Showing posts with label สรณอันเกษม. Show all posts
Showing posts with label สรณอันเกษม. Show all posts

Monday, May 30, 2011

สรณประจำใจ

ทำไม คนไทย ต้องไปไหว้ต้นไม้ เพื่อขอหวย
เขายากจนรึ
หรือ
เขาต้องการเงิน   .... แล้ว เอาเงินมาทำไม

จะว่าไป เป็น เพราะไม่มีที่พึ่งทางใจ หรือ เพราะเพียงเพื่อเงิน
ซึ่ง ไม่ว่าเพราะอะไรใน ๒ ประเด็นนี้ ล้วนแล้วแต่เกิดจาก ความโง่เขลาเบาปัญญาทั้งสิ้น

ในมุมของที่พึ่งทางใจนั้น หลวงพ่อทั้งหลายในอดีตท่านลำบากปลูกฝังพระพุทธศาสนาไว้ให้ เอาไว้ให้เป็นที่พึ่งทางใจ ให้ยึดพระคุณแม่-พ่อ คุณพระรัตนตรัย เอาไว้ให้หนักแน่น แต่มาบัดนี้ อย่าว่าแต่คุณพระรัตนตรัยเลย ที่ลดลง แม้แต่พระคุณแม่-พ่อ ก้็ยังปรากฏว่า ลดลงอย่างน่าใจหาย จากที่เห็นผ่านสื่อต่างๆ มากมายในทุกวันนี้

ในมุมของเงินตรานั้นเล่า พวกเราก็รู้กันอยู่ว่า ข้าว-กับ เท่านั้น ทำให้อิ่มท้อง และเมื่อท้องอิ่มแล้ว มันก็มีพลังที่จะทำอะไรต่อมิอะไรได้ ทั้งเลว ทั้งดี แต่นี่ กลับมุ่งไปหาแต่ เงิน เงิน เงิน ทั้งๆที่ ข้าว ปลา อาหาร ก็มีอยู่แล้วโดยไม่ต้องใช้ เงินตรา อะไรเลย   แล้ว เงิน ที่มุ่งหามานั้น หามาเพื่ออะไรกัน กินแทนข้าวปลาอาหารได้รึ

น้ำใจ ความเข้าใจ ความปราถนาดีต่อกัน แม้จะยังมีอยู่ แม้จะเจือจาง แม้จะเปราะ เปื่อยยุ่ย แต่ก็ยังดีกว่าไม่มี และมันเป็นทางแก้ได้

ทบทวนถึง น้ำใจ ความเข้าใจที่ถูกต้อง ความปราถนาดีต่อกัน กันไว้ดีกว่าน่ะ สาม-สี่วันที่ผ่านมา มะไฟ รอดมาได้เพราะน้ำใจเพื่อนบ้าน รอดมาได้ เพราะอิ่มท้อง โดยไม่ต้องไปดิ้นรนหาสตังเลย  (ออกจากบ้านไปนั้นหรอก ที่มีแต่จ่ายเงินทอง)

หมูยอ จากนครพนมที่คุณแม่น้องเอก เอามาให้พวงใหญ่ ก็ทำให้อิ่มท้องไปหลายคาบมื้อ ทำกินเองไม่เป็นหรอก ได้แต่พึ่งยายน้องโซล ให้ทอดให้ ขอข้าวเขามาสักจานนึง คนเดียว เท่านี้ก็รอดแล้ว

มะไฟ ให้อะไรตอบแทนเขาบ้างหละ แทบไม่มี นอกจากเนื้อที่บ้าน เนื้อที่ที่เป็นดิน ก็ให้ยายน้องโซลอาศัยปลูกผัก พืชสวนครัว ไม่ว่ากะเพรา ตะไคร้ พริก บวบ น้อยหน่า สะเดา มะขาม ฟัก แมงลัก อื่นๆอีกจิปาถะ อ้อ หูเสือ ด้วย ให้ดินคุณยายไป ยายน้องโซล เป็นคนมือเย็น ปักอะไรลงดิน เป็นเขียวขจีขึ้นมาทันที  (ผิดกับ มะไฟ ที่แทบอ้อนวอนตาม ยังไงก็ไม่เขียวขึ้นได้) ก็เลยอาศัยกันไป

มะไฟ อาศัยอย่างนี้ รอดมาได้ สิ่งฟุ่มเฟือย ฟุ้งเฟ้อ แทบไม่มีเลย

กลับมาเถิดน่ะ เพื่อนร่วมทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้นเอ๋ย กลับมาหา สรณประจำใจอันเกษม ที่เคยได้รับจาก อริยสงฆ์สาวกขององค์พระสัมมาสัมพุทธ พระพุทธเจ้าพระองค์นั้นเถิด อย่าเตลิดออกนอกทางกันเลย กลับมาบ้านคือเรือนใจของตนเองเถิด

