Showing posts with label วัดปรมัยยิกาวาส. Show all posts
Showing posts with label วัดปรมัยยิกาวาส. Show all posts

Thursday, October 13, 2011

เกาะเกร็ด : เกาะแห่งชีวิต

ได้เห็นองค์เจดีย์เอียง ก็รู้ว่ารอด

ถึงอย่างไร ก็อดไม่ได้

ขออาราธนาคุณพระรัตนตรัย แล กุศล ที่ทำไว้ตลอดพรรษานี้ แม้จะกะพร่องกะแพร่งปานใด จงดลบันดาลให้ชาวไทยทุกคน รอดพ้นจากอุทกภัยครั้งนี้ด้วยเถิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปากเกร็ด อันถือว่าเป็นเสมือนปากทางสู่ กทม นี้ทางหนึ่ง  ขอให้รอดพ้นด้วยเถิด

เคยไปนั่งปฏิบัติธรรม ทั้งในวัดปรมัยฯ วัดไผ่ล้อม วัดเสาธงทอง เคยไปไหว้พระที่วัดศาลากุล ขอกุศลนั้น จงช่วยให้พี่น้องชาวเกาะเกร็ด ได้รอดพ้นจากเภทภัยในครั้งนี้ด้วยเถิด

เช้าวันนี้  Fri Oct 14 08:10:20 ICT 2011 ยังรอดอยู่ได้ ยังมองเห็นถนนหนทางได้ ยังได้มาทักทายกับเพื่อนๆ

นี่ ขนาดว่าปฏิบัติไม่เท่าไร ยังเป็นแรงบุญที่รักษาชีวิตให้รอดไว้ หากปฏิบัติให้มากกว่านี้ คงดีกว่านี้มาก  แรงบุญที่แม้แต่เพียงลูปคลำ อ่าน คิด พิจารณาตามพระไตรปิฎก ยังช่วยให้รอดมาได้

นโมตสฺส ภควโต 
อรหโต
สมฺมา
สมฺพุทฺธสฺส นโมตสฺส ภควโต
อรหโต
สมฺมา
สมฺพุทฺธสฺส นโมตสฺส ภควโต
อรหโต สมฺมา
สมฺพุทฺธสฺส
พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ
ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ
สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ
ทุติยมฺปิ พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ
ทุติยมฺปิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ
ทุติยมฺปิ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ
ตติยมฺปิ พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ
ตติยมฺปิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ
ตติยมฺปิ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ

และ พระคุณมารดา-บิดาผู้บังเกิดเกล้า พระคุณครูบาอาจารย์ที่ประสิทธิประสาทวิชา ข้าพเจ้า ขอนมัสการ แลขออาราธนาศีลห้า เอามาเป็นแนวปฏิบัติ สำหรับชีวิตประจำวันในวันนี้ จวบจนตลอดชีวิต และ ตลอดไปจนกว่าจะได้ดวงตาเห็นธรรมด้วยเถิดครับ

Saturday, October 30, 2010

ช่วยผู้ได้รับทุกข์จากภัยน้ำท่วมแล้ว ๒๐๐๐ บาท

ตามที่ได้ตั้งใจไว้ว่าจะ เขียนหนังสือหาตัง ไปช่วยเพื่อนผู้ตกระกำลำบากนั้น แม้จะขายไม่ได้ แต่ก็มอบเงินออกไปเองได้ พอดีเย็นวาน, ๒๙ ตค, กลับบ้าน เห็นเขามีเต้นท์ รับบริจาค ก็เลยนึกถึงความตั้งใจ ที่กำหนดไว้ ก็เลยสมใจ

จบ หรือ เสร็จ จากการบริจาคที่เต้นท์หน้าหมู่บ้านแล้ว พวกเราไปปากเกร็ด พบว่าที่ท่าน้ำนั้น น้ำนองบริเวณเต้นออกกำลังยามค่ำของผู้คนแถวนั้นแล้ว ขึ้นสะพานไปมองเกาะเกร็ดจากด้านบน ก็อย่างที่เห็นแหละ




