Showing posts with label ยูกิซัง. Show all posts
Showing posts with label ยูกิซัง. Show all posts

Thursday, March 17, 2011

Yuki san: ยูกิ แห่งเกาะเกร็ด

ยูกิซัง น้องโซล คู่กรรม
วันนี้เพิ่งได้รับจดหมายไฟฟ้าจาก ยูกิซัง เพื่อนชาวญี่ปุ่น ที่พบและรู้จักกันบน เกาะเกร็ด เกาะแห่งชีวิต ในวันเสาร์ที่ ๕ มีค นี้เอง

เธอส่งอีเมล์ตอบมา

ดีใจมาก
ดีใจ ที่ อย่างน้อยความตั้งใจก็เป็นจริง แรงอธิษฐานนั้น เป็นจริง ขอให้ได้พบคนดี ขอให้พ้นจากภัยพิบัติ และภัยของคนพาลสันดานหยาบ

เมื่อได้พบ ได้รู้จักกันแล้ว แม้มิใช่ญาติ ก็เหมือนดั่งว่ายิ่งกว่าญาติสนิท

Sunday, March 13, 2011

สงสารเพื่อน คิดถึงเพื่อน เป็นห่วงเพื่อน

มหันตภัยแผ่นดินไหวครั้งนี้ เป็นอีกครั้งหนึ่ง ที่เป็นห่วงเพื่อนชาวญี่ปุ่นมาก ครั้งสุดท้ายนั้น แผ่นไหวถล่มเมือง Kobe ( แก้ไขครับ วานนี้ คุยกับเพื่อน เลยทราบว่าเป็นเมือง โกเบ ไม่ใช่ Kyoto) ซะกระทั่งว่า คัฟเฟมิวเซียม พังพินาศ

มาครั้งนี้ ก็ได้รู้จักกับเพื่อนร่วมโลก ที่เป้นชาวญี่ปุ่น รู้จักกันบน เกาะเกร็ด เกาะแห่งชีวิต ซึ่งไม่กี่วันหลังจากนั้น ก็ทราบข่าวแผ่นดินไหว คลื่นน้ำยักษ์ถล่ม โรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์เสียหาย

ใจหาย

ในปี ๑๙๘๗ ได้ทุนไจก้า ไปญี่ปุ่น ปีถัดมา เมียรักก็ตามติดไป ที่เดียวกันแหละ นากามินาโต้ะ NIRS แล้วเราสองคนผัวเมีย ก็ผลัดกันไปๆมาๆ จนแทบจะกล่าวว่า ญี่ปุ่น เป็นบ้านอีกหลัง หรือ แทบจะหลับตาเดินเที่ยวได้

ใจหาย เมื่อทราบข่าวร้าย

ขอกุศลผลบุญที่ชักนำให้ได้รู้จักกัน และที่ได้สั่งสมมา จงช่วยให้เพื่อน ครูบาอาจารย์ชาวญี่ปุ่นทุกท่าน จงปลอดภัยด้วยเถิด

มะไฟ ฅนยาก

Saturday, March 5, 2011

เกาะเกร็ด : เกาะแห่งชีวิต

มหัศจรรย์แห่งชีวิต
จริงอยู่ แม้เหตุ ปัจจัยเท่านั้นหรอกจึงทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และ ดับไป แม้จะตระหนักดี แต่เมื่อมันเกิดขึ้นจริงๆ คาตา ก็ทำเอาขนลุก ขนพอง ด้วยปีติ

อาหย่อย
ไปเกาะเกร็ดอีกครั้ง อย่างที่ตั้งใจ แต่ ผู้คนมาก ก็ทำเอาสำรวจอะไรไม่ได้มากนัก กอรปกับน้องโซลเธอหิว เลยแวะที่ร้านเก่า ทอซอน เราสองคนตาหลาน นั่งขัดตะหมากซดก๋วยเตี๋ยวกันอิ่มท้องไว้ก่อน

เจ้าของร้านเขายังจำทารก ๒ ศอกได้ ทักทายทำเอาปลื้ม ยิ้มไม่เลิกไปตลอดทางจนถึงวัดเสาธงทอง