๏นโม ตสฺส ภควโต
อรหโต
สมฺมา
สมฺพุทฺธสฺส นโมตสฺส ภควโต
อรหโต
สมฺมา
สมฺพุทฺธสฺส นโมตสฺส ภควโต
อรหโต สมฺมา
สมฺพุทฺธสฺส๛
๏พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ
ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ
สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ

๏ทุติยมฺปิ พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ
ทุติยมฺปิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ
ทุติยมฺปิ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ

๏ตติยมฺปิ พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ
ตติยมฺปิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ
ตติยมฺปิ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ๛

Thursday, November 11, 2010

พระพุทธศาสนา มีไว้เพื่ออะไร

ก็จาก เรื่องเดิม ที่เคยอึดอัดนั่นแหละ มางวดนี้ เห็นเอง เจอด้วยตัวเอง จากคนกันเองเข้า ก็รู้สึกว่าเป็น ธรรมะ ที่ฝึกได้ค่อนข้างยากอยู่ อดทน น่ะ

พระรัตนตรัย อันเป็นที่พึ่งอันเกษม เป็นสรณอันเกษม นั้น คืออะไร ก็คิดกันเอาเอง แต่คงไม่ต้องตอบออกมาหรอกน่ะว่า ต้องการเงินทองเยอะๆ ต้องการนั่น ต้องการนี่ จิปาถะ ฯลฯ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น ก็ไม่ใช่ คนที่มี พระรัตนตรัยเป็นสรณ แล้วหละ ก็ความอยากมันมากล้นป่านนี้ นี่นา

เราจะเอามาทำไมมากมายนักหนา เอาให้แค่ ไม่มีหนี้สิน เอาให้แค่ ได้อะไรที่จำเป็น มีอะไรที่จำเป็น ได้ ก็ดีที่สุดแล้วนี่นา หือออ

พระอรหันตสาวกทั้งหลายเหล่านั้น เป็นที่พึ่งของเราท่าน ไม่ได้แล้วหรือ ถึงได้หันไปหา ชูชก กันน่ะ

ยา เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และ อาหาร เหล่านี้ต่างหาก ที่จำเป็นในการดำรงชีพอยู่ ทำไมกันครับ เพื่อนร่วมชาติ ตกทุกข์ได้ยากกันให้เห็น และที่เขาต้องการ ก็เพียง ๔ อย่างนี้เท่านั้นเอง และเราเอง ก็ช่วยเขาได้ เขาเอง ก็ช่วยตัวเองได้ตามประสา ตามกำลังของเขา

แปลกใจว่าคนที่ไม่ลำบากอย่างเพื่อนร่วมชาติที่กำลังลำบากอยู่ขณะนี้ ทำไมถึงได้หันไปหา ชูชก เอามาบูชากัน แทนที่จะรีบเร่งปฏิบัติธรรมกันให้เสร็จๆไป จะได้จบสิ้นกิจอันสมควรทำเสียที กลับมาหลงงมงายกันอยู่ได้ แปลกเนอะ

อีกครั้งน่ะ พระอรหันตสาวกทั้งหลายเหล่านั้น เป็นที่พึ่งของเราท่าน ไม่ได้แล้วหรือ พระรัตนตรัย เป็นที่พึ่งของชาวพุทธ ไม่ได้แล้วหรือ

เราปฏิบัติ เพื่อ ละ เพื่อ ลด ไม่ใช่ปฏิบัติเพื่อ เอา
ความเห็นจากเพื่อนร่วมโลกระหว่างเดินทางกลับบ้าน, ก็คนขับแท้กซี่นั่นแหละน่อ, ท่านว่า ชูชก เป็นยอดนักขอ
มะไฟ เอง รู้แต่ว่า ดวงชูชก เป็นยอดของดวง สำหรับ นักศึกษาโหราศาสตร์ที่ต้องศึกษาอย่างละเอียดเหมือนกัน ยอดดวงแหละเหอะ
แต่ว่า นั่นไม่ใช่ทางพ้นทุกข์
พุทธศาสนานั้นแก้ทุกข์ ไม่ใช่ เพิ่มทุกข์ การปฏิบัติที่ไม่ใช่เพื่อการพ้นทุกข์ จึงเป็นการปฏิบัติที่ออกนอกลู่นอกทาง

ระลึกถึง พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ พระคุณพ่อ พระคุณแม่ เอามาเป็นสรณประจำใจ และ พึ่งตนเอง ไว้ ส่วนศีล ๕ ข้อนั้น มันมีเองอยู่แล้ว สำหรับคนธรรมดาๆน่ะ คนที่ต่ำกว่าธรรมดาเท่านั้น เขาถึงจะมีความผิดปกติ คือ ไม่มีศีล เพราะ ศีล แปลว่า ปกติ