จากนั้นเตลิดไปไหว้พระ ที่วัดสนามเหนือ แล้วข้ามแม่น้ำลัดเกร็ดไปเกาะเกร็ด ไปได้เพียงวัดปรมัยฯ ทางเดินโอถอป นั้น กลายเป็นน้ำไปหมดแล้วจากแม่น้ำอ้อมเกร็ด หากจะไป ก็คงต้องก้าวข้ามเขื่อนกั้นน้ำไว้ ซึ่งก็ต้องเปียก พวกเรา ๒ คนตาหลาน(ที่พ่อ แม่ มันดันเรียก มะไฟ ว่า พี่ เลยต้องกลายเป็น ลุง)เลยได้แต่มองตาปริบๆ แล้วก็กลับเพราะน้องโซลหิว คนแก่เพลียด้วย ไม่มีแรงพอจะอยู่ต่อในบ่ายวันเสาร์ที่ผ่านมาเลย เสียดายมาก

เจ้าพระยา ที่แยกเป็น ลัดเกร็ด และ อ้อมเกร็ด แล้วกลับมารวมกัน ณ อีกปลายของสายน้ำกลายเป็นเจ้าพระยาดังเดิม

พามากินก๋วยเตี๋ยวเรือท่าสยามพอให้หายหิว และสอนน้องโซลด้วยว่า เขาลำบาก เขาหนาวซ้ำ เขาหิว ดังนั้น เราต้องกินให้หมด กินให้พออยุ่รอด อย่าให้เหลือ




อุรา ก็สอนเขาด้วยเช่นกัน รวมทั้งวิเคราะห์ให้ทราบด้วยว่าหากป้องกันไว้แต่แรกเริ่ม คงไม่รุนแรงถึงกับซีวิตต้องตกล่วงไปเช่นนี้ ด้วยเห็นว่าโตพอแล้ว



ที่บ้าน ๕๓/๕๙๐ ซึ่งสั่งป้ายเลขที่จากเกาะเกร็ด เพียงไม่กี่วันจากเกาะเกร็ด ก่อนน้ำท่วมเมือง

ซีงิต

Wednesday, September 1, 2010

คลื่นวิบาก

ที่ห่างหายไปช่วงหนึ่ง และ ล่วงเลยมาจนป่านนี้ ถึงมาเขียนเอา ก็เพราะความที่ทุกสิ่ง ทุกอย่าง อยู่นอกเหนือการควบคุม มันเป็นเช่นนั้นเอง

เช้าวันเสาร์ กะว่าจะโม่ syslog ให้จบ แต่น้องบัช ก็โทรฯมาว่าจะแวะมาเยี่ยม ก็โอเค มาก็มา รับคำน้องบัชว่า ว่าง มาได้ เพราะงานที่ทำคือเขียน blog นั้น ชะลอได้ ต้อนรับอาคันตุกะ สำคัญเป็นที่สุด
ตกลงปลงใจแล้ว ก็หาอาหารเช้าให้อุรากิน ระหว่างนั้น พลันก้นึกได้ว่า ในเมื่อน้องเขาไปรอที่ปากเกร็ด ก็น่าจะพาน้องเขาไปเที่ยวเกาะเกร็ดเสียด้วยเลย เลยแจ้งให้น้อง รอที่ท่าเรือปากเกร็ดนั่นแหละ
ไปเจอกันที่ท่าน้ำปากเกร็ด บัช เขาก็เรียบร้อยอาหารเช้าไปแล้ว อีกจนได้ งวดก่อน มะไฟ ก็ไม่ได้เลี้ยงอาหารในฐานะเจ้าของถิ่นเลย นับว่าบกพร่องมากโขอยู่ มางวดนี้ เขาก็อิ่มเองซะก่อนอีก เฮ้อ

พากันเดินลัดเลาะตลาดเก่า ทะลุไปออกถนนที่นำไปยังวัดสนามเหนือ

ลงเรือ ที่ท่าวัดสนามเหนือ แล้วไปขึ้นท่าวัดปรมัยฯ แล้วเดินตามทางเดินรอบเกาะ ระหว่างทาง เห็นน้องเขาทักทายเพื่อนมุสลิมด้วยกัน ก็ถือว่าธรรมดา เพราะเพื่อนชาวมุสลิม มาเที่ยวที่เกาะเกร็ด ก็มีให้เห็นเป้นประจำ อย่าว่าแต่เพื่อนชาวมุสลิมเลย ฝรั่ง เยอรมัน ญี่ปุ่น จีน ก็มากัน

