Showing posts with label ปส. Show all posts
Showing posts with label ปส. Show all posts

Thursday, November 22, 2012

ศัพท์นิวเคลียร์ ฉบับชาวบ้าน

ในช่วงต้นเดือน พฤศจิกายน ๒๕๕๕ นี้ มีงานออกพรรษา และระหว่าง ๓-๔ พย ก็ได้ไปทอดกฐินออกพรรษา แม้ว่าพี่ชาญ หรือพี่หน่อย ท่านจะว่าผ้าป่า แต่เราก็จะเรียกว่ากฐิน เอาเถอะ ได้บุญมาบอกเพื่อนๆด้วย แม้จะล่าไปโขอยู่ แต่เข้าใจว่าบุญยังพอมี ได้โปรดอนุโมทนาสาธุเอาเองน่ะครับ

 ก็ช่วงนั้นเอง ที่มีข่าวเกี่ยวกับการขนย้ายสารรังสีที่สงขลา และก็มีการฆ่ากันตายด้วย (เอาภาษาชาวบ้านๆน่ะครับ) ช่วงนั้นด้วยเช่นกัน ที่รองผู้ว่าจังหวัดสงขลา ท่านมาให้ข่าวสดสดทางทีวี และก่อนจบ ผู้ประกาศข่าว ก็เอ่ยว่า ...กระทุ้งสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ... ทำเอาท่ารองฯ ถึงกับแย้งเอาสดสดเหมือนกันว่า โปรดอย่าใช้คำว่ากระทุ้งเลย ก็เป็นอันไม่มีการกระทุ้งมาอีก แต่ความเป็นจริง ปส. จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับสารรังสี ผู้ประกอบการหรือไม่นั้น ก็ไม่มีอันใดที่จะปกปิดกัน ส่วนที่ว่าจะมาประกาศให้ทราบกันทุกๆสามเดือน หกเดือนนั้น ก็คงต้องดูถึงความเหมาะสมกันอีกที เพราะ ปส. เป็นเพียงหน่วยงานที่ออกใบอนุญาต และกำกับควบคุมให้ปลอดภัย

แต่จะว่าไปแล้ว ผู้ประกอบการ และชุมชน ก็ควรมีส่วนร่วมด้วยน่ะ ซึ่งอันนี้เองมั้ง ที่มักจะทำให้ชาวบ้านฉุนขาดน้อตหลุดไปซะทุกที เมื่อมารู้เรื่องเอาทีหลัง ทั้งๆที่ก็ควรจะมีส่วนร่วม ในการ ให้-ไม่ให้-ไม่เห็นด้วย ... ฯลฯ ตั้งแต่ต้น

เอาเถอด ผ่านไปแล้วก็ผ่านไป แต่อย่าให้ซ้ำรอยเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๔๓ ในคราวโคบอลนั้นอีกก็แล้วกัน

สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ใช้อักษรย่อชื่อหน่วยงานว่า ปส. งานที่สำคัญยิ่งคือ licensing process หรือการออกใบอนุญาต   ก็แล ปส. นี้ ตามตำราว่ากันแล้ว ก็คือ regulatory body นั่นแล ท่านเอย

เอกชนที่ใช้สารรังสีนั้น จะว่าไปก็น่า หากจะขยายความให้เขื่องกันแล้ว จะเป็น ผู้จัดการ nuclear facilities ก็ยังได้ ซึ่งก่อนที่จะได้รับใบอนุญาตให้ประกอบการได้นี่ เขาต้องมีคุณสมบัติ สาระพัด สาระพัน หนึ่งในคุณสมบัติคือ ownership หรือความสามารถในการเป็นเจ้าของ ของสิ่งสิ่งนั้น เพราะเหตุที่ว่า โดยเมื่อผิดขึ้นมาแล้ว ต้องรับผิดอย่างเดียว

แต่ก็ไม่เคยเห็นใครรับผิดเต็มๆเลย(ว่ะ)

เอาเถอะยุติเอาไว้ตรงนี้ ประเดี๋ยวจะเตลิดเปิดเปิงไปกันใหญ่

ระหว่างที่พักที่อำเภอคำเขื่อนแก้ว ยโสธรนั้น ไม่ได้ติดตามข่าวสารอะไรเลย เอาแต่มุ่ง ... ไปข้างหน้าอย่างเดียว

