อง, สุรัตน์ มีขันทอง, ไปว่า ขอลงที่หลักสี่

น้องนางอีกคน ก็ ที่เคยขายส้มตำ แล้วเอามาเขียนแซวเขานั่นแหละ เธอติดรถไปด้วย บอกว่าขอลงที่ IT Square เราก็ว่า

แหนะแหนะตรงนั้นแหละ ขอลงตรงนั้น

นานน่ะ แต่ก็ได้ลงตรงนั้น น้องนาง เธอ ก็จากเราตรงนั้น ไปทางดอนเมือง สุรัตน์ ก็ไปยูเทอน ย้อนกลับไปทางมหานคร ส่วนเราเอง ก็มุ่งสู่กฤษดานคร ปากเกร็ด

ขอบใจมากเลย สุรัตน์

ออกเดินข้ามทางรถไฟ ยังไม่ทันพ้นทางลงของสะพานข้ามวิภาฯ มา แจ้งวัฒนะ ดีเลย รถตู้ มาจอดเทียบข้างๆ คนขับเขาก็พยักหน้าให้ ก็รีบขึ้น พร้อมกับขอบคุณพี่เขาอย่างมากเลย ที่จอดรับเรา

บุญมากจริงๆ ดูเอาเถอะ นี่เพียงแค่ ยืนสวดมนต์ไหว้พระ ยังได้ดีขนาดนี้

หากทำดีมากกว่านี้ คงได้ขึ้นสวรรค์กันบัดเดี๋ยวนี้เลยมั้งเนี่ย

สำคัญว่า ส่วนใหญ่ คงอยากอยู่บนโลกนี้ต่อไปน่ะซี

แต่ ก็คงเป็นบุรพกรรม ของ เรา สามฅนด้วยแหละ ที่เป็นเหตุให้สิ่งดีดีเกิดขึ้นมาได้ อ้อ น่าจะ สี่เน้าะ พี่คนขับรถตู้อีกท่านหนึ่ง แต่ อืมม ก็ ทั้งหมดนี่แหละ

นโม ตสฺส ภควโต
อรหโต
สมฺมา
สมฺพุทฺธสฺส นโมตสฺส ภควโต
อรหโต
สมฺมา
สมฺพุทฺธสฺส นโมตสฺส ภควโต
อรหโต สมฺมา
สมฺพุทฺธสฺส

พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ
ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ
สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ
ทุติยมฺปิ พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ
ทุติยมฺปิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ
ทุติยมฺปิ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ
ตติยมฺปิ พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ
ตติยมฺปิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ
ตติยมฺปิ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ

วันนี้ วันพระ ผมขออาราธนา ศีล ๕ ยึดถือเป็นแนวปฏิบัติ สำหรับชีวิตประจำวัน ในวันนี้ จวบจนตลอดชีวิต และ ตลอดไปด้วยครับ
อันว่า ศีล ๕ ประกอบด้วย งดเว้นจากการฆ่าสัตว์ งดเว้นจากการลักทรัพย์ งดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม งดเว้นจากการพูดเท็จ งดเว้นจากการดื่มสุราเมรัย
ผมขอยึดเอาเป็นแนวปฏิบัติ สำหรับวันนี้ จวบจนตลอดชีวิต และ ตลอดไป

ปิโย เทวมนุสฺสานํ ปิโย พฺรหฺมานมุตฺตโม
ปิโย นาคสุปณฺณานํ ปิยินฺทฺริยํ นมามิหํ
๙ จบ
สมฺปนฺโน วรสีเลน สมาธิปวโร ชิโน
สยมฺภูญาณสมฺปนฺโน สณฺหวาจํ นมามิหํ
๙ จบ
วาละลุกัง สังวาตังวา
๓ จบ
ทุกคำ ที่เปล่งออกมาจากปาก ขอให้ตั้งใจ มีสติ

ใน ๓ บทท้ายนั้น สองบทแรกคือ บทสรรเสริญพระพุทธคุณ คาถาที่ ๓ ปิ และ คาถาที่ ๓๗ ส ในรัตนมาลา ๑๐๘ ตัวคาถา ได้มาจากหนังสือ ที่เอามาจาก คุณแม่ของ กุสุมา ศรีโยธา ส่วนอุปเทห์ ได้มาจาก ที่อื่น สำหรับ บทสุดท้าย เป็นคาถาบูชาพระแก้วมรกต ที่คนไทยรู้จักกันดี

บุญแค่นี้ มะไฟ ก็พอใจแล้ว ผลไม่คาดหมาย เท่าที่เล่ามา ก็พอใจเป็นที่สุดแล้ว สำหรับ มะไฟ ฅนยาก กุศลทั้งหมด ทั้งหลายทั้งปวง ก็ขอยกให้กับ คุณแม่ และ กุสุมา ศรีโยธา และทุกรูป-นาม

View My Stats