Showing posts with label ไหมฟ้า. Show all posts
Showing posts with label ไหมฟ้า. Show all posts

Wednesday, December 30, 2009

ซีงิต :: วอนขอความเมตตา

วอน ขอวิงวอน ขออ้อนวอนต่อท่านผู้มีเตตา ขอความกรุณา ขอความเตตา ต่อทารกวัยประมาณ ๓ - ๔ ขวบปี เธอประสบอุบัติเหตุเป็นผลให้ นิ้วหัวแม่เท้าขาด

ติดต่อโดยตรงที่ ไหม ศุนย์แปดหนึ่งศูนย์สองสองห้าเจ็ดแปดห้า

หากมีอันใดบกพร่อง มะไฟ ขอรับไว้เอง หากมีส่วนดีอันใด ขอยกให้ท่านผู้มีน้ำใจ ได้รับไปก่อนจะสิ้นปีนี้

เมื่อเช้านี้เอง, ๓๐ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๒, ได้รับแจ้งจาก พิศมัยว่า หลานสาว อายุราวๆ สามขวบ นั่งซ้อนจักรยานเล่น แล้วเกิดอุบัติเหตุ เท้าเข้าไปในวงล้อ ทำให้นิ้วหัวแม่เท้าขาด เหตุเกิดเมื่อวานนี้, ๒๙ ธค

ตอนนี้ ทั้ง มะไฟ และ ไหม ก็ทำได้เพียง ภาวนา แผ่เมตตา เอาใจช่วย แต่คงไม่พอ หากได้ พลังจิต พลังเมตตาจากเพื่อนๆ ทารก คงสามารถต่อนิ้วเท้าคืนกลับมาได้

ขอบคุณล่วงหน้า สำหรับน้ำใจทุกท่านที่ผ่านมา

มะไฟ ฅนยาก

เพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจจากเพื่อน พี่ น้องทุกท่าน มะไฟ ขอนำเสนอการติดตั้ง flash สำหรับ firefox3 บน FreeBSD 8.0 ซึ่งก็เอามาจาก FreeBSD forum นั่นแหละครับ ตรงๆเลยน่ะครับ ทีละตอนทีละบรรทัดไป
  1. ท่านต้องเป็น root
  2. # portsnap fetch update (ในกรณีที่ทำครั้งแรกให้ใช้ portsnap fetch extract)
  3. # cd /usr/ports/emulators/linux_base-f10 && make install clean
  4. แก้ไขแฟ้ม /etc/fstab ให้มีบรรทัดนี้
    linproc    /usr/compat/linux/proc  linprocfs  rw  0  0
    ท่านอาจจะต้องสร้างสาระบบแฟ้ม /usr/compat/linux/proc ขึ้นมา
  5. แก้ไขแฟ้ม /etc/rc.conf ให้มีบรรทัดนี้
    linux_enable="YES"
  6. # shutdown -r now
  7. เอาให้แน่ สั่ง ๒ คำสั่งนี้อีกเตา
    # /etc/rc.d/abi start
    # /etc/rc.d/sysctl start
  8. # cd /usr/ports/www/linux-f10-flashplugin10 && make install clean
    # cd /usr/ports/www/nspluginwrapper && make install clean
  9. ปิด firefox3 ที่เปิดใช้งานอยู่ให้หมด แล้วออกจาก root
  10. login เป็นผู้ใช้งานธรรมดา
  11. % nspluginwrapper -v -i /usr/local/lib/npapi/linux-f10-flashplugin/libflashplayer.so
  12. เรียก firefox3 มา แล้วไปที่ about:plugins ท่านจะพบบรรดา plugins เท่าที่มี รวมทั้ง flash ด้วย
  13. ไปที่ http://www.youtube.com แล้วเล่นเลย

ขอให้สนุก
ด้วยใจจริง มะไฟ ฅนยาก
ขณะนี้ เวลา 15:30 ของวันที่ 30 ธค 2552 ไหม บอกว่าแผลที่เท้าซ้ายฉีกขาดมาก เส้นเอ็นดึงออกมาต่อไม่ได้ อย่างไรก็ดี ก็ยังคงต้องการ พลังเมตตา ที่ทุกท่านแผ่ไปให้ทารกหญิงท่านนี้อยู่

