Showing posts with label บุญฤทธิ์. Show all posts
Showing posts with label บุญฤทธิ์. Show all posts

Tuesday, April 20, 2010

บุญฤทธิ์ อาศัยความเพียรเป็นไฟเผากิเลสให้เร่าร้อน-ควันหลง


จากงานบวชหลาน ที่ตอนนี้พระเอก
ของ มะไฟ ท่านสึกหาลาเพศออกมาทำงานตามเดิมแล้ว และเพิ่งมีโอกาส ส่งรูปมาให้

หน่อย น้องนางของ มะไฟ หรือ คุณแม่ของ นาคเอก อีตอนปลงเกศาเนี่ย ไม่ขอเอามาให้ชมล่ะกันน่ะ



หน้าอุโบสถ ยินดีเป็นอย่างยิ่ง



บรรจุอัฐถิธาตุสู่เจดีย์ บวช เพื่องานหลัก งานนี้


 




ผองเพื่อนพระเอก ที่พากันไปยินดีในธรรม อโหสิกรรมให้ ขากลับ ที่ได้กินส้มตำนางฟ้า นั่นแหละ
คงดูออกบอกกันถูกว่า ใคร คือหัวหน้าทีม

มะไฟ ก็ได้อาศัย ใบบุญ ของพวกเขา กลับมายังปากเกร็ดโดยสวัสดิภาพ ขอขอบคุณทุกท่าน อีกครั้งหนึ่ง



สามสหาย ที่เพื่อนๆหมั่นไส้ เอาแต่กินๆๆ ก็มันอร่อยนี่นา







ต้นน้ำ ลำธาร


คนเรามีคุณค่า ตรง รู้จัก สำนึกในบุญคุณ ที่ผู้อื่นกระทำให้ แล้ว ตอบแทนบุญคุณนั้น โดยไม่ต้องรอรีให้ถามทวง
ขนาดคนอื่น เรายัง ครับๆๆ ได้
นี่ ยายแท้ๆ บวชให้ ไม่นับว่ากระไรเลย


หากไม่มีท่าน แม้ มะไฟ ก็ไม่มีโอกาสเกิดมาก่อกวนโลกไซเบอร์ใบนี้

มะไฟ หน่อย

วัน...แม่

Tuesday, March 23, 2010

บุญฤทธิ์ อาศัยความเพียรเป็นไฟเผากิเลสให้เร่าร้อน

ไปบวชหลาน ระหว่าง ๒๐-๒๑ มีค ๒๕๕๓

ต้องขอขอบคุณ เพื่อนร่วมงานที่เทน้ำใจให้ มะไฟ คราวที่คุณแม่ท่านจากไป เมื่อปลายปีก่อนโน้น ๒๕๕๑ และเพราะเหตุนี้ จึงได้มีบุญบังเกิดขึ้นสืบเนื่องมาจากปัจจัยในครั้งกระโน้น ขอกุศลผลบุญที่บังเกิดขึ้น จงบันดาลให้เพื่อนร่วมงานทุกท่าน ประสบความสุข เจริญในหน้าที่การงาน สมปราถนาในทุกประการที่ตั้งใจ

หลาน ลูกของน้องนาง ก็ไม่สาวแล้วหละ มีลูกแล้ว แม้ยังงั้น ก็คงเหลือเค้าความงามเมื่ออดีตอยู่ หลานเอก ตอนนี้ เป็นพระเอกแล้วหละ ฉายาจำได้ไม่หมด แต่เรียกท่านว่า พระเอก คงไม่เป็นไร

วันที่ ๒๐ ไปถึง ก็ทำบุญหาแม่ แล้วโกนหัวหลานชาย นุ่งห่มนาค แล้ว ทำขวัญ พอตกบ่ายแห่นาครอบอำเภอ ก็อำเภอชนบทไม่ได้ใหญ่โตอะไรนักหนา อย่าเข้าใจผิดว่า แหม แห่รอบอำเภอเลยหรือ เก่งน่ะ... ฯลฯ อะไรปานนั้น ไม่หรอก