พอกลับมาบ้าน ก็ทราบว่า กระทรวงวิทย์ เขารื้อฟื้น ONRC Project ขึ้นมาใหม่ กะจะเอาให้ได้ 50MW รึเปล่า ไม่รู้ แล้วค่อยมาสะสางกันอีกทีละกัน แต่ที่อยากเรียนถาม สทน. ก็คือว่า เปลี่ยนโครงสร้างหน่วยงานจาก สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) มาเป็น สำนักงานเทคโนโลยีนิวเคลียร์(สทน) แล้วหรือไร เพราะเห็นสื่อ มติชนรายวัน เขาลงเอาไว้ ในวันที่ ๔ พย. ๒๕๕๕ ในหน้า ๑๒ ว่าอย่างนั้น

นี่ ก็อีกเหตุหนึ่งน่ะ ที่สื่อ ควรเข้มแข็งกับเรื่องราวที่ตนเองนำเสนอกันบ้าง

กราบขออภัย หนังสือพิมพ์มติชนรายวันเอาไว้ ณ ที่นี้ด้วย มิได้มีเจตนาให้ท่านเสียหายแต่ประการใด  เพราะ มะไฟเอง ก็ยังเขียน ชื่อหน่วยงาน ตกหล่นไปเหมือนกันครับ ลืม แห่งชาติ ไป  แล้วก็ หัวเรื่องนั่น ฉบับ ก็เขียนเป็น ฉับบ   มาแก้แล้วหละครับ

วกกลับมาเรื่องที่ กระทรวงฯ มีความต้องการที่จะฟื้นโครงการนี้มาอีกครั้ง ยังไงก็ยกร่างสัญญาใหม่ให้หมดเลยเถอะ น่ะ อย่าให้ประเทศไทยเสียเปรียบอีกเลย นอกเหนือไปจากการที่ระบุความต้องการกำลังเครื่องปฏิกรณ์ให้สูงขึ้นแล้ว เอาให้พอดีกับอนาคตสิบปีข้างหน้าดีกว่า อย่าให้ล้ำหน้ามากไปนัก  อย่างเช่นกับการที่จะมี evaporators นั้น ก็ดูว่า เว่อไป เด้อ

แล้วอีกอย่าง การตั้งเตาเผากากกัมมันตรังสี เอาไว้ใกล้ๆกับอาคารผลิตไฮโซโทปนั้น ก็ดูว่ายากแก่การที่จะผ่านการประเมินน่ะ  ไม่ต้องใช้วิชาอะไรมากเลย สามัญสำนึกพื้นๆนี่แหละ

กราฟ ที่นำมาให้ดูนั้น ก็เพื่อจะบอกว่า จำนวนผู้เข้าชมที่พุ่งปรู้ดสูงนั้น เขาเข้ามาอ่าน ศัพท์นิวเคลียร์ ฉบับชาวบ้านกัน  หลังสัปดาห์ที่ไม่อยู่นั่นแหละครับ  เข้าใจว่า คงเป็นทีมงานของ ดร. อนุช หรือเปล่าก็ไม่แน่ใจนัก  แต่ มะไฟ ก็ขอขอบคุณเอาไว้ที่นี้ เป็นอย่างสูง ที่สละเวลาอันมีค่าของท่าน เข้ามาอ่านเอกสาร

_/\_

Friday, July 29, 2011

taxi ที่ดี

วันนี้ ขอพูดถึงเรื่องที่ดีดีของ taxi สักครั้ง
ความจริงเช้านี้ออกจากบ้านก็ยังสายดั่งเดิม แม้ว่า จะจัดการกับธุระอื่นๆ ก่อนแปดโมงเช้า แต่ก้ยังออกจากบ้าน แปดโมงสิบสามนาฑี กระนั้น อารามที่ไม่ได้ตรวจสอบความพร้อม เลยลืมกุญแจบ้าน ก็คงทำนอง นกยูง ที่มิได้พร่ำสาธยายมนตราก่อนออกจากรัง