Saturday, October 11, 2008

burncd: บันทึกช่วยจำ

หลายวันก่อน ได้สนทนากับเพื่อนผ่าน MSN ถึงการลง FreeBSD ซึ่งที่สุดแล้ว แม้จะไม่สำเร็จ แต่ก็ ได้รู้หลักการ

ก็แล อุปสรรคครั้งนั้น ก็ไม่ใช่สิ่งที่น่าอับอายแต่อย่างไร เพราะเพื่อนเล่นลงผ่าน vmware ซึ่งผู้ที่ใช้ vmware ได้ ก็ควรจะรู้ดีกว่า มะไฟ ว่าอะไรคืออะไร

ระหว่างนั้น ก็มีการพูดถึง PCBSD กันอยู่หลายหน เลยดาวโหลดลงมาไว้ ก็พอดี บอร์ด คุณพ่อของน้องไอเดีย มีคนถามเรื่องการ write ลง CD ด้วย เลยบันทึกไว้ที่นี่ด้วยก็แล้วกัน เผื่อว่า ในอนาคต จะมีคนมาเปิดอ่านกันอีกได้

มะไฟ ดาวโหลดแฟ้ม PCBSD7-x86-CD[1-3].iso มาเก็บไว้ที่ /var/ftp/pub/pcbsd ที่ซึ่งทุกคนสามารถ anon ftp มาเอาไปได้ตลอดเวลา

การเผา ก็ใช้คำสั่ง burncd(1) อย่างที่บอกไว้ และรูปแบบ มะไฟ ก็ทำตามเอกสารอ้างอิง ที่บอกไว้ ในตอนท้ายบันทึก นี้แล้ว ดังนี้คือ

burncd -f /dev/acd0 -t -v -s 12 data PCBSD7-x86-CD1.iso fixate
burncd -f /dev/acd0 -v -s 12 data PCBSD7-x86-CD1.iso fixate

ไม่มีความลับอะไร ที่ทำสองหนเพราะไม่อยากเสี่ยงให้ cd เสีย รอบแรกก็เพียงแค่ทดสอบ รอบสองถึงจะเป็นของจริง ความเร็ว ก็เลือกอันที่เหมาะสมกับ เครื่องที่ใช้

หากจะมีความดีอันใดเกิดขึ้นบ้าง ก็ขอยกให้กับอาลำ ที่นอนแซ่วบนเตียงที่ชนบท ขณะนี้ และขอยกให้กับ ไหมฟ้า เพื่อนร่วมชีวิต ผู้ซึ่งปรนนิบัติคุณอาลำ อยู่ขณะนี้

เอกสารอ้างอิงคือ Greg Lehey; The Complete FreeBSD 4th edition; O'Reilly; pp 243-250

Monday, September 8, 2008

ไหมฟ้า : คำหวานจากใจ


เพื่อน คำคำนี้ มีความหมายมาก มากเกินกว่าตัวอักษรจะเรียงร่ายบรรยายออกมาให้ได้ ประหนึ่งหากจะถามว่า ก็แล้วมันเป็นอย่างไรจุ่งว่ายาก ก็เปรียบเสมือนว่าหากจะถามว่ารสเค็มเป็นอย่างไร ก็ต้องบอกว่าให้ไปลองกินเกลือดูเองจึ่งจะรู้รสเกลือ ฉันใดก็ฉันนั้น คุณค่าของเพื่อน เป็นอย่างไร ท่านต้องมีเพื่อนเอง จึงจะเข้าใจ
ยามทุกข์ เพื่อนปลอบประโลมใจ ให้กำลัง ยามสุข เพื่อนสนุก ร่วมยินดีด้วย พอให้รื่นเริงไม่เหงา ฯลฯ อีกหลากหลายประเด็น ที่ต้อง มีเพื่อนเอง จึงจะเข้าใจถึง ความหมาย