น้องบัชบอกว่า เธอทั้งสอง เป็นชาวมาเลย์ ทำเอาแปลกใจอยู่เหมือนกัน ว่าเข้าไปทักกันได้ยังไง
น้องบอกว่า ฟังหสงเสียงที่เธอสนทนากัน ทำให้สงสัยว่าน่าจะเป็นชาวมาเลย์เพื่อนบ้าน พอไปพูดจาด้วยภาษายะวีกันเข้า ก็เลยได้ทราบความเป็นมาเป็นไปซึ่งกันและกัน

ก็ ยินดีด้วย ที่น้องบัช ได้พบเพื่อนบ้านในต่างแดน ซึ่งคนจีน เขาถือว่าเป็น มงคลยิ่ง น่ายินดียิ่ง

ก็นึกว่า คงจะผ่านไปเพียงแค่นั้น แต่พอพาน้องบัชไปดูการทำเครื่องปั้นดินเผา ข้างๆวัดไผ่ล้อมเสร็จ พอออกมา น้องเขาเกิดความจำเป็นต้องไปชำระคดีความ เลยต้องย้อนมาเข้าข้างๆวัดไผ่ล้อม ซึ่งมีที่บริการอยู่

ระหว่างยืนรอ ก็โดนชน สามคน มารุมชน มะไฟ คนเดียว พอหันไปมอง ก็คุ้นๆ ยิ่งมอง ยิ่งจ้อง ก็เลยนึกออก เพื่อนมาเลย์ ที่น้องบัชเข้าไปทักทายกันนั่นเอง พวกเธอ คงเข้าไปชมความงดงามของโบสถ์ วัดไผ่ล้อม แล้วออกมาถ่ายรูปกันหน้าทางเข้าเอาไว้

ทักทายกันพอให้รู้ว่า มะไฟ มากับ บัช ที่ทักพวกเธอเมื่อครู่นี้ไง แล้วก็หยิบนามบัตร มอบให้เธอทั้งสามคนไป
อีกคน พอเห้นนามบัตรเข้า ก็โพล่งออกมา

อุ้ยๆ พี่ อยู่ใกล้ๆกับที่หนูเรียนเลยค่ะ
เฮ้ย นี่เธอ ไม่ใช้แขกมาเลย์หรอกรึ

หน้าตา ดูยังไงก็แขก แต่มาเรียกตัวเองว่าหนู มึน
พอสักพัก บัชออกมา ก็จ้อกันยกใหญ่

อีทีนี้แหละ เป็นเรื่อง ทาริกานางหนูนั้น ที่มองยังไงก็หน้าแขกนั่น กลับโอละพ่อ ลูกลาวสีเกษ(ศรีสะเกษ) เป็นงั้นไป ยิ่งพอรู้ว่า มะไฟ ก็เว้าลาวได้ ยิ่งไปกันใหญ่ มิหนำซ้ำ เพื่อนมาเลย์ นั้นคุณแม่ของเธอคนหนึ่ง ก็เป็นคนที่ได้รับทุน ไจก้า แบบเดียวกับที่เคยได้รับไปอีก

เอ้า เอาเข้าไป มีอะไรที่มันมาร่วมกันได้อีกมั้ยเนี่ย ฮึ

ช่วงเที่ยง พวกเราหากินกันแถวนั้น มะไฟ ไม่ได้เฉลียวใจคิด แต่ทาริกาติ๋ง เธอบอกว่า พวกเขาต้องกินอาหารของพวกเขา น้องบัช ก็บอกว่า ต้องพาไปหาอาหาร ฮาลาล (สะกดผิดไป ขออภัย) ที่ซอยสามัคคี ดังนั้น จึงพากันลงเรืออีกเที่ยว ข้ามฟาก พาไปที่ซอยสามัคคี