เอาเถอะ พรวดพราดวิ่งข้ามถนน มาเจอ taxi สีเขียว ทะเบียน ทว. 3155 คนขับชื่อ มงคล เชื่อมนาค พี่ท่านเป็นคนราชบุรี พี่ท่านถามว่า ปลายทาง มันอยู่ตรงไหน พอท้าวความให้ได้รู้เรื่องกันแล้ว พี่ท่านก็ถามว่า มันเอาไว้ทำอะไรกันครับ ปะระมานู เนี่ย (เขียนตามเสียงที่พี่ท่านพูดออกมา)ก็ตอบพี่ท่านเขาไป โดยยกตัวอย่างว่า ถ้าพี่ท่านเข้าโรงพยาบาล นางสาวพยาบาล และ นางพยาบาลสาวสาว มาทำแผลให้พี่ บ้างก็เอาสำลีชุบแอลกอฮอ บ้างก็เอาผ้าพันแผลมาพันให้ หรือถ้าหนักหน่อย ต้องผ่าตัด หมอ ท่านก็เอามีดผ่าตัด มากรีด มาตัดเนื้อพี่

ถามพี่ท่านว่า ถ้าว่า สำลีเอย ผ้าพันแผลเอย มีดผ่าตัดเอย พวกนี้ มันไม่สะอาด มันสกปรก มันมีเชื้อโรคอยู่ก่อน พี่คงตายเพราะเชื้อโรคเหล่านั้นแล้ว ใช้มั้ยครับ
พี่ท่านรับทราบ และยอมรับโดยดี
ก็เติมเต็มช่องว่าแห่งความสงสัยว่าลากเรื่องมาทำไมให้พี่ท่านได้คลายกังขาไปว่า พลังงานปรมาณุนี้ เอาไปฆ่าเชื้อพวกนั้นได้ครับ

พลังงานปรมาณู เอามาใช้ เพื่อรักษาสุขภาพ ดีมั้ย

ยกตัวอย่างออกไปอีกว่า ผลหมากรากไม้ สมุนไพรต่างๆเช่นแมงลัก กะเพรา โหระพา ตะไคร้ ฯลฯ พวกนี้ เขาส่งออกไปขายต่างประเทศได้ ต่างประเทศเขาไม่ซื้อ ถ้าสุมนไพรเหล่านั้น มีเชื้อโรคที่จะทำอันตรายพืชผัดในบ้านเขา

พี่ท่านรีบพยักหน้ารับ

พลังงานปรมาณู สามารถฆ่าเพลี้ยพวกนั้นได้ พลังงานปรมาณู นำไปใช้เพื่อเศรษฐกิจได้มั้ย

พี่ท่านยอมรับทราบ และก็เข้าใจ

มะไฟ เอง ก้ยอมรับเช่นกันว่า พี่ท่านนี้ ช่างเข้าใจได้ดีมาก นึกไป นึกมา ก็ต้องขอบคุณพี่ท่าน ที่ถามนำแต่แรก และเป็นโอกาสเปิด ให้ มะไฟ ได้ขยับขยายความเข้าใจให้พี่ท่าน

มะไฟ ขอบคุณพี่ท่านไว้ ระหว่างที่นั่งรถมาด้วยกัน ตรงนั้นเลย และฝากรบกวนพี่ท่านด้วยว่า

ถ้ายังไง ช่วยแผ่กระจายเรื่องราวพวกนี้ออกไปด้วย หรือ สงสัยอะไร ก็ถามไถ่มาได้ และ ขออนุญาต เอาชื่อ-นามสกุล พี่ท่านไปอ้างอิงได้มั้ย

พี่มงคล เชื่อมนาค ท่านยินดี

เรื่องราวที่ดีของ taxi ก็ยังมีน่ะครับ ความจริง ทั้ง ปส. และ สทน. ก้น่าจะเปิดช่องให้ taxi ได้มาเป็น ห่วงโซ่ประชาสัมพันธ์ ให้กับองค์กรท่านด้วยน่ะ

ทำนอง สายข่าวมั้ง นึกไม่ออกว่าจะเรียกอะไรดี

แต่เอาเป็นว่า พึ่งพิง taxi ช่วยนำสาร จากภายนอกมาหาท่าน และ พึ่งพิง taxi ช่วยนำสาร จากท่าน ไปสู่ภายนอกด้วย  เป็นอีกหนึ่งเครือข่าย ก็ไม่ใช่เรื่องที่เสียหายอะไร

อีกครั้ง ขอขอบคุณพี่มงคล เชื่อมนาค คนขับ taxi ทว. 3155 ระหว่างเวลา 08:20 - 08: 47 ของวันที่ 29 กค 2554 ไว้ ณ ที่นี้ด้วย