ของฝากอันนี้ เธอมอบให้ เมื่อเห็นว่า มะไฟ จะไถลลื่นล้มข้างถนนหนทาง


งามนอกฤๅงามใน
งามอย่างไรให้ถวิล
เห็นด้วยตาเป็นอาจิณ
ให้รู้สิ้นถึงความนัย

คร่ำครึ รึ ขี้เหร่
โก้เก๋ขนาดไหน
ตาดู ใช่รู้ใจ
งามนอก ใน ไหนสำคัญ


นับว่าสำคัญจริงๆ ไหมฟ้า คนนี้
ก็ไม่มีอะไรจะตอบแทนเธอได้ นอกจากคำสั้นๆว่า "รัก และ ขอบใจไหมมากน่ะ"

Sunday, July 6, 2008

wireless wired network

วันนี้ ผ่อนคลายความเครียดกันด้วยเรื่อง ไร้สาระ เอ้ย ไร้สายที่มีสายต่อ

จำไม่ได้ว่าเคยโพสไว้ที่ไหน แต่ดูเหมือนว่า เคยโพสไว้ ให้เป็นของขวัญ หลานไอเดีย แต่เรื่องที่โพส จะเป็นเรื่องนี้หรือไม่ ก็ไม่แน่ใจ เพราะว่ามันก็ล่วงมานานอยู่ เอาเถอะงวดนี้ก็ขออนุญาตหลาน ไอเดีย นำข้อเขียนมาโพสที่นี่อีกเตาละกัน

ต้องขอโทษด้วย พอตั้งใจจะเขียน ก็ให้มีงานเข้ามาขัด ต้องไปตัดต้นไม้ ที่แม่ยายท่านปลูกไว้รอบบ้าน เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน ที่ตอนนี้มันสูงโย่งราวตึกสามชั้นไปแล้ว กลัวมันโค่นลงมาด้วยแรงลม แล้วเพื่อนบ้านจะเดือดร้อนเอานะ

ก็นี่แหละ ซีงิต ที่กำหนดเองไม่ได้ แม้กระทั่งเส้นทางเดิน

เรื่องก็มีอยู่ว่า ...
ระหว่างนี้, ๙ มิย เป็นต้นมา, ผ่าตัดช่องท้อง และมานอนพักรักษาตัวที่ apartment ที่ไม่ใช่บ้าน ซึ่งใน apartment เขามี wireless internet ให้ ก็ปกติที่มีบริการนี้ให้กับลูกค้า ทีนี้เมื่อ week ก่อนไปซื้อ notebook ถูกๆ มาให้ ไหมฟ้า ที่ดูแลอยู่ได้ใช้ด้วย เพราะเธอมีนิสัยชอบขีดเขียน งานส่วนใหญ่จึงเป็นเพียงใช้ office suite นานนานครั้ง ถึงจะไปเปิดตัว e สักที, เธอบอกมายังงั้น
ปัญหาก็คือ ทั้งเครื่องที่ใช้อยู่กับเครื่องใหม่ ต่างก็มี wireless lan อยู่ทั้งคู่ แต่ account กลับมีอยู่เพียง ๑ แล้วจะทำยังไง ครั้นจะไปซื้อ account เพิ่ม ก็เสียดายตัง พอมานึกว่าตัวเอง ก็มี วิชาเทพฯ กะเขาอยู่ก็เลย แก้ปัญหาแบบแมวๆอย่างมะขาม
ก็รอดตัวไปได้

เอาเครื่องที่ใช้ก่อน เครื่องนี้ใช้ FreeBSD อยู่ อีกเครื่องที่ ไหมฟ้า เธอใช้นั้นเป็นวินอะป้าดเม่น ทั้งสองเครื่อง มี lan ต่ออยู่ด้วย เรียกว่า หากมีสาย lan มาต่อเข้า ๒ เครื่องก็คุยกันได้สบาย ไม่ว่าจะเป็น ftp, http, หรือ etc