โชคดี ที่หาร้านอาหารมุสลิมจนเจอ เลยขอถือเป็นโอกาสดี จัดการเลี้ยงอาหารมื้อนั้นให้ น้องๆ ทั้งหลายกันให้อิ่มหนำสำราญกันทุกคน ได้ทำหน้าที่นี้อย่างสมใจซะที

บัช กลับยะลาค่ำคืนนั้น น้องสาวมาเลย์ ๒ คน เธอมาอยู่เมืองไทย ๓ สัปดาห์ในฐานะ นักศึกษาแลกเปลี่ยน นี่เปนสัปดาห์แรกของพวกเธอ และ วันอาทิตย์ พวกเธอจะไป วัดโพธิ์ วัดพระแก้ว ... ก็ขอให้เที่ยว ให้สนุก

สุดท้าย ทาริกาติ๋ง เธอบอกว่า วันอาทิตย์ที่ ๒ สาวไปเที่ยวนั้น เธอต้องสอนพิเศษกับเพื่อน ที่ทำงานพิเศษไปด้วย เรียนไปด้วย ก็เลยเตลิดเปิดเปิงไปดูสถานที่ ก็พบว่า พวกเธอใจสู้มาก อาศัยแรงกาย เข้ามาอาสาทำงานที่หนักมาก

สอนพิเศษ ครับ พวกเธอรับสอนพิเศษกัน
ตั้งแต่อนุบาล ยัน ม. ต้น ที่ตั้งอยู่หลังเมเจอร์ ห้าแยกปากเกร็ด

ขอให้สังเกตุ ตัวอักษร CU บนป้าย นั่นแหละ ของแที ที่ทีแรก มะไฟ นึกว่าเขียนกันมายังงั้นแหละ ที่ไหนได้ เพื่อนของ ติ๋ง จบจุฬาฯ มาต่อปริญญาโท ที่บางเขน ติ๋ง เธอเรียนเรื่องพวก LCA : Life Cycle Assessment ที่ มะไฟ ได้ยินทีแรกก็รีบนึกถึง lsc ไม่ก็ safety assessment ของเรื่องที่กำลังทำอยู่พอดี แต่เมื่อน้อง (ทีพอจะนับเป็นลูกได้) เธอชี้แจงโดยละเอียด จึงทราบว่า เข้าใจคลาดเคลื่อนไมากมาย

อะไรมันจะนัวเนียนุงนังเป็นตังเมแยกกันยากถึงปานนี้ก็ไม่รู้เนาะ



แต่บัดนั้น ที่พวกเราทั้งหมด ๒ บวก ๓ คน ได้พบกันช่วงสั้นๆ ไม่ถึง หกชั่วโมงดีเลยนั้น เมื่อแยกย้ายกันไปแล้ว ก็ไม่ได้พบกันอีกเลย

วิบากแห่งความสุข หรือ ทุกข์ ก็ไม่รู้ แต่ วูปมาแล้ว ก็จางหายไป ดุจดั่งคลื่นที่กระเพื่อมไปตามแรงกรรม

Sunday, February 14, 2010

เผลอใจไปไม่ทันคิด

ไปเกาะเกร็ด ด้วยความเคยชิน ลืมไปว่า เป็นวันหยุดเทศกาล สามงานเลย วันอาทิตย์ วันตรุษจีน วันวาเลนไทน์

เอ้า เอาเข้าไป ไปยืนเข้าแถวรอลงเรือ ตั้งแต่ยังไม่ถึงศาลาที่พัก ท่าวัดสนามเหนือด้วยซ้ำไป ผู้คนช่างมากมายจริงๆ

พอไปยืนรอ ถึงได้นึกได้ว่า วันนี้ มันจวบกัน สามงาน วันหยุด ๑ ล่ะ วันตรุษจีน ๑ ล่ะ วันวาเลนไทน์ ๑ ล่ะ

