Showing posts with label philosophy of RWM. Show all posts
Showing posts with label philosophy of RWM. Show all posts

Tuesday, February 10, 2009

การจัดการกากกัมมันตรังสี (๓) : ปัจจุบันธรรม


ลูกแกะ
ลูกแกะ .... ใครกัน

เอาล่ะ เราออกจากโลกแห่งความเพ้อฝัน มาสู่ความจริงกันเสียที ไม่ว่าจะเป็น เครื่องปฏิกรณ์ ๑ เครื่อง กฏหมาย ๑ ฉบับ objective และ safety fundamental principles of radioactvie wastes ก็ดี ล้วนแต่เป็น ความคิด หรือ อดีต ที่แก้ไขไม่ได้ทั้งสิ้น มีแต่ปัจจุบันกรรม เท่านั้น ที่ให้ผลหนัก ให้ผลแรง ให้ผลเร็ว ที่พอจะทำให้ แก้กรรม ได้

นับตั้งแต่จาก สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ มา พวกเราชาว สทน. ก็นับว่าได้แสดงบทบาทของ operators ผู้ที่ operate radioactive wastes management facilities ได้อย่างเต็มตัว ส่วนจะภาคภูมิใจ หรือไม่นั้น ต้องถามเป็นรายคน เป็นคนคนไป

ทีนี้ เมื่อเราเป็น operators แล้ว เราเองก็ไม่ต่างจากผู้อื่น คือ เอกชนรายอื่นที่ต้องยื่นอะไรต่อมิอะไร จิปาถะ ต่อ ปส. แต่ ปส. กลับยังไม่ได้แสดงบทบาทของ regulators อย่างเต็มตัวต่างหาก หรืออาจจะเป็นเพราะ ข้อจำกัดทางด้านกฏหมาย ก็ไม่แน่นัก

โดยทั่วไปแล้ว facilities ต่างๆ ต้องได้รับการประเมินว่า ปลอดภัยในการปฏิบัติงาน ก่อน จึงจะ ดำเนินการใดใด ต่อไปได้ ทว่า radioactive waste management facilities เท่าที่มีอยู่ กลับไม่ได้รับการประเมินดังกล่าวเลย

ครัวป่า

ก็เอาเถิด ยังจะพอถือเอาได้ว่า ยังอยู่ในช่วง ข้าวใหม่ปลามัน ยังพออลุ้มอล่วยกันได้ แบบว่า ครัวมี แต่กลับไปซื้ออาหารนอกบ้าน มากินกัน ทำนองนี้

แต่ในเรื่องของความปลอดภัย ในเรื่องของชีวิตแล้ว จะมาต่อรองกันเช่นนี้ ไม่ได้โดยเด็ดขาด

จากเรื่องความเป็นเจ้าของ ทำให้เกิด ข้อกังขา ขึ้นมาอีกเช่นกันว่า เมื่อ กากกัมมันตรังสีเองนั้น แท้ที่จริงแล้ว ก็คือ วัสดุกัมมันตรังสีที่จะได้รับการนิยามว่าเป็น กากกัมมันตรังสี โดยผู้รับผิดชอบ ระดับชาติ เมื่อเป็นฉะนี้ ทำไม ถึงไม่นำหลักการแห่งความเป็นเจ้าจอง มาใช้กับกากฯด้วยเล่า

ถ้าหาก ๒ ประเด็นข้างต้น ยังยุ่งไม่พอ เพื่อเพิ่มความสลับซับซ้อนของปัญหาเข้าไปอีก ก็ให้ พิจารณากัน ต่อไปว่า ระหว่าง ปส. กับ ศจ. ใครจะเป็นผู้ ดำเนินการกับ กากกัมมันตรังสี จากเอกชน หรือ แม้กระทั้งว่า จาก ปส. เองก็ตามทีเถอะน่า

งานนี้ paper works ล้วนๆ ไม่มีผูกเหล็ก ตอกเสาเข็ม นั่งห้างโบกปูน แม้แต่หน่อยหนึ่ง

ใคร....เหยื่อรายต่อไป

ฤๅ จะจริงอย่างว่า .....จะหาปราชญ์เจียนจะขาดพระนครฯ...........
จะอย่างไรก็ตาม ขอให้ระวัง กฏหมายมหาชน เอาไว้ด้วย


มหาชน แมวหมู่

เพราะนั่นคือเกราะที่ป้องกัน อกุศลปัจจุบันกรรม ป้องกันการกระทำตามอำเภอใจ ของ เจ้าพนักงานของรัฐ กุศลปัจจุบันธรรม เท่านั้นที่จะช่วยให้รอดได้ ที่จะช่วยให้ไปได้ดี