แล้วจะเลือกเครื่องไหนละ ที่ต่อไปยัง hi speed wireless internet นั้น

ไม่รีรอหรอก ผมเลือกใช้ FreeBSD แหละ

มาดูฝั่งสายแลนมั่ง เครื่องผมใช้ ip=10.3.1.25 netmask=0xffffff00 ไม่กำหนด router แต่ตั้งให้เป็น gateway ด้านของ ไหมฟ้า ใช้ ip=10.3.1.60 netmask=0xffffff00 และกำหนดให้ gateway ไปที่ ip=10.3.1.25 นั้น

ด้านฝั่งของ FreeBSD นั้นกำหนดว่า
๑) nat ด้วย wireless nic นั้น
๒) รับหมายเลข ip จาก wireless ด้วย dhcp
๓) กำหนดว่าให้เป็น gateway
เพียงเท่านี้จริงๆ
ประเดี๋ยวจะนำแฟ้ม /etc/rc.conf มาให้ชม
เอาละครับ ตื่นมาชมกันได้แล้ว นี่ตัดจำเพาะที่เห็นว่า ต้องใช้จริงๆ


gateway_enable="YES"
##
firewall_enable="YES"
firewall_type="OPEN"
firewall_logging="YES" # Set to YES to enable events logging
firewall_logdeny="YES" # Set to YES to log default denied incoming

#defaultrouter="10.3.1.1"
ต้องยกเลิกนะ ห้ามกำหนด

ifconfig_ath0="DHCP"
<--- เส้นทางสู่ internet
#
#
natd_enable="YES" # Enable natd (if firewall_enable == YES).
natd_interface="ath0" # Public interface or IPaddress to use.
#
ifconfig_em0="inet 10.3.1.25 netmask 255.255.255.0"
<--- เส้นทางสายแลนของ ไหมฟ้า


หวังว่าคงได้ สาระบ้าง และ อีกครั้ง ยกความดีนี้ให้กับหลาน ไอเดีย ไปด้วยเสน่หา แลหากมีอะไรขาดตกบกพร่อง ขอให้ต่อว่า หรือ แนะนำ มะไฟ มาตรงๆได้ โดยไม่ต้องเกรงใจ

Saturday, June 28, 2008

shell(1)

จากข้อเขียนก่อน ขอขมวดถึง sh script ที่สร้างขึ้นมาจากการลง goffice2 ดังนี้

#!/bin/sh
set -x

cd /usr/ports/converters/fribidi && make package
cd /usr/ports/converters/psiconv && make package
cd /usr/ports/deskutils/glabels && make package
cd /usr/ports/deskutils/planner && make package
cd /usr/ports/devel/goffice && make package
cd /usr/ports/devel/libgsf-gnome && make package
cd /usr/ports/devel/goffice04 && make package
cd /usr/ports/editors/abiword && make package
cd /usr/ports/editors/gnome2-office && make package
cd /usr/ports/graphics/dia && make package
cd /usr/ports/graphics/libwmf && make package
cd /usr/ports/math/gnumeric && make package
cd /usr/ports/textproc/wv && make package