เข้าไปในโบสถ กำลังสวดมนต์จะก้มลงกราบ ทารกมาแตะแขนถามว่า
ลุงตุ๋งอธิษฐานอะไร โซล จะเขียนให้
ขอให้ได้พบคนดีก็แล้วกัน ก็ตอบหลานไป
มันก็ไปเขียนในสมุดเยี่ยม ตามประสาทารก
ออกจากโบสถ มาไหว้รูปปั้นหลวงพ่อฯ ที่พระวิหารตรงทางเข้าอีกรอบ แล้วเดินกลับ ตามทางเดินรอบตัวเกาะ  กำลังจะพ้นบริเวณวัดเสาธงทอง ก็เห้นรถเข็นขายข้าวต้มมัด เลยซื้อไว้ ๓ มัด เป็นไส้กล้วย ไส้ถั่ว แบ่งกันไป ตาหลาน ๓ ( ที่ว่า ๒ อันนี้ ผิด แม่ค้า ขายมัดละ ๗ บาท แต่ สามมัด ดันขาย ๒๐ บาท) มัด ๒๐ บาท

พอดี สาวญี่ปุ่น เธอเดินหลงทางรึไงไม่ทราบ รึอาจจะสนใจ ที่ มะไฟ (ตรงนี้สะกดผิด ทะไฟ) กับ โซล ซื้อข้าวต้มมัด จากรถเข็นก็เป้นได้ มาถามทางลงเรือข้ามฟากไปปากเกร็ด เพื่อจะกลับตัวเมือง, กรุงเทพฯ นั่นแหละ

ก็บอกเธอไปว่ากำลังจะข้ามเหมือนกัน ไปด้วยกันดีมั้ย

คู่กรรมของเขาแล้ว ไม่แคล้วได้เจอกัน
เธอ, ยูกิซัง, ถามเป้นอังกฤษ มะไฟ ตอบเป็นญี่ปุ่น ก็ทำเอายูกิซัง ทั้งแปลกใจทั้งดีใจจนออกนอกหน้า ว่ารู้ภาษาญี่ปุ่นได้ยังไง  ไม่อยากคุยว่า ขอข้าวคนญี่ปุ่นกินได้ล่ะกัน ถ้าได้ไปน่ะ ก็ตอนปี ๑๙๘๗ โน้น ได้ทุนไจก้า ไปอยู่ที่นั่นเลยรู้ภาษานิดหน่อย เอ้ย ภาษาญี่ปุ่น

อีตอนข้ามฟาก แวแวอิ้สอะแวแว where where is a where where ไหนไหนก็ไหนไหนแล้ว เลยเอากล้องมากดแชะ กดแชะ รูป ๒ สาวเอาไว้ซึ่งพอเอามาดูทีหลัง ก็ถึงกับสะดุ้ง เพราะน้องโซล มันใส่เสื้อที่พิมพ์ตัว ฮิรางาน่ะ บนเสื้ออยู่ด้วย ราวกับว่า ๒ ท่านนี้ เขาทำกรรมร่วมกันไว้แต่ปางก่อน ถึงได้มาเจอกันในนี้ยังงี้
คู่กรรม

พอข้ามฟากมาแล้ว ถามย้ำอีกครั้งว่าเธอแค่จะเข้าไปในตัวเมืองเท่านั้นเองหรือ เธอก็ว่าใช่ และจะไปที่ bts อะไรนี่แหละ ซึ่ง โซล บอกว่าเป้นรถไฟ เลยตัดใจพาไปส่งที่เซ็นทรัล (นี่ก็ สะดกผิดอีก เซ็นทรับ)แจ้งฯ เพราะเห็นว่า มีรถตู้ไปลงที่นั่น กะว่าให้ ยูกิซัง เธอต่อรถตู้เอาเอง

แต่พอนั่งแท้กซี่มาสักนิด มานึกดูว่า เอ้ เธอคง (นี่อีกที่ที่สะดกผิด คว) จะพูดกับคนขับรถตู้รู้เรื่องหรอกน่ะ แถมอาจจะโดนของแถมอะไรต่อมิอะไรอีก, ไม่ได้ดูหมิ่นถิ่นแคลนอะไรหรอก แต่นึกถึงอกเขาอกเรา เวลาไปต่างประเทศน่ะ เลยบอกแท้กซี่ให้ไปส่งที่หมอชิตตรงสถานี bts ซะ

ยูกิซัง เธอก็ดูว่าชอบใจ และออกจะรักน้องโซลเอามากมาก ควักผ้าเย็นมาเช็ดหน้า เช็ดตา แขนมือให้ระหว่างที่นั่งมาในรถแท้กซี่นั้น พอส่งลงที่ตำแหน่งใกล้ๆกับสถานีรถไฟฟ้า bts แล้ว พวกเราสองคน ตา-หลาน ก็พากันกลับ

นี่แหละหนา แรงอธิษฐานฯ รึเปล่า หรือว่า บุรพกรรมแต่ปางก่อน

View My Stats