Showing posts with label กุศลกรรม. Show all posts
Showing posts with label กุศลกรรม. Show all posts

Wednesday, February 23, 2011

ธรรม ชาติ

หนึ่งปี มี ๓๖๕ วัน สองปี ย่อมตกที่ ๗๓๐ วัน ยี่สิบปี ก็ประมาณ ที่ ๗๓๐๐ วัน เอาตัวเลขกลมกลม ไม่ต้องพิจารณาถึงอธิกสุรทินอะไรให้ยุ่งยาก หากว่า หนึ่งวันท่านกระทำ หรือ ประกอบกรรม ๑๐ เหตุ ทิ้งไว้ ท่ายย่อมได้รับผล ตรงๆ เจ็ดหมื่นสามพันผลแห่งเหตุที่ท่านก่อไว้นั้น แน่นอน

นี่ หมายถึงว่า เหตุที่ก่อไว้นั้น ให้ผลตรง ไม่พัวพัน หรือแทรกซ้อน แต่่ให้ผลในลักษณะ ๑ ต่อ ๑

พระวิหารหงษ์ วัดสวนดอก
แต่ถ้าท่าน ไปหาเรื่องกับคนนั้นที แล้วไปหาเรื่องกับอีกคน ที่เป็นเพื่อนกันกับคนแรก แน่นอน ผลลัพธ์ ย่อมคาดคิดได้ว่า ไม่ใช่ function ที่ต้องมีลักษณะ one-to-one mapping แน่นนอน แต่เป็น many-to-one ชัดเจน

และ ถ้าเป็นเรื่องดี เรืองที่ท่านไป หาเหตุก่อไว้ นั้น เป็น กุศลกรรม ผลที่ได้ ย่อมเป็นเรื่องดี และ มากมาย
แต่ ถ้าเป็นเรื่องไม่ดี เรืองที่ท่านไป หาเหตุก่อไว้ นั้น เป็น อกุศลกรรม ผลที่ได้ ย่อมเป็นเรื่องไม่ดี และ มากมาย สำหรับท่าน

เอาง่ายๆ แค่ ๑ คน ที่ท่านเห็นหน้าเขา เขาพบหน้าท่าน ท่านนึกไม่ชอบใจคนนั้น ท่านเองแหละ ทำไม่ดี ได้ผลไม่ดีนั้นไปทันที และ หากเขากำลังแผ่เมตตาอยู่ในขณะนั้น ผลที่ท่านได้รับ ก็ไม่รู้ว่ากี่เท่ากันแน่


ยี่สิบปี ดูว่านาน แต่กับกรรมที่ให้ผลแล้ว ถือว่า เร็ว

เอาง่ายๆ เอาแค่ กรรมที่ท่านประกอบเพื่อหาอาหารมากินเพื่อยังชีพ หรือ เพื่อดำรงไว้ซึ่ง รูป  รูปที่ได้มาในภพในภูมิมนุษย์ นี้ก็พอ กรรมนั้น เป็น กุศล หรือ อกุศล

ไมโครแมแน้จเม้นต์ จบหลักสูตรไปแล้ว แต่เนื้อหาสาระสรรพวิชา ยังเข็นมาใช้ไม่หมด เสียดายมั้ย กับเวลา กับแรงกายที่ทุ่มเทให้กับหลักสูตรนี้ ทางที่ดี งัดมาใช้เถิด ท่านเองแหละ ได้ประโยชน์ องค์กรน่ะ ผลพลอยได้แม้ว่า องค์กรจะคาดหวังว่าจะได้ผลประโยชน์โดยตรงจากท่าน แต่ ก็แค่ คาดหวัง

ลองสำรวจจิตใจท่านเองเถิด ชนทั้งหลายเอ๋ย อยู่กับปัจจุบันไว้เถิด ลมหายใจท่านสั้นนัก แค่หายใจเข้า-ออก เท่านั้นแหละ
ทุกลมหายใจเข้า จงประกอบกุศลกรรมไว้เถิด
ทุกลมหายใจออก จงประกอบกุศลกรรมไว้เถิด

สุชน หรือ ทุชน ท่านก็เลือกของท่านเอง

Tuesday, February 1, 2011

ทำอย่างไรเมื่อถูกด่า

คัดลอกอย่างย่นย่อ จาก เรื่องเดียวกันนี้ โดย รื่นร่ม รมเยศ จาก หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันอาทิตย์ ที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๕๔
ในอักโกสกสูตร เรื่องมีว่า
พระพุทธองค์โดนพราหมณ์ด่า ชนิดที่เรียกว่า ด่าและบริภาษด้วยวาจาหยาบคาย มิใช่ของสัตบุรุษ พระองค์ทรงนั่งนิ่งเฉย สงบ เมื่อพราหมณ์ด่าจบ จึงถามขึ้นว่า

พราหมณ์ ที่บ้านท่านมีแขกไปใครมารึเปล่า
มีซิ
เออ เวลาแขกมาเยี่ยม ท่านเอาอะไรต้อนรับเขา
ก็เอาน้ำท่า ของขบเคี้ยวมาต้อนรับเขาซิ
ถ้าแขกนั้น ไม่กินของต้อนรับของท่าน แล้วของนั้นจะเป็นของใคร
ก็ตกเป็นของข้าพเจ้าตามเดิมซิ

พระองค์ตรัสตอบไปว่า

เช่นเดียวกันแหละ พราหมณ์ ท่านด่าเราด้วยคำหยาบคายมากมาย เราไม่รับคำด่านั้น คำด่านั้น ก็คงตกเป็นของท่านซิน่ะ

พระองค์ตรัสต่อไปว่า

วัดสนามเหนือ ปากเกร็ด

ผู้ที่โกรธตอบคนที่ด่า เลวกว่าคนด่าเสียอีก คนที่ไม่โกรธตอบคนที่ด่า นับว่าชนะสงครามที่เรียกว่า ชนะได้แสนยาก คนที่มีสติยับยั้งชั่งใจ ไม่โกรธเวลาเขาด่า นับว่าได้ทำประโยชน์ทั้งแก่ตนและผู้อื่น แต่คนเช่นนี้ คนที่ไม่เข้าถึงธรรมมักจะหาว่าเป็นคนโง่

พราหมณ์ สำนึกผิดขอขมาพระพุทธเจ้าแล้วทูลขอบวชเป็นสาวกของพระองค์

มะไฟ ตัดทอนอย่างย่นเอามาแต่เพียงเท่านี้
เพื่อนๆท่านใดเคยโดนด่าบ้างหละ หรือ เคยด่าใครบ้างมั้ย ไม่ต้องการคำตอบหรอกครับ
แต่ อยากบอกว่า วจีกรรม นั้น นับเป็น ๑ ใน ๓ ของ กรรม คือ มโนกรรม วจีกรรม กายกรรม หากดี ก็นับว่าเป็น สุจริต หรือ กุศลกรรม หากไม่ดี ก็นับว่าเป็น ทุจริต หรือ อกุศลกรรม และใน ศีล ๕ นั้น วจีกรรม ก็เป็นหนึ่งที่ควรงดเว้น

แต่ความจริงคือ คนที่ทนได้นั้น หาได้น้อย ปกติ เวลาถูกด่า มักจะด่าตอบ เป็นแม่ค้าไปซะงั้น ถ้าท่านอยากเป็นคนดี ก็อย่าได้โกรธเวลาโดนด่า และ อย่าไปด่าเขาเลยเป็นดีที่สุด

ตรงไปตรงมาดี

View My Stats