ค่ำคืนนั้น หนังสือ ธรรมเจดีย์ ธรรมชำระใจ ที่ติดตัวไปด้วย เห็นว่าพี่ชายท่านหนึ่งสนใจหยิบไปอ่าน ก็ยกให้ท่านพี่ไป บอกว่า ผมหาเอาใหม่ได้ หากพี่สนใจ เห็นขนาดนั้น พี่เอาไปอ่านก่อนเถอะ พร้อมกับบอกว่า เนื้อหาในนั้น สั้นกระชับ ไม่ยืดเยื้อ ตรงไปตรงมา บางตอนก็ออกจะติดขำๆไปเสียด้วยซ้ำ

ตกลง ได้ให้ธรรมทาน นี่ก็เป็นบุญอย่างหนึ่ง ในวันนั้น

พอย่ำรุ่ง ราวๆตีสาม ก็ตื่น พาพ่อนาคเข้าโบสถวัดหนอง ก็วัดบึงแก้ว คราวที่เคยไปล่องฝ่าดงบัวกับ ไหม นั่นแหละ
พิธีบวช ศักดิ์สิทธิ์ และคงความขลังไว้เสมอ ในบ้านนอกนี่แหละ ที่เรื่องเหล่านี้ยังคงมีความหมายสูงมาก



สาย ก็เชิญพระเอกมาฉันภัตตาหารเช้า, จังหัน, ที่บ้าน

ปลื้มกันหมดทุกรูปนาม ณ ที่นั้น ในวันนั้น รวมทั้งบรรดาเพื่อนๆของพระเอก ที่สละเวลาอันมีค่าไปเยี่ยม ไปชื่นชม ไปยินดีในบุญงานบวชด้วย โดยพากันเหมารถตู้ไป

พอสายๆ ก็ทำพิธีบรรจุอัฐิธาตุของคุณแม่ลงเจดีย์ ที่วัดโพธิ์ศรีสะอาด อันเป็นวัดที่ พระเอกท่านจำอยู่ระหว่างที่บวช ก็เพราะเหตุที่บ้านนั้น อย่างท่ามกลางวัดทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นวัดหนอง วัดโพธิ์ วัดศรีสุมังค์ ก็เลยเอาหมด ยกเว้นแต่วัดศรีสุมังค์ไว้เสียหนึ่งวัด

เสร็จงานแล้ว หน่อย น้องนางคนงาม ก็เอาไหมมาอวดเพื่อนๆของพระเอก แต่มีไม่ถูกใจ เลยแนะให้ไปถนนสายไหม ในขากลับ

มะไฟ เลยได้อาศัยบุญ นำส่งกลับบมาปากเกร็ด ด้วยรถตู้นั่นแหละ

ต้องมีอีกตอน สำหรับขากลับ เพื่อยืนยันเรื่อง บุญบันดาล หรือ บุญบงการ หรือ บุญฤทธิ์ นี่แหละ แต่ก่อนจาก ก็ฝากบอกหลาน อืมม พระเอกซิ บอกท่านว่า ให้แผ่เมตตาให้มากมาก แผ่ให้กับผู้ที่กำลังเดือดร้อน ผู้ที่กำลังลำบากอยู่ตอนนี้ แผ่เมตตาไปซะ ก็เอาเคล็ดที่ได้จากหนังสือ ธรรมเจดีย์ นั่นแหละ จตุรารักษ์

Sunday, February 28, 2010

บุญส่งมา บุญบัญชา

วานนี้ พอมีเวลาว่าง เลยชวน ไหม ซึ่งเธออุตสาห์สละเวลา จากบ้านประตูป่า ลำพูน ลงมายังปากเกร็ด กฤษดานคร ไปเดินหาซื้อสบู่มาไว้ใช้กัน ที่เกาะเกร็ด เพราะ มะไฟ พอมีเวลาเพียงเท่านี้จริงๆ วันมาฆะบูชา ก็ต้องไปเวียนเทียน วันจันทร์ ไหม ก็จะกลับบ้านแล้ว