ลองมาไล่ดูซิว่า ในยามนี้ ยามที่น้ำท่วมบ้าน ผู้คนลำบากกันไปทั่ว แล้วท่านบริจาค ข้าวของช่วยเหลือ เพื่อนร่วมชาติไปนั้น ท่านละเมิดข้อใดบ้าง
ท่านบริจาคของ หรือให้เงินทองไป นั่นเท่ากับว่า ท่าน ไม่ลัก ไม่ขโมย
ท่านมีจิตเมตตา ท่านจึงช่วยเขา นั่นเท่ากับท่านไม่ได้คิดฆ่าคน
๒ ข้อแล้ว ที่ท่าน ไม่ละเมิด
ข้อ ๓ นั้น หมายเอาว่าพึงพอใจผัว เมีย ของตนๆ ก็พอทำได้นี่ อย่าไปกังวลเลยข้อนี้ เพราะมีแต่ยอดคนระดับสูงสุดเท่านั้น ถึงละได้ขาด
ข้อ ๔ ขอเพียงท่านอย่าโกหก อย่าด่าพ่อด่าแม่คนอื่น ก็พอทำได้นี่
ข้อ ๕ นั้น หากจำใจ ก็ให้กินแต่พอประมาณ แล้วเลิกกิน กลับบ้านอยู่อย่างสงบเสงี่ยม ก็พอกล้อมแกล้มว่า รักษาได้ ข้อนี้ สติเท่านั้นช่วยได้

เห็นรึยังล่ะว่า ความปกติของท่าน เพียงแค่ได้ช่วยเพื่อนร่วมชาติที่ลำบากแค่นี้เอง ก็เกิดขึ้นมาแล้วแทบจะเต็มส่วน ยิ่งถ้าท่านมีสติ และ พยายามทำบ่อยๆ ความปกติของท่าน ก็สามารถมีขึ้นมาได้เอง

อยากรวยก็ ขอให้รวยอริยทรัพย์น่าจะดีกว่า

ชูชก ที่ปั้มออกมาบนแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า คล้ายพระเครื่องบูชา ที่ สทน. มอบให้มานั้น ก็ส่งผ่านต่อไปให้กับคนที่เขา ชอบขอ อยากได้ ต่อไป ไม่ได้เก็บไว้กับตัวหรอกน่ะ

Alice's Adventures in Wonderland

Thursday, October 14, 2010

ธมฺม ทานํ สพฺพ ทานํ ชิเนติ

ผู้คนทุกวัน ดูจะวุ่นวายมากกว่าเก่าก่อน ไม่ต้องนานมาก เอาแค่ เมื่อยี่สิบปีที่แล้ว กับ สามสิบปีที่แล้ว ก็พอมองออกถึงความแตกต่าง

กาลเวลาล่วงไป พุทธศาสนิก กลับปฏิบัติธรรมกันน้อยลง แต่ถาวรวัตถุ และวัตรปฏิบัติเพี้ยนๆ กลับมากขึ้น

ยิ่งเทคโนโลยีเจริญมากขึ้นเพียงไร สิ่งที่ได้กล่าวไป ยิ่งเด่นชัดเจน และเพิ่มปริมาณมากขึ้นเพียงนั้น

ดูเอาเถิด แค่ต้นไม้รูปร่างแปลกๆ ก็ไปกราบไหว้ ทำให้นึกถึงเรื่องเล่าในสมัยพุทธกาล ที่ผู้คนไปกราบไหว้ ต้นไม้ ภูเขา สาระพัดสิ่ง เอามาเป็นสรณ ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ถูก

พุทธานุภาพ แผ่ไปที่ใด แสงสว่างแห่งธรรม แผ่ไปทิศใด พระอริยสงฆ์สาวก มุ่งไปเผยแผ่พระพุทธศาสนา ยังตำบลใด ความเห็นผิดๆเหล่านั้น ล้วนถูกลบล้างไปสิ้น และต่างหันกลับมายืดถือเอา พระรัตนตรัย เป็น สรณ เพราะ พระรัตนตรัย คือ สรณอันเกษม

ในชีวิตจริง เห็นแม่บ้านทำความสะอาด สทน. ท่านหนึ่ง เธออ่านหนังสือในยามว่าง ล้วนแต่เรื่องผีมั่ง เรื่องเหลือเชื่อมั่ง ก็ทำให้นึกถึง หนังสือ พระอานนท์พุทธอนุชา ที่ ไก่แจ้ เธอมอบให้มา เลยยกให้แม่บ้านท่านนั้นไป

ธมฺม ทานํ สพฺพ ทานํ ชิเนติ

ยกมือไหว้พระ นั่นเป็นแต่ภายนอก ภายในใจท่าน ขอให้ระลึกถึง พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ ให้ได้ เพราะ นี่คือ พระรัตนตรัย ที่เป็นสรณอันเกษม
นโมตสฺส ภควโต
อรหโต
สมฺมา
สมฺพุทฺธสฺส นโมตสฺส ภควโต
อรหโต
สมฺมา
สมฺพุทฺธสฺส นโมตสฺส ภควโต
อรหโต สมฺมา
สมฺพุทฺธสฺส

พุทธํ สรณํ คจฺฉามิ
ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ
สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ
กราบขออภัย แก้ไขคำผิด จาก สรณั เป็น สรณํ

View My Stats