Showing posts with label ไกลปืนเที่ยง. Show all posts
Showing posts with label ไกลปืนเที่ยง. Show all posts

Friday, June 8, 2012

การจัดการกากกัมมันตรังสี

สถิติการเข้าชม
มีอะไรน่าสนใจมากหรือครับ ตอนที่ทำงานอยู่ ไม่ยักกะสนใจ

สงสัย ถามมาได้ครับ ที่ jotawski at gmail dot com

ยินดีให้คำตอบกับทุกคำถามครับ แม้ว่าตอนนี้จะไม่ทำงานด้านนี้แล้วก็ตาม

สถิติการเข้าชม เช้าวันถัดมา

จากจำนวนผู้เข้าชม มะฃาม มีแต่ ขอบคุณ ขอบคุณ และ ขอบคุณ ทุกท่าน ที่สละเวลาอันมีค่ามาอ่าน

หากมีอันใด ที่ มะฃาม พอช่วยได้ ไม่ต้องเกรงใจ โปรดบอกออกมาเลยครับ

Thursday, December 15, 2011

BSD Certification

สั่งซื้อมาหลายวันแล้ว บ่นๆกับลูกอยู่ว่า ทำไมนานจัง รึว่า ไอซีที จะแกะกล่องออกดู ... ลูกกลับบอก ปนติเตียนว่า ไม่น่าสั่งซื้อจากที่ไม่เคยสั่งเลย

แต่พอคล้อยหลังเขา ตกบ่ายๆวันนั้นแหละ ของก็มา รวมระยะเวลาการเดินทางแล้ว ๑๖ วัน นับจากวันสั่งซื้อ ก็ จากที่นี่ แหละ (ในนี้มี NetBSD, OpenBSD, DragonFlyBSD และ FreeBSD ให้ครบเครื่อง)

รวมๆกับที่ FreeBSD Foundation  ที่เขาโฆษณาตัวเองไว้ คงทำให้หลายคน โหง่าย ต่างสวา ตาสว่างกันขึ้นมาบ้างน่ะ 

แต่อย่างว่าแหละน่ะ ไม่งั้น เขาถือว่า ไม่ทำงาน

มันต้องซื้อ...

ก็ เอาเงินภาษีชาวบ้านมาถลุงกันต่อไป ทั้งๆที่ ยามนี้ ชาวบ้าน ทุกข์จากภัยแล้งอีกแล้ว หลังจากบางแห่ง น้ำขังจากภัยน้ำท่วม ยังลดไม่หมดเลยด้วยซ้ำไป

Thursday, November 24, 2011

FreeBSD Thai Documentation Project

เขาให้เริ่มด้วยการอ่านเอกสารทางวิชาการที่จำเป็นต้องใช้ ก็อ่านทบทวนอีกรอบ
อ่านไป อ่านมา ไหงมันออกมายังงี้หละ

สนุกดี ไปไปมามา tei ที่เคยเมียงๆ มองๆไว้ ก็คือสิ่งเดียวกับ a gentl introduction to sgml ในรูปแบบสวยๆ ที่เคยทุ่มเทอ่าน ตอนแรกๆโน้นแหละ tei มันกลายเป็นรายละเอียดในเรื่องของ sgml ที่เขาแนะให้อ่านกันในปัจจุบันนี้ ซะงั้น

sgml กับ TeX ของ Knuth และ glade ที่ใช้เขียนบรรยาย(-บันดาตา(หัวงู)) รายละเอียดเพื่อ generate programme โดยไม่ต้องเขียนโปรแกรมเลยสักคำนั้น มันก็อันเดียวกัน คือ marked up language นั่นแหละน่อ

อ้าว นี่จะลากยาวไปไหนกันน่ะ แต่ ก็เอาน่ะ สรุปว่า พออ่านๆไป ทำไป ก็ได้มา อย่างในรูปที่เห็นนี่แหละ ตานี้ ก็เหลือแต่เก็บรายละเอียดไป แปลไปแล้วหละ

อืมม ยังไง ถ้าไม่เชื่อก็ไม่ต้องเชื่อน่ะว่า ที่วงๆไว้นั้นจะเป็นของจริง มะไฟ/มะฃาม ไม่โกหก ยังคงเข้ามาทาง โฮมยูหนิคส์ ได้น่ะ อารามรีบร้อน เลยลองเรียกผ่านชื่อ(ที่กำหนดไว้ใน httpd.conf แต่ยังไม่จดโดเมน) ใน /etc/hosts แล้วก็จับรูปมาซะก่อน ความจริง น่าจะจับรูป ตอนที่เรียกผ่าน localhost ซะให้รู้แล้วรู้รอดไป แต่ เอากันยังงี้แหละ

Mon Nov 28 07:57:14 ICT 2011
ดูว่า มันเป็น หรือ มันมี bugs ครับ
ให้สังเกตุว่า ถ้าใช้ apache เอกสารทั้งหมดจะอยู่ที่ /usr/local/www/apache22/data แต่ถ้าใช้ nginx เอกสารจะอยู่ที่ /usr/local/www/nginx เลย แต่ นี่พวกเอาไปลงไว้ที่ ${DESTDIR}/data และแม้จะไม่กำหนด ${DESTDIR} ไว้ พวกก็จะเอาไปไว้ที่ ${HOME}/public_html/data อยู่ดี (ซึ่งก็เป็น convention ของ apache นันแหละ) ที่ว่าบั้คๆๆๆ นั้น ก็คือว่า ตามเอกสารคู้มือนั้น ค่า DESTDIR เขากำหนดมาไม่ถูกต้อง