พวกเราเดินทอดน่องออกจากบ้าน ราวๆบ่ายนิดนิด แดดมันเปรี้ยงน่อ ไม่อยากออกกำลังมาก เลยค่อยๆเดินช้าๆมาด้วยกัน ก็พักเดียวมาถึงปากทาง เลยจับรถคู้ไปปากเกร็ดกัน ยี่สิบบาท ๒ คน

ระหว่างทาง ที่รถติด เพื่อนร่วมเดินทาง ก็วานให้ ไหม อ่านเลข ๑๖ หลักเติมเงินให้ ไหม ก็ใจดีช่วยเหลือเขาไป ไม่รู้จักกันหรอก แต่ เมื่อเขาขอความช่วยเหลือ เราก็ให้ ไม่เห็นจะเป็นอะไรไป

ลงตรงปากทางเข้าไปวัดสนามเหนือ นั่งสามล้อเข้าไป สองคน ๑๕ บาท

ที่วัดสนามเหนือ ไหม เธอลองชิมน้ำตะไคร้ผสมน้ำผึ้งมะนาว อะไรนี่แหละ แล้วก็เอามาให้ลองมั่ง ดูด ๒ ที แทบหมดขวด ก็คนมันกระหายน้ำอยู่นี่นา

ที่ท่าเรือ บริจาคทาน ให้กับนักดนตรีพี่คนนั้น โดยบอก ไหม ว่ามาทีไรก็ให้พี่คนนี้เขาทุกที ไหม เธอก็นำทานนั้นไปให้พี่เขา พี่เขาก็ยินดีในทานที่พวกเราทำ พอดีเรือข้ามฟากมาเทียบท่า

ขึ้นท่าวัดปรมัยฯ พบว่า แว่นตากันแดด ๕๐ บาท หาย ไหม เธอเสียใจมาก แหมตั้ง ๕๐ บาทน่ะ ไม่เท่าไหร่ (กัดฟันพูด) แต่มันถูกใจไหมน่ะพี่ ว่าไปโน่น

ไม่รู้เป็นเพราะแว่นสวยหาย หรือ อะไรไม่ทราบ พอถึงหน้าพระอุโบสถ เธอออกอาการงอแง ไม่อยากเข้าไปข้างใน อ้างว่าคนเยอะ ก็เลยบอกกับเธอว่า จะพาไปทีพระวิหารพระนอน นั่งทำสมาธิกันที่นั่นเลยก็ได้ ตอนนี้ ขอยกมือไหว้พระในโบสถก่อนเถอะ

พา ไหม เดินไปวิหารฯ ผ่านองค์พระมหารามัญเจดีย์ ที่ตั้งใจจะมาเวียนเทียน แต่เผอิญ สถาบันฯ เขาจัดให้ไปที่ พุทธมณฑลซะก่อน เลยไม่ได้มาที่นี่ ก็ยกมือไหว้กันทั้งคู่ ถึงได้เลยผ่านเข้าไปในวิหาร

ให้ไหม นั่งรอระหว่างที่ทำสมาธิ หรือไม่ก็แนะเธอให้ออกไปให้อาหารปลา รับลมแม่น้ำก็ได้ เธอก็ว่าไม่เป็นไร มะไฟ กราบพระ ยังไม่ทันจบบทไตรสรณคมน์ดีเลย ฝูงคนก็แห่กันมาจากไหนก็ไม่รู้ เลยต้องยอมเขาก่อน

ปรากฏว่า พวกท่านเหล่านั้น ที่ว่าฝูงคน นั่นแหละ เขามาไหว้พระ ๙ วัดกัน

เออ นี่แหละหนา บุญบัญชา หรือไม่ก็ กรรมบันดาล หรือ บุญฤทธิ์ ก็ไม่แน่ใจนัก อุตสาห์หลบแล้ว ยังมาเจอเข้าจนได้ แถมเขาเหล่านั้นยังเอาบุญมาให้อีก

อนุโมทนาสาธุด้วยครับ

พระท่านก็บอก มะไฟ ว่า โยมก็ได้บุญด้วยน่ะ ราวกับจะรู้แฮะ ก็กราบท่าน แล้วนั่งพอให้สงบ ออกมาบอก ไหม แล้วไปซื้อสบู่ และฯลฯ