Monday, February 9, 2009

การจัดการกากกัมมันตรังสี (๒)


พี่ ผมพาไป เออ มา ม้ะ เราไปด้วยกัน
มา...ม้ะ มาต่อกันไปอีก
หลังจากออกนอกทางไปเรื่องพื้นๆของการกำกับควบคุม ซะพักหนึ่ง
กำกับ ที่ไม่ได้กิน เพราะมัวแต่ควบคุม



จากจุดเริ่มต้นนั้น บวกกับที่ นโยบายเรื่องพลังงานนิวเคลียร์ ของประเทศ ยังไม่ชัดเจน หากมีความคิด ที่จะมี นโยบายการจัดการกากกัมมันตรังสี ขึ้นมา มันก็เป็นเรื่องที่ เรียกได้ว่า laugh of the town ได้ดีทีเดียว ดีขนาดว่า ขำกลิ้ง ท้องคัดท้องแข็ง ตาเหลือก กรามค้าง น้ำลายฟูมปาก ก็แล้วกัน

อย่าทำเป็นดูหมิ่นดูแคลนไปเชียวนา จับตาดูกันให้ดีก็แล้วกัน เพราะมันเป็นทางเดียวที่จะไปได้ ปัดเอากฏกระทรวงมาเป็นงาน ก็ทำมาแล้ว แต่ทว่าเส้นทางนี้ ตันแล้ว

จะเอาดีทางด้านก่อสร้างรึ คงยาก เพราะลำพัง บริหารโครงการง่ายๆ ยังล้มเหลวไม่เป็นท่า หากถ้าสำเร็จ คงไม่มาทนนั่งอยู่ บางเขน ถึงทุกวันนี้ หรอกน่า

ส่วนที่ว่า จะซื้อ เทคโนโลยี รึ ในยามเช่นนี้ จะเอาตังมาจ่ายเป็น ค่าเงินเดือน ยังแทบย่ำแย่ นอกจากนี้ ที่ว่าจะซื้อน่ะ เข้าใจถ่องแท้รึเปล่า ของที่จะซื้อมานั่นหนะ ดังนั้น อย่าละเลยเส้นทางอื่น ซึ่งก็คือ นี่แหละ ที่ว่าขำกลิ้ง ขำกลิ้งนี่แหละ อาจจะ ขำไม่ออก ก็ว่าได้

สู่จุดหมาย
เอาล่ะ เข้าประเด็น

ในเรื่องของ การจัดการ กากกัมมันตรังสี แล้ว เขามี objective อยู่ สั้นๆแต่ได้ใจความมาก ดังนี้ และเพื่อไม่ให้เสียอรรถรส ของเนื้อความเดิม จะไม่ขอแปลออกมา เป็น ภาษาไทย เป็นอันขาด

The objective of radioactive waste management is to deal with radioactive waste in a manner that protects human health and the environment now and in the future without imposing undue burdens on future generations

ตัดมาจาก safety series no. 111-F: the principles of radioactive wastes management ซึ่งถือเอาว่าเป็น safety fundamental ในการปฏิบัติงานกับ กากกัมมันตรังสี และ จาก objective เดียวอันนี้ ยังแยกออกมาได้ เป็น fundamental principles of radioactive wastes management ได้ ๙ ข้อ ซึ่งขอนำมาเสนอจำเพาะแต่ หัวข้อเท่านั้น รายละเอียด คงต้องรบกวนให้ ท่านผู้ที่สนใจไปหาอ่านเอาเอง

fundamental principles of radioactive wastes management ทั้ง ๙ ข้อ มีดังนี้

  1. Protection of human health

  2. Protection of the environment

  3. Protection beyond national borders

  4. Protection of future generations

  5. Burdens on future generations

  6. National legal framework

  7. Control of radioactive waste generation

  8. Radioactive waste generation and management
    interdependencies

  9. Safety of facilities

ซึ่งทั้ง ๙ ข้อ ขอขมวดลงมาเหลือ ๕ ประเด็นหลัก คือ เรื่องของ คน เรื่องของ สิ่งแวดล้อม เรื่องของ กฏหมาย เรื่องของ การจัดการ และ เรื่องของตัว facilites เอง
กากใหญ่ๆ

ซึ่งอันหลังสุดนี้ เกิดมีมาได้เพราะ ประเด็นมวลชน ล้วนๆเลย แต่ถ้าจะว่าไปแล้ว ก็อาจจะพูดได้ว่า หากว่า facilites เองยังดูโกโรโกโส จะพังมิพังแหล่ ชาวบ้านเขาคงไม่เชื่อหรอกน่ะ ว่า เรา (กองขจัดกากฯ (เดิม) หรือ ศูนย์จัดการกากฯ ในปัจจุบัน) จะจัดการให้ปลอดภัยได้