Saturday, July 24, 2010

หมากรุก

เอกสารนี้ เริ่มเขียนนานแล้ว แต่มันมีเหตุให้ต้องชะงักไป มาต่อเรื่องเอาหลังเข้าพรรษาไปแล้ว สามสี่วีน ก็ขออภัยด้วย

หมากรุก ไม่ว่า ไทย จีน ฝรั่ง เขาเล่นกัน ๒ คน แต่มีเวลาเมื่อไร
ยามว่างน่ะ ยามว่างช่วงพักเที่ยง
มะไฟ เป็นต้องนั่งเล่นคนเดียว
ก็ไม่มีอะไรมาก มันมีหมากอยู่รูปแบบหนึ่ง ที่พี่ๆเขาชอบขึ้นกัน มะไฟมองเห็นแต่ช่องโหว่ เลยพยายามแก้ด้วยตัวเองว่า ถ้าเราเป็นพี่ เราจะแก้หมากที่ โหว่ๆนั้นยังไง แล้วก็เดินไป

คนไม่เข้าใจ มาว่า คนบ้าอะไร เล่นหมากรุกคเดียวก็ได้ ก็ใช่ใครอื่นไกลที่ไหน คนกันเอง ใน ศจ. เองนี่แหละน่า เดินเข้ามาทักดังๆ

อ้าว พี่ เล่นหมากรุกคนเดียวรึ

แล้วเธอก็หัวร่อยิ้มระบายบนใบหน้าเดินหนีจากไปกินอาหารเที่ยง

ในระหว่าที่เล่นๆกันระหว่างเพื่อนๆหลายๆคนที่มารุม มะไฟ นั้น พวกเขาก็ถกกัน เถียงกัน ถึงแต้มที่จะเดิน มะไฟ ก็คิดตามเขาไปด้วย ก็เท่ากับว่า ได้เขาเหล่านั้นเป็นอาจารย์สอนให้ด้วย

แต่พอมองอีกมุมหนึ่ง ก็เท่ากับว่า เราเอง ก็เล่นทั้งสองฝักสองฝ่าย ไม่ใช่รึ ฮึ ก็เท่ากับเล่นคนเดียวนั่นแหละ คริคริคริ

และเคยคิดกันบ้างรึเปล่าว่า คนเราปกติก็นั่งคิดนี่โน่นนั่น ไปคนเดียวอยู่ออกบ่อยๆไป

ทำไมไม่มองว่า บ้า มั่งหละ ทั้งๆที่โดยทั่วไปแล้ว พระท่านก้ว่าบ้าอยู่แล้ว การกระทำดังว่ามานี้หนะ ยิ่งพวกดูละเม็งละคร หนัง ลิเก พวกน้ด้วยแล้ว ยิ่งแล้วใหญ่ พระท่านว่าเอาเลย ตรงตรง

คนบ้า ดู คนบ้า

ถ้าคนไหนพอมีสติ ก็รีบหยุด ไม่เคืองที่พระท่านสอนเอา แต่ส่วนใหญ่มักโกรธพระเอานา

ไม่นอกเรื่องหละ คนที่มารุมๆ มะไฟ ตอนเล่นหมากรุกเนี่ย อย่าคิดว่าชาวบ้านเขาจะไม่รู้ เขาก็รู้และขำ แต่เขาคงไม่อยากยุ่งด้วยหรอก

มะไฟ เล่นหมากรุกคนเดียว มาว่าบ้าบ้าบอบอ แต่ทีหลายคนรุม มะไฟ เห็นมีแต่ปลิว ที่พูดทำนองแสดถายว่า มะไฟ ๑ คน รุมคนอื่นหลายคน ซะงั้นไป กลับไม่มีคนมองเห็นเป็นเรื่อง ไม่ปกติไปที่ หลายคนรุมคนคนเดียว

มีอยู่วันหนึ่ง เพือนร่วมทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ในประเทศไทยนี่แหละ เข้ามาถามจริงๆจังๆว่า ไม่เบื่อรึ มันเสียเวลาน่ะ แล้วก็พยายามเตือน ว่า มันเสื่อม มะไฟ ก็สำนึกในความหวังดีของท่าน และขอบคุณท่านในใจ แต่ก็ยังไม่เลิก เพราะ แค่อาศัยหมากรึกคลายเครียด