นี่แหละหนา บุญนำมาแท้ๆเชียว ไหม เอ๋ย
บุญของไหมน่ะ
ดูซิ พวกเขาเหล่านั้น มาจากไหน ก็ไม่รู้
อยู่ๆ ก็เอาบุญมาให้ไหม
บุญรักษาน่ะ

และก็เอาบุญนี้แหละ เป็นฐาน แผ่เมตตาไประหว่างที่นั่งสงบสติอยู่น่ะ
๏สพฺเพ สตฺตา อเวรา
สพฺเพ สตฺตา อพยาปชฺฌา
สพฺเพ สตฺตา อนีฆา
สพฺเพ สตฺตา สุขี อตฺตานํ ปริหรนฺตุ๛

มันทำให้นึกถึงคราวที่ไปนั่งสงบสติที่วัดพระธาตุหริภุญชัย ลำพูน ซึ่งคราวนั้น ครอบครัวจากเชียงใหม่ ก็มารับพรจากพระ ข้างหน้า มะไฟ เลยแหละ จนต้องออกจากสมาธิ แล้วมารับบุญพร้อบๆกับครอบครัวนั้น ซึ่งที่สุด พอออกจากวิหารแล้ว ก็ได้พระรอดลำพูนมาโดยไม่ตั้งใจ ทำให้ปลื้มปีติมาจนทุกวันนี้เอง กับการได้มาซึ่งพระเครื่องโดยวิธีนี้ โดยแนวนี้

ท่านมาของท่านเอง บุญนำมา

พยักเพยิดกันกับ ไหม ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นปุบปับไม่ถึงยี่สิบนาที เธอเข้าใจทันที งวดนี้ ไหม มาจากลำพูน มาที่เกาะเกร็ด กับมหาชนเหล่านั้น จากไหนไม่ทราบ ต่างก็มากันที่เกาะเกร็ด นำบุญมา ให้ ไหม

จะว่าบุญหล่นทับก็ยังได้ ยังไงก็ขอให้เพื่อนรัก แฟนๆบล้อคแห่งนี้ ยินดีในบุญที่ทำด้วยน่ะ
บุญรักษา ทุกรูป–นาม

Thursday, June 18, 2009

หลักสี่ เราสาม แยกกันไป คนละทาง

ค่ำวันที่ ๑๕ ที่ผ่านมา ฝนตกหนัก หนา นาน ตั้งแต่ยังไม่เลิกงาน เลยต้องอยู่ค่ำ ก็ทำงานกะล้อกก้อกแก้กไปด้วยแหละ จนกระทั่ง จะสองทุ้ม ดูว่าคงไม่มีเค้าว่าจะหยุด

ก็ตัดใจว่า เอาล่ะ แท้กซี่ ๒๐๐ ก็ ๒๐๐ เอาไงเอากัน ยอมแล้ว

แต่มานึกได้ว่าวันพระ ก็สวดมนต์เพิ่มจากปกติ ยืนสวดต่อหน้าพระแก้ว หน้าที่นั่งนั่นแหละ

จนจบ ปิดห้อง ออกมาพิมพ์นิ้ว เดินออกมา ยังไม่พ้นมุมตึก ๑ ดี ก็ได้ยินเสียงเรียก ให้ขึ้นรถไปด้วยกัน ก็ขอบใจ และบอกน้อง, สุรัตน์ มีขันทอง, ไปว่า ขอลงที่หลักสี่

น้องนางอีกคน ก็ ที่เคยขายส้มตำ แล้วเอามาเขียนแซวเขานั่นแหละ เธอติดรถไปด้วย บอกว่าขอลงที่ IT Square เราก็ว่า

แหนะแหนะตรงนั้นแหละ ขอลงตรงนั้น

นานน่ะ แต่ก็ได้ลงตรงนั้น น้องนาง เธอ ก็จากเราตรงนั้น ไปทางดอนเมือง สุรัตน์ ก็ไปยูเทอน ย้อนกลับไปทางมหานคร ส่วนเราเอง ก็มุ่งสู่กฤษดานคร ปากเกร็ด