แต่ ก็ไม่เปลี่ยนความตั้งใจ ไปแล้วนี่ จะเบียดผู้คนออกมาได้รึ

ไปไหว้พระ ที่ ศาลาวัดปรมัยฯก่อน แล้วเข้าไปไหว้พระในโบสถ
นโมตสฺส ภควโต
อรหโต
สมฺมา
สมฺพุทฺธสฺส นโมตสฺสะ ภควโต
อรหโต
สมฺมา
สมฺพุทฺธสฺส นโมตสฺส ภควโต
อรหโต สมฺมา
สมฺพุทฺธสฺส
พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิพระบริสุทธิคุณ พระปัญญาธิคุณ พระมหากรุณาธิคุณ
ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิคุณพระธรรมดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกข์ อกาลิโกผู้ใดปฏิบัติตรงมุ่งมั่นแน่วแน่ด้วยความเพียรเมื่อใด ย่อมเห็นผลเมื่อนั้นโดยไม่ต้องรอ ปัจจัตตังอันวิญญูชนผู้ปฏิบัติด้วยตนเองเท่านั้น จึงจะเห็นเอง รู้เองด้วยตนเอง
สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิพระอริยสงฆ์สาวกผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบจนพ้นทุกข์ได้แล้ว สามารถสั่งสอนผู้อื่นให้ปฏิบัติตามจนพ้นทุกข์ได้ด้วย บุคคลสี่คู่แปดจำพวกที่คู่ควรแก่การรับของสักการะ กราบไหว้บูชากระทำทักษิณาทาน เป็นเนื้อนาบุญที่ยิ่งใหญ่ไม่มีเนื้อนาบุญอื่นใดยิ่งใหญ่กว่า
ทุติยมฺปิ พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ
ทุติยมฺปิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ
ทุติยมฺปิ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ
ตติยมฺปิ พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ
ตติยมฺปิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ
ตติยมฺปิ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ


๏สพฺเพ สตฺตา อเวรา
สพฺเพ สตฺตา อพยาปชฺฌา
สพฺเพ สตฺตา อนีฆา
สพฺเพ สตฺตา สุขี อตฺตานํ ปริหรนฺตุ๛


ออกไปจองเมี่ยงคำสดไว้ แล้วเดินอ้อมองค์พระมหารามัญเจดีย์ เข้าไปไหว้พระนอนในพระวิหาร สวดมนต์ แล้วนั่งสมาธิแผ่เมตตาอยู่ที่นั่น สักพอได้ความสงบมาบ้าง นึกอุทิศส่วนกุศลอันจะพอเกิดมาบ้าง ให้กับทุกรูป–นาม เท่าที่นึกได้ตอนนั้น ออกจากสมาธิ โทรฯบอกไหม ให้เธอทราบด้วย เดินริมทาง
แวะไปกินก๋วยเตี๋ยวริมน้ำ พออิ่มมีแรง แล้วเตลิดไปต่อถึงวัดไผ่ล้อม


ทำบุญซื้อที่ดินให้วัดเข้าไปไหวะพระบรมสารีริกธาตุในโบสถ หลวงพ่อท่านรดน้ำมนต์ให้ด้วยความเมตตา พร้อมเคาะหัวให้ ก็ดูว่าคงจะสมหวังกับใครบางคน ที่อยากเข็กกบาล ก็สมหวังแล้วน่ะ

ขากลับแะซื้อกระบุง เอามาไว้ใส่ข้าวสาร มันรำคาญ เวลาซื้อข้าวสารมาทีไร เป็นต้องใส่ถุงปัสติกคาไว้งั้นไปทุกครา ก่อนโน้น ซื้อตะกร้าแบนๆเล็กๆ แต่พอใส่ไข่สักโหลมาใบหนึ่งแล้ว แม่ค้าขายไข่เห็น เธออยากได้มากกกกก งวดนี้ ไม่รู้จะเป็นไง แต่คงไม่บ้าหิ้วกระบุงไปซื้อข้าวสารด้วยหรอก

ซื้อขนมโรยงามาสองสามกล่อง เปลือกส้มด้วย แล้วก็แวะมาเอาเมี่ยงคำสดที่จองไว้ แม่ค้าก็ใจดี เทถั่วลิสงคั่วมาให้ กำมือหนึง