ขอทบทวนไวยากรณ์ของแต่ละบรรทัดพอให้ตามเรื่องราวได้โดยไม่หลงสักพอประมาณ
บรรทัดแรก อันนี้ จำไว้อย่างเดียว จำไว้เลย shell script ต้องเริ่มอย่างนี้
บรรทัดที่ ๒ จะทำให้การทำงานของแต่ละคำสั่ง แสดงผลออกมา ทุกรายคำสั่งย่อย
บรรทัดที่ ๓ ว่างๆ เพื่อความสวยงาม อันนี้เป็นความชอบของแต่ละคนๆไป
บรรทัดที่เหลือ ที่เริ่มด้วย cd /usr ... && make package นั้นคือ โครงสร้างทั่วไป ที่ควรศึกษาและจำไว้ คือ
expression1  &&  expression2
หรือที่เรารู้จักกันในรูป expression1  AND  expression2 ซึ่งทั้ง ๒ นิพจน์ ต้องเป็นจริงเท่านั้น
นั่นคือสาระเล็กๆน้อยๆจาก sh script ที่เขียนขึ้น ทีนี้มาดูว่าเราเขียนขึ้นมาได้อย่างไร เพราะที่บอกไว้ใน ports(1) แล้วว่า ...ถ้าเราไปไล่สั่ง # make package ไปเสียทุกที่ มันก็จบ นั้นมันดูง่ายๆ แต่เราจะไปรู้ได้อย่างไรว่า มัน อยู่ ณ ที่ใดใน ports tree ตั้งหมื่นกว่าตัวนั้น และนี่เองคือที่มาของ ผู้ช่วย อย่าง find(1)
ผลลัพธ์ของ find ดูแปลกดี เพราะไม่ว่าจะสั่ง make run-depends-list ก็พบว่ามีไม่มาก
ท่านอาจจะแย้งเอาได้ แต่ถ้าคิดว่า บาง package นั้น ต้องการอันอื่น เพิ่มขึ้นมา เป็นการจำเพาะ ก็สมเหตุสมผลอยู่
อีกประการหนึ่ง ผลลัพธ์ของ find(1) นั้นที่จริงจะเป็นอย่างนี้ สำหรับ gnome2-office
/usr/ports/converters/fribidi/work
/usr/ports/converters/psiconv/work
/usr/ports/deskutils/glabels/work
/usr/ports/deskutils/planner/work
/usr/ports/devel/goffice/work
/usr/ports/devel/libgsf-gnome/work
/usr/ports/devel/goffice04/work
/usr/ports/editors/abiword/work
/usr/ports/editors/gnome2-office/work
/usr/ports/graphics/dia/work
/usr/ports/graphics/libwmf/work
/usr/ports/math/gnumeric/work
/usr/ports/textproc/wv/work
เราจะเปลี่ยน หรือ แปลงสภาพ ที่เห็นอยู่นี้ ให้เป็น sh script ข้างบนนั้นได้ยังไง คำตอบก็คือ sed(1) ที่ปรากฏในช่วงท้าย ของบรรทัด find นั้น ซึ่งขอให้ศึกษาเอง เพราะไม่ยากเลย
เรื่องของ shell ก็ขอยุติลงแต่เพียงนี้ หวังว่าท่านคงได้สาระบ้าง แลหากมีอันใดบกพร่อง มะขาม ขอน้อมรับไว้แต่ผู้เดียว หากจะมีความดีบ้าง ก็ยกให้กับ ไหมฟ้า ผู้ดูแลในปัจจุบัน และ กุสุมา ผู้ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งหากปราศจาก สองท่านผู้ที่เอ่ยนามมานี้ ก็มิอาจมี มะขาม มาเขียนหนังสือได้ในวันนี้

Thursday, June 19, 2008

ports(1)

ขออนุญาตเพิ่มเติมในเรื่องของ ports สักหน่อยเถอะ เพราะรู้สึกว่า ไม่พอใจกับสิ่งที่เขาทำไว้หนะ ก็แหม คน ที่ไม่ใช่ ฅน ก็ยังงี้แหละ

เรื่องที่ไม่พอใจก็ส่วนที่สร้าง packages ที่เราได้จากการลง port นั้นๆ เท่านี้แหละ ที่ไม่ค่อยจะพอใจน่ะ เพราะเหตุว่า เวลาที่อยากเก็บ packages ทั้งหมดที่ได้จากคำสั่ง

# make install

ซึ่งพอเราสั่ง

# make package-recursive

แล้วมันมักจะทำ หรือ สร้าง packages มาหมดทุกตัว โดยไม่สนใจว่า packages อื่นที่เหลือนั้น สร้างมาก่อนหน้านี้แล้ว แบบว่า มันสร้างซ้ำอีกหนะ

อันนี้แหละ ที่ไม่พอใจ เพราะไม่อยากเสียเวลาไปสร้างซ้ำอีก มันนานนะ ไม่มีอะไรเลย

แล้วจะแก้ยังไง

จากความรู้ที่ว่า เมื่อเราลง ports นั้น มันจะสร้าง work directory ขึ้นมาด้วย และจะยังคงอยู่ ตราบเท่าที่เราไม่ลบทิ้งด้วยคำสั่ง