ในเรื่องของ คน กับ สิ่งแวดล้อม มันอธิบายตัวเองอยู่แล้ว ก็ผ่านไป แต่ในเรื่องของกฏหมายนั้น นอกจาก กรอบโครงสร้าง ขององค์กรแล้ว ยังเกี่ยวพันถึงเรื่อง การจำแนกประเภท การให้นิยาม ของ กากกัมมันตรังสี และ สาระอื่นๆที่เกี่ยวข้องด้วย

สำหรับการจัดการนั้น เขาก็มี basic steps in radioactive waste management ให้ กล่าวคือ ถ้าดำเนินไปตามนั้น ซึ่งก็พื้นฐานสุดๆแล้ว รับประกันว่า ปลอดภัยแน่นอน อนึ่ง steps ที่ว่านี้แหละ ก็คือคำเดียวกันใน fundamental principle ข้อ ๘ นั่นเอง ที่ใช้ในคำ interdependencies among all steps นี่แหละ

basic steps นั้นประกอบด้วย pretreatment, treatment, conditioning และ disposal

การจัดการกากฯนั้น เริ่มจากพิมพ์เขียวความคิด ไปจนถึงกระทั่ง เปิดใช้สถานที่ทิ้งกากฯ เพื่อ สาธารณะประโยชน์ อีกครั้งหนึ่ง ในภายภาคหน้า ในอีก หลายร้อยปีให้หลัง ซึ่งบ่งชี้ให้เห็นว่า จุดมุ่งหมายปลายทางของ การจัดการกากฯ นั้น อยู่ที่ disposal นั่นเอง
อีกนิด นิดหนึ่ง นิดเดียวเองน่า
คอยพบกันให้ได้น่ะ

Thursday, February 5, 2009

การจัดการกากกัมมันตรังสี

วันนี้ ขออนุญาตถกเรื่องของ การจัดการกากกัมมันตรังสี ให้ได้สาระสักวัน ถกกันในโครงการไกลปืนเที่ยงนี่แหละ
สาระที่คาดว่าจะได้ ในช่วงแรกนี้คือ
๑) ความหมายของคำว่า การจัดการกากกัมมันตรังสี
๒) วัตถุประสงค์ของการจัดการกากกัมมันตรังสี และ ปรัชญาของการจัดการกากกัมมันตรังสี
๓) licensing process ที่เกี่ยวข้อง
เอากันในเบื้องต้นเพียงแค่นี้ก่อน และก็หากท่านผู้ชม ผู้อ่านมีข้อเสนอแนะ มีความคิดเห็นเพิ่มเติม แตกต่าง สอดเสริม อย่างไร ก็เรียนเชิญครับ ในช่อง ความเห็นใต้หัวข้อ ใต้หัวเรื่อง เรื่องนี้ เปิดกว้างไว้สำหรับรับฟังโดยไม่มีขีดจำกัดแต่อย่างไร แต่ก็ตกลงกันไว้ก่อนน่ะ ว่า ท่านต้องรับผิดชอบต่อความเห็นของท่าน

มาต่อกันน่ะครับ
น้ำใจราดรดหน้า

ก่อนอื่น ต้องรับทราบความจริงของบ้านเราก่อนว่า ประเทศไทย ไม่ใช่ประเทศอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุตสาหกรรมนิวเคลียร์ เรา ไม่ใช่สิ่งนั้นโดยสิ้นเชิง เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว อะไรละ ที่บังเกิดขึ้นในบ้านเมืองเรา
อันนี้ คงต้องย้อนกลับไปเมื่อราวๆ ๔๐ ปีก่อนโน้น ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่บางประเทศเกิดมโนสำนึกในด้านดีขึ้นมา หลังจากที่คร่าชีวิตผู้คนไป คร่าไปด้วยสิ่งที่ตนเองมีอยู่ ทั้งที่รู้ว่าไม่จำเป็น เลยเกิดโครงการ Atoms for Peace ขึ้นมา ผลของโครงการนี้ ก็เลยทำให้ประเทศไทย ที่ปลูกข้าวเลี้ยงคนในโลกทุกวันนี้ ได้เครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัย (nuclear research reactor) ขึ้นมา ๑ เครื่อง พร้อมกับกฏหมาย ๑ ฉบับ
พระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ ๒๕๐๔
เครื่องปฏิกรณ์ นั้นตั้งบน หรือ ใน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ภาระกิจแรกเริ่มดูจะมี ผลิตไอโซโทปรังสี งานวิจัยเพื่อ หรือ ด้านเกษตรศาสตร์ งานวิจัยในกิจการแพทย์ และ น้ำที่เป็น coolant นั้นก็เทลงมาให้ กองขจัดกากกัมมันตรังสี บำบัด ปีละหน เท่านั้นเอง ก็อาจจะมีของที่เผาได้ประปราย แต่ไม่มาก เพราะเตาเผาเมื่อก่อนโน้น เตาเผาผี ยังใหญ่กว่าซะอีก