มานั่งกิน ที่ศาลา หลังจากเดินผ่านหน้าโบสถยกมือจบลาไหว้องค์พระแล้ว

วันแห่งความรัก ก็ไม่มีอไรให้ เพราะรักมันเจือราคะ มีแต่เมตตาเท่านั้นที่ให้กับทุกรูปนาม น่ะ รับไปเถอะ ท่องบ่นด้วยตนเองได้ด้วย ยิ่งดี ข้างบนนั้นแหละ มงคลจะได้เกิดกับตนเอง

ขอให้ทุกรูปทุกนาม ที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมด ทั้งสิ้น ทั้งหลายเอ๋ย จงอย่าจองเวรแก่กันละกันเลย จงอย่ามีความเจ็บไข้ไม่สบายกายเลย จงอย่ามีความทุกข์ใจเลย จงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นทุกข์เถิด

น่ะ ท่องบ่นไปจนหลับนั่นแหละ น่ะแล้วจะเป็นสุข

Sunday, April 12, 2009

ตักน้ำไกลปืนเที่ยง : ตรรกกากกัมมันตรังสี หรือ หลอกหยิก

เทวา น อิสฺสนฺติ
ปุริสปรกฺมสฺส

ฅนที่พากเพียรไม่หยุด เทวดาก็กีดกันไม่ได้


วันนี้ ขอบ่นเบาๆ ในเรื่องของ ตรรก หรือ ที่ พ้องเสียง กันกับคำว่า ตัก ทีหมายเอาถึง กิริยาอย่างหนึ่ง เช่น ตักแกง ตักน้ำ แต่ความหมายของ ตรรก คนละอย่างกับ ตัก

เราเริ่มง่ายๆ ตั้งแต่ ที่เขียนว่า กากกัมมันตรังสี หมายถึง ......

อันที่ละเป็น ...... ไว้นั้น คือข้อความ ที่เขียนเป็นตัวหนังสือล่ะน่ะ จะไม่ยกมาหรอก แต่ ที่จะเน้นตอนนี้ คือว่า ถ้าไม่ตรง กับ ที่เขียน เป็นตัวหนังสือไว้ ก็ ไม่ใช่ กากกัมมันตรังสี ถ้าตรงกัน ก็ ใช่

ในกรณีที่ตรง หรือ ใช่ หรือ จริง เราจะทำอะไร ก็ถูก ก็ดีไปหมด แต่ ในทางตรงกันข้าม ก็ผิดไปหมดเช่นกัน

อันที่ละเป็น ...... ไว้นั้น คือข้อความ ที่เขียนเป็นตัวหนังสือล่ะน่ะ จะไม่ยกมาหรอก แต่ ที่จะเน้นตอนนี้ คือว่า ถ้าความหมาย ไม่ตรง กับ ที่เขียนไว้ ก็ ไม่ใช่ กากกัมมันตรังสี ถ้า ความหมายตรงกัน ก็ ใช่

ในกรณีที่ตรง หรือ ใช่ หรือ จริง เราจะทำอะไร ก็ถูก ก็ดีไปหมด แต่ ในทางตรงกันข้าม ก็ผิดไปหมดเช่นกัน

ตรง ในที่นี้ หมายเอา ตรงทั้ง ตัวหนังสือ และ ความหมาย

ทีนี้ เรามาดูกันว่า นิยามของ กากกัมมันตรังสี ที่ว่างไว้เป็น ...... นั้น คืออะไร

ตามที่ระบุไว้ใน กฏกระทรวง กำหนด หลักเกณฑ์ และ วิธี การจัดการกากกัมมันตรังสี พ.ศ ๒๕๔๖ เขียนไว้ว่า

``กากกัมมันตรังสี'' หมายถึง วัสดุในรูปของแข็ง ของเหลว หรือก๊าซ ที่เป็น วัสดุกัมมันตรังสี หรือประกอบ หรือปนเปื้อนด้วย วัสดุกัมมันตรังสี ที่มีค่ากัมมันตภาพต่อปริมาณ หรือกัมมันตภาพรวม สูงกว่าเกณฑ์ปลอดภัย ที่กำหนดโดยคณะกรรมการ และ ผู้ครอบครอง วัสดุนั้น ไม่ประสงค์ ที่จะใช้งานอีกต่อไป และ ให้หมายความรวมถึง วัสดุอื่นใด ที่ คณะกรรมการ กำหนดให้ เป็น กากกัมมันตรังสี