# make clean

อีทีนี้ ถ้าเราไปไล่สั่ง # make package ไปเสียทุกที่ มันก็จบ

เอาละ พอได้ไอเดียแบบนี้ ก็ลงมือทำเลย ง่ายแล้ว แต่ต้องเป็น root น่ะ ตามนี้น่ะ

# touch pkgs
# chmod +x pkgs
# echo #\!/bin/sh > pkgs
# echo set -x >> pkgs
# echo >> pkgs
# find /usr/ports -name work -type d -print | \
   sed  -e   's,/usr,cd /usr,'  -e   's,/work, \&\& make package,' >> pkgs

จากนั้น เราก็ลำบากเพียงสั่ง

# ./pkgs

สิ่งที่ต้องการ ก็บรรลุผลสมดั่งใจ
แล้วก็ อย่าลืมสั่ง clean ด้วยละ ไม่งั้นตัว work directory มันจะยังคงอยู่ และจะทำให้งวดต่อไป เราเองแหละที่ต้องทำซ้ำไปเสียเอง ส่วนที่ว่าจะสั่งให้เป็น make clean อย่างไร ไปคิดเอาเองน่ะ

ตัว shell script ที่อยู่ในแฟ้ม pkgs นั้นจะเปลี่ยนไป ตัวอย่างในกรณีที่ลง webmin ซึ่งต้องการ p5-Authen-SSLea แต่ว่าได้ลงไปแล้วโดย ports อื่น ผลที่ได้จึงมีเพียงเท่านี้


#!/bin/sh
set -x

cd /usr/ports/security/p5-Authen-PAM && make package
cd /usr/ports/sysutils/webmin && make package


ขอยกความดีใดๆ อันจะเกิดขึ้น แม้เพียงเล็กน้อยจากข้อเขียนนี้ให้กับ ไหมฟ้า ผู้ซึ่งดูแล มะขาม ก่อนเข้ารับการผ่าตัด ระหว่างการผ่าตัด หลังการผ่าตัด จนกระทั่งกลับมาทำงานได้ โดยไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อยแม้แต่น้อย

ขอได้รับการขอบคุณอย่างมาก จาก มะไฟ ไว้ ณ ที่นี้ด้วย

Sunday, June 1, 2008

ไหมฟ้า

วันนี้ เมื่อหลายปีก่อน เทพธิดานางหนึ่ง จุติจากตุสิตาสวรรค์ชั้นฟ้า ลงมายังมนุสสโลก นัยว่า ตามมาหา มะไฟ ฅนเหลิงฟ้า ที่หนีมาก่อน
เทพธิดา นางนั้น จุติลงมาเกิดเป็น ทาริกา น่ารักมากๆ ในเผ่าญอง หละปูน เมืองเจ้าแม่จามเทวี ในนามว่า พิศมัย หรือที่เรียกขานกันเล่นๆว่า ไหมฟ้า ก็เจ้าของรูป ข้างพระธาตุหริภุญไชย นั่นแล

สักครู่นี้เอง ที่นั่งทำสมาธิ ก็เพิ่งออกมา บุญกุศลที่เกิดขึ้น จงดลบันดาลให้ ไหมฟ้า มีแต่สุข ร่ำรวยเงินทอง ปราถนาสิ่งใด ขอให้ได้สิ่งนั้น แลพ้นจากภัยพิบัติ พ้นจากภัยของคนพาลด้วย ตลอดไปเทอญ

ด้วยใจจริงของ มะไฟ

Wednesday, May 28, 2008

ความลับของ ไหมฟ้า

แม้งแสนตี๋น
แน่นอนว่า ระยะเวลาตั้งหลายวัน ที่อยู่ใกล้ชิดกัน จะพูดจากันแค่ไม่กี่คำ คงเป็นไปไม่ได้ ก็จากการพูดคุยกัน ทำให้ทราบถึง อุปนิสัยใจคอ ซึ่งกันและกัน ได้ดี