ขอบใจมากเลย สุรัตน์

ออกเดินข้ามทางรถไฟ ยังไม่ทันพ้นทางลงของสะพานข้ามวิภาฯ มา แจ้งวัฒนะ ดีเลย รถตู้ มาจอดเทียบข้างๆ คนขับเขาก็พยักหน้าให้ ก็รีบขึ้น พร้อมกับขอบคุณพี่เขาอย่างมากเลย ที่จอดรับเรา

บุญมากจริงๆ ดูเอาเถอะ นี่เพียงแค่ ยืนสวดมนต์ไหว้พระ ยังได้ดีขนาดนี้

หากทำดีมากกว่านี้ คงได้ขึ้นสวรรค์กันบัดเดี๋ยวนี้เลยมั้งเนี่ย

สำคัญว่า ส่วนใหญ่ คงอยากอยู่บนโลกนี้ต่อไปน่ะซี

แต่ ก็คงเป็นบุรพกรรม ของ เรา สามฅนด้วยแหละ ที่เป็นเหตุให้สิ่งดีดีเกิดขึ้นมาได้ อ้อ น่าจะ สี่เน้าะ พี่คนขับรถตู้อีกท่านหนึ่ง แต่ อืมม ก็ ทั้งหมดนี่แหละ

นโม ตสฺส ภควโต
อรหโต
สมฺมา
สมฺพุทฺธสฺส นโมตสฺส ภควโต
อรหโต
สมฺมา
สมฺพุทฺธสฺส นโมตสฺส ภควโต
อรหโต สมฺมา
สมฺพุทฺธสฺส

พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ
ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ
สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ
ทุติยมฺปิ พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ
ทุติยมฺปิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ
ทุติยมฺปิ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ
ตติยมฺปิ พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ
ตติยมฺปิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ
ตติยมฺปิ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ

วันนี้ วันพระ ผมขออาราธนา ศีล ๕ ยึดถือเป็นแนวปฏิบัติ สำหรับชีวิตประจำวัน ในวันนี้ จวบจนตลอดชีวิต และ ตลอดไปด้วยครับ
อันว่า ศีล ๕ ประกอบด้วย งดเว้นจากการฆ่าสัตว์ งดเว้นจากการลักทรัพย์ งดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม งดเว้นจากการพูดเท็จ งดเว้นจากการดื่มสุราเมรัย
ผมขอยึดเอาเป็นแนวปฏิบัติ สำหรับวันนี้ จวบจนตลอดชีวิต และ ตลอดไป

ปิโย เทวมนุสฺสานํ ปิโย พฺรหฺมานมุตฺตโม
ปิโย นาคสุปณฺณานํ ปิยินฺทฺริยํ นมามิหํ
๙ จบ
สมฺปนฺโน วรสีเลน สมาธิปวโร ชิโน
สยมฺภูญาณสมฺปนฺโน สณฺหวาจํ นมามิหํ
๙ จบ
วาละลุกัง สังวาตังวา
๓ จบ
ทุกคำ ที่เปล่งออกมาจากปาก ขอให้ตั้งใจ มีสติ

ใน ๓ บทท้ายนั้น สองบทแรกคือ บทสรรเสริญพระพุทธคุณ คาถาที่ ๓ ปิ และ คาถาที่ ๓๗ ส ในรัตนมาลา ๑๐๘ ตัวคาถา ได้มาจากหนังสือ ที่เอามาจาก คุณแม่ของ กุสุมา ศรีโยธา ส่วนอุปเทห์ ได้มาจาก ที่อื่น สำหรับ บทสุดท้าย เป็นคาถาบูชาพระแก้วมรกต ที่คนไทยรู้จักกันดี

บุญแค่นี้ มะไฟ ก็พอใจแล้ว ผลไม่คาดหมาย เท่าที่เล่ามา ก็พอใจเป็นที่สุดแล้ว สำหรับ มะไฟ ฅนยาก กุศลทั้งหมด ทั้งหลายทั้งปวง ก็ขอยกให้กับ คุณแม่ และ กุสุมา ศรีโยธา และทุกรูป-นาม

View My Stats