จากที่นิยามไว้ข้างบนนั้น ๒ สีแรก ก็พอเพียงแล้ว ไม่เข้าใจด้วยเช่นกันว่า สีที่ ๓ ที่กำหนดเพิ่มขึ้นมานั้น มีมาทำไม ด้วยเหตุผลอะไร สีแรกนั้น enough แต่ไม่ suffice จำเป็นต้องมีสีที่ ๒ จึงจะเรียกได้ว่า enough & suffice

คณะกรรมการ ในที่นี้ หมายถึง พ.ป.ส ที่มี เลขาธิการ สำนักงาน ปรมาณูเพื่อสันติ เป็น เลขานุการ ของคณะกรรมการ และ มีหน้าที่ กำหนดไว้ชัดเจนอยู่แล้ว ใน พ.ร.บ พลังงานปรมาณู เพื่อสันติ พ.ศ ๒๕๐๔ โดยนัยนี้ ข้อความสุดท้ายนั้น มีเพิ่มมาเพื่ออะไร ดูแล้ว ยังจะก่อปัญหาเอาได้เสียด้วยซ้ำไป

เรามาถอดความ จากนิยาม ของกากกัมมันตรังสี อีกครั้งหนึ่ง ดังนี้ ฟ้อนรามัญ วัดไผ่ล้อม
กากกัมมันตรังสี <== A AND B AND C
ซึ่ง logic จะ valid ได้ต้องหมายถึงว่า A, B, C นั้นต้องเป็น จริง ทั้งหมด แล้วกรณีไหน ที่ คณะกรรมการไม่กำหนดไว้ จนถึงกับว่า ยังต้องการให้ คณะกรรมการมาออกแรงซ้ำอีกเที่ยวหนึ่ง สำหรับ วรรค C จนถึงกับต้องมาระบุไว้ในนิยาม

ขอไปเที่ยว เกาะเกร็ด ก่อนสักครู่น่ะ น่ะกลับมาค่อยว่ากันต่อ
๑๖ โมง ๓๘ นาฑี มาไปต่อกันดีกว่า


ในวรรค Cฟ้อนรามัญ วัดปรมัยยิกาวาส ต้องมีค่าเป็นจริง ซึ่งต้องการ การกำหนด จาก คณะกรรมการ อีกทีหนึ่ง ใยมิเท่ากับ ทำงานซ้ำ ก็ถ้าจะแย้ง คงต้องระบุมาให้ได้ว่า กรณีไหนล่ะ ที่ต้องการ การกำหนด จาก คณะกรรมการ เพราะ ถ้าไม่ระบุโดยคณะกรรมการ วรรค C ก็มีค่าเป็นเท็จ ผลก็คือ operators ผู้ที่ operate radioactive waste management facilities ไม่สามารถ ดำเนินการใดใด ต่อสิ่งที่วางอยู่เบื้องหน้า ตามกฏหมายได้ เพราะ สิ่งนั้น ไม่ใช่กากกัมมันตรังสี

ทีนี้ ใครจะรับผิดชอบ จะมาล้อเล่นด้วย logic, หลอกหยิก, อย่างนี้ไม่ได้น่ะ ความปลอดภัย ของชาวบ้าน ไม่ใช่เรื่อง ที่เรา จะเอามาทำเล่นได้

ทั้งหลาย ทั้งปวง ที่นำเสนอมานี้ อยู่บนพื้นฐาน ที่แปลคำว่า และ ในนิยาม ที่เขียนไว้ ในกฏกระทรวงนั้น เป็น logical AND

ตักน้ำไกลปืนเที่ยงมากิน ก็หาบกันเหนื่อยมากล่ะ ตรรกกากกัมมันตรังสี ก็ยังงี้แหละ อนึ่ง หากมี ข้อโต้แย้งอย่างไร ขอเรียนเชิญ แสดงความเห็น ได้ เต็มที่ครับ

หลายวันมาแล้วน่ะ น่าจะมีผู้ตอบมั่งว่า วรรค C หมายถึงอะไร

View My Stats