มีอยู่ครั้งหนึ่ง มะไฟ เอ่ยถึงกิ้งกือ ไหมฟ้า เธอทำท่าคอหด สีหน้าน่ากลัว เธอว่า เกลียดและกลัว เจ้าตัวนี้มาก แต่เธอมีเรื่องประกอบให้ฟังด้วย ซึ่งฟังแล้ว มันไม่เห็นจะน่ากลัวสักนิด แม้ยังงั้น เธอยังยืนยันว่า เกลียดและกลัว อยู่นั่นแหละ

ดูท่าว่า คงจะเปลี่ยนทัศนคติ ข้อนี้ ของเธอได้ยากมาก จากสีหน้า ท่าทาง ที่เธอแสดงออกมา

มีสามสหาย นั่งดวด เหล้าตอง กันที่ร้านขายเหล้าตอง ประตูป่า ดวดกันอยู่นาน จนกระทั้งว่า แม่ค้าขายเหล้าตอง ยอมแพ้ ยอมให้สามสหาย นั่งก๊งกันต่อโดยสะดวก แต่ถ้าว่าหยิบฉวยอะไรไป ก็ขอให้จดไว้ละกัน

สักพัก เหล้าขนานหนึ่งหมดไป แต่อารมณ์ดื่มยังคงราบรื่น ไม่ติดขัด จึงไม่อยากขยับขยายไปที่อื่น จะเรียกแม่ค้ามา เธอก็เข้าบ้าน นอนไปแล้ว

นี่ๆ ออกไปหาซื้อมาหน่อยซิ นี่ตัง
เอ็งน่ะแหละไป ฉันเดินช้า อีกฝ่ายเกี่ยง ไม่ยอมไป พร้อมยกจุดด้อยมาอวด
ไม่ได้หรอก ฉันเดินเร็ว ประเดี๋ยวทำเหล้าหกหมด ต่างฝ่าย ต่างยกจุดด้อยของตัวมาประชัน
เงียบกันไปพักหนึ่ง เลยนึกถึงสหายที่เหลือได้ จึงขอร้องให้เขาไปเอาเหล้ามา
เจ้าาา รับคำแล้วก็เดินลงเรือนไป

สองสหายนั่งคุยกันไป จิบเหล้าตองไปพลาง หยิบมะขามเปียก มาจิ้มเกลือกินไป ก็นานโข รู้สึกว่าผิดสังเกตุ

ทำไมยังไม่มาอีกน้าาา

ต่างก็นึกในใจกันยังงั้น ในที่สุดอดรนทนไม่ได้ เลยพากันออกมา กะจะไปดูที่ร้านฟากขะโน้น ว่าเพื่อนไปถึงรึยัง หรือว่าเหล้าที่โน่นก็หมด ฯลฯ

ต่างต้กกะใจ เมื่อพบว่า สหายรัก ที่วานให้ไปซื้อเหล้ามานั้น นั่งอยู่ตรงเชิงบรรไดบ้านนั่นเอง

เฮ้ย นั่นทำอะไรอยู่ว่ะ ทั้งคู่อุทานปนถามออกมา เกือบพร้อมๆกัน

ผูกเชือกรองเท้า อยู่เจ้าาาาาาว

สหายรักตอบเสียงใส เล่นเอาทั้งคู่แทบลมจับ จะให้ไม่เป็นลมได้อย่างไรกัน ก็ในเมื่อ รองเท้าที่ผูกเชือกแล้วนั้น ยังไม่ถึงครึ่งของจำนวนที่มีอยู่

สามสหายที่ว่าคือ กระต่าย ที่วิ่งเร็วแล้วเหล้ากระฉอก, เต่า ที่เดินช้า, และ สหายผูกรองเท้า กิ้งกือ หรือที่คนเมืองเรียกว่า แม้งแสนตี๋น หรือที่ฝรั่งเรียกว่า millipede นั่นเอง

View My Stats