แต่งวดสุดท้ายเนี่ย บอย ก็ บอยที่เล่าในคราวสุดท้ายนั่นแหละ มาเตือนเข้า มะไฟ ถึงกับสะอึก และบอกกับตนเองว่า คงต้องเลิกแล้วหละ เพราะหากไม่หยุดเข้า ก็คงเป็น คนตาย แล้วหละ ที่มาเตือน เพราะพิจารณดูลำดับแล้ว อันดับแรก พี่ท่านนั้น ท่านยังปกติสุข แข็งแรงดี ต่อมาก็ บอย ของพวกเราทุกคน ที่พวกเรารู้ว่า ไม่ปกติแล้ว

เห็นถึงป่านนี้แล้ว หากยังไม่รู้จักยั้งคิด ก็นับว่า มหาจะเกิดยังชิงมันมาเกิดอีกแหละ เน้าะ ชิมิชิมิ

Tuesday, May 13, 2008

ธรรมชาติ

วันวาน, ๑๒ พ.ค, พบเห็นเรื่องปกติ ที่ถ้าหากไม่สังเกตุ ก็จะไม่รู้ว่า นั่นคือปกติวิสัยของ คน

เรื่องมีอยู่ว่า เกตุ ซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็นผู้จัดหานักกีฬาของหน่วยงาน ทั้งประเภทเดี่ยว คู่ คู่ผสม คู่ ฯลฯ เขาก็บ่นวุ่นวายใจเพราะกระทรวงดันจัดให้ สทน. กับ ปส. เป็นหนึ่งหน่วยงาน ทั้งที่ตามความเป็นจริง ทั้งสองหน่วยงานนี้ แยกจากกันแล้ว ฯลฯ

ต่อมา นันทวรรณ รับอาสาจะเป็นนักกีฬาฝ่ายหญิง เพิ่มอีกคน พอทราบข่าวตลกอย่างนี้ ก็รีบฉวยมาเป็นโอกาส ที่จะคอมเม้นต์ไปว่า
ทำไมนะถึงไม่แยกกัน แล้วนี่ถ้าชนะขึ้นมาจะว่ายังไง มิต้องแย่งถ้วยกันตายรึ แล้วเธอก็ตบท้ายด้วยการหัวร่อลูกคางลูกคอกระเพื่อม

ก็เลยแถมให้อีกนิดว่า ถ้าชนะแย่งถ้วยน่ะยังพอทำเนา แต่ถ้าแพ้ขึ้นมาละ ไม่เที่ยวโทษอีกฝ่ายรึว่าเป็นต้นเหตุให้แพ้

เท่านั้นแหละ ทั้งเกตุ ทั้งนันท์ ต่างหัวร่อกันกลิ้ง น้ำหูน้ำตาเล็ดไปครึ่งค่อนวัน แทบไม่ได้ทำงานกันพอดี ดีแต่ว่า เมื่อวานนี้ฝนตก เลยรอดตัวไป

อันนี้ตรงกับความเป็นจริง ก็คราวที่เกิดเหตุโคบอลต์ นั่นแหละ ไม่มีใครยอมรับผิดหรอก ต่างก็ชี้ไปอีกฝ่ายนั่นแหละ ว่าผิด

ก็อีกหนึ่งอันคือ กรณีย้ายศูนย์ฯกันนั่นไง ย้ายกันยังไงไม่ทราบ สูนย์, ๐, กลับไม่ขยับ งานไม่เดิน แถมมีการฟ้องรอ้งกันอุตลุด คราวนี้ต่างก็ไม่มีใครยอมรับผิดกันสักราย ทั้งๆที่ช่วงทำงาน ต่างก็ออกหน้า ชูตากันสลอน ราวกับว่าตูข้าคือเทวดา คนอื่นไม่มีความสามารถเท่า ปูนบำเหน็จ อวยยศปรับตำแหน่งกันยกใหญ่ พอคราวเกิดเรื่อง กลับทำเฉยซะงั้น

ข่าวล่า เพิ่มเติม
สายสืบรายงานข่าวมาว่า กีฬาทุกกระเภท ที่ส่งเข้าแข่งขัน คู่แข่งขัน สามารถทำให้เราไม่ได้รับชัยชนะได้
แต่สายข่าว ไม่ได้รายงานมาด้วยว่า มีการต่อว่าต่อขานกันภายในด้วยกันเองหรือไม่ เพราะเป็นการประชุมลับเฉพาะ ไม่เปิดโอกาสให้นักข่าวได้เข้าร่วมด้วยยยย

View My Stats