แต่ ไม่มีอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ ที่มีขบวนรถไฟ ขนส่งแร่ หรือ สินแร่นิวเคลียร์วิ่งวันละหลายๆเที่ยว จากจุดหนึ่ง ไปยังอีกจุดหนึ่ง หรือ จากหลายๆแหล่ง ไปยังอีกหลายๆแห่ง ไม่มีเด็ดขาด !!!

จุดเริ่มต้นของกากกัมมันตรังสี มีอยู่เพียงเท่านี้ น้ำจากเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัย กับขยะเผาไหม้ได้
มาต่อน่ะครับ
สีฟ้า .. สู้ซู่า

แล้ว อะไรคือความวุ่นวายของการจัดการกากกัมมันตรังสีอยู่ในขณะนี้ อะไรคือกากกัมมันตรังสี รึ หรือว่า อะไรกันแน่ ที่ว่าจัดการจัดการน่ะ แล้วการจัดการกากกัมมันตรังสี มันเป็นอย่างไร อันนี้หรือเปล่า ที่ทำให้วุ่นวายกัน จนต้องถึงกับ เปิดหลักสูตรอบรมการป้องกันอันตรายจากรังสี ขึ้นมา

ถ้ามันยุ่งนัก ก็อย่าไปจัดการเลย ปล่อยไปเถอะ แค่เอกสารง่ายๆ ยังจัดการไม่ได้ ก็อย่าริทำงานอื่นเลย

จากจุดเริ่มต้น ทราบว่า กากกัมมันตรังสีในประเทศไทย ก็เพียงแค่ ความเปรอะเปื้อนทางรังสี เท่านั้นเอง ไม่ว่า
  1. น้ำจากเครื่องปฏิกรณ์ ซึ่งอย่างมากก็ activation products ของฝุ่นที่หล่นลงไปเท่านั้น เพราะหากมีมากกว่านั้น ก็เป็นตัวชี้วัดได้อย่างดีว่า เกิดปัญหาขึ้น ซึ่งอาจจะเกิดจากตัวอย่างที่นำเข้าไปอาบรังสี มากกว่าอย่างอื่น หรือ
  2. กระดาษที่เผาไหม้ได้


จากจุดเริ่มต้น ทราบว่า กากกัมมันตรังสี คือสิ่งที่ เจ้าของเขาไม่ต้องการแล้ว หาก เขายังใช้งานอยู่ได้โดยปลอดภัย ก็ไม่สมควรนับเข้าไปเป็นกากกัมมันตรังสี

ขอให้ใส่ใจกับตรงที่เน้นว่า เขายังใช้งานอยู่ได้โดยปลอดภัย นี้ไว้ให้มากมาก เพราะมันแสดงถึง ownership หรือ สามี หรือ ความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ซึ่งการที่จะมีจะเป็นได้นี้ ไม่ใช่ของง่ายนัก

แต่กับกากกัมมันตรังสีแล้วนี่ เราต้องแสดงความเป็นเจ้าของด้วยหรือ ฮึ

ตะก่อนร่อนชะไรมา ก็เห็นแต่ว่า พอดั้มกากของแหลวมาที เรา (หมายถึงกองขจัดกาก) ก็บำบัดไปที อย่างมากที่จะแสดงได้ ก็คือกากของแข็งที่ต้องเผา ซึ่งมีเพียงแค่ บันทึกลงสมุดปกแข็ง เล่มโตขนาดกระดาษฟูลสแก้ปนั่นเทียว นั่นแหละ การแสดงว่า ฉันได้ดำเนินการกับกากกัมมันตรังสีแล้วน่ะ เท่านี้เอง

เรื่องดูท่าทางว่าจะยาว คงไม่จบในวันสองวันนี่หรอก เผลอๆล่วงวันมาฆะปูชาไปโน่นแล้ว ก็ยังไม่แน่
พักสักครู่น่ะครับ
แป้บหนึ่งน่ะพี่น่ะ

View My Stats