แต่จะว่าไป มันน่าจะเป็น bugs ใน make มากกว่าใน doc น่ะ
Mon Nov 28 07:57:14 ICT 2011

Monday, November 14, 2011

FDP และ cvsup server ของขวัญวันเกิดลูก

ขอขึ้นหัวเรื่องไว้ ภายในวันนี้ ก่อนที่จะหมดวัน
บุญเขาคุ้มพ่อ ก็ต้องตอบแทนกันหน่อย

เป็นการตั้งระบบ เพื่อให้บริการเอกสารต้นฉบับของระบบปฏิบัติการ FreeBSD ทั้งหมด แต่จะนำมาเผยแพร่ เท่าที่ทำไว้ และแสดงเจตนาที่จะทำคือ แปล handbook โดยครั้งแรกนั้น ได้ส่งมอบเอกสารไปให้กับ FreeBSD ไปหนหนึ่งแล้ว คือ ขั้นตอนการเตรียมเอกสารเพื่อส่งมอบ แต่ก็ด้วยหลายเหตุ หลายปัจจัย ที่ทำให้ชะงักงันลงไป

เอาล่ะ ขอเข้าเรื่อง

หลักกว้างๆก็คือ ให้ cvsup เอาชุดเอกสารทั้งหมด มาไว้ที่ใดที่หนึ่ง ซึ่งทุกคนในระบบสามารถอ่านได้ เช่น /kaitag/ncvs ที่ทำอยู่ จากนั้นให้วิ่ง cvsupd ซึ่งเป็น cvsup server เพื่อให้บริการในระบบ จากนั้น, ลำดับที่ ๓ แล้วน่ะ, ให้ cvsup เอาเอกสารที่ต้องการ ออกมาจาก ที่ใดที่หนึ่ง ซึ่งได้นำมาวางไว้แต่แรกเริ่มนั้น

ตรงนี้ อาจจะมีคำถามว่า ทำไมไม่เอามาจาก internet ทำไมต้องลำบากเอามาไว้ในเครื่องของตน แล้ว check out ออกมาอีกทีให้ยุ่งยาก คำตอบพอมองเห็นชัดๆเบื้องต้นคือ เรามีเอกสารต้นฉบับของระบบปฏิบัติการ ครบ ทุกเรื่องอยู่กับตัว มันสะดวกกว่ากันมาก ในการที่จะ check out ออกมา

นั่นเป็นเรื่องของการ check out เอกสารออกมา ต่อไป เป็นเรื่องของ การแปลเอกสาร ที่ตั้งใจจะแปล คือ handbook ในการนี้ ให้เรา ศึกษาเรื่องของ sgml และ docbook ให้พอเข้าใจ จากคำแนะนำใน FDP Primer นั้น พอเข้าใจถึงวิธีการคร่าวๆ อย่างไรก็ดี ในส่วนที่ขาด ทีมงาน documentation project เขาจะช่วยเสริมให้เอง ลำดับถัดมา ให้เราแปลตัวเอกสาร book.sgml นั้น แล้วส่งไป ตามวิธีที่บอกไว้คือ ขั้นตอนการเตรียมเอกสารเพื่องส่งมอบ ( link ตรงนี้ เป็นต้นฉบับ ภาษาอังกฤษ บอกให้รู้ถึงวิธีการเตรียม ) แล้วส่งไป

คงพอได้ใจความน่ะ ขอขมวดประเด็น จากที่ว่า หลักการกว้างๆ... เป็นต้นมานั้น เป็นดังนี้คือ
  1. ศึกษาเรื่อง sgml และ docbook แต่พอให้เข้าใจถึงโครงสร้างทั่วไป จาก http://www.freebsd.org/doc/en_US.ISO8859-1/books/fdp-primer/index.html
  2. cvsup เอาเอกสารตั้นฉบับของระบบปฏิบัติการมาด้วย cvs-supfile
  3. วิ่ง cvsupd บนเครื่องของเรา ที่มีเอกสารจากข้อข้างบนนั้น
  4. cvsup เอาเอกสารที่ต้องการแปล มาไว้ยังที่ทำงานของเรา ก็ ที่เรา login เข้ามานั่นแหละ
  5. แปลเอกสาร book.sgml ออกมาเป็นภาษาไทย
  6. จัดการส่งมอบเอกสารที่แปลไว้ จะทั้งหมด หรือเท่าที่ทำอยู่ ไปให้กับทีมงาน FreeBSD ตาม FDP Primer ทีีบอกไว้แล้วนั้น
ลำดับต่อๆไปจะขอแจงรายละเอียดตั้งแต่ลำดับที่ ๒- ก่อนสุดท้าย มาให้พี่ๆ เพื่อนๆ พวกเรา ได้ทราบกัน

ตามที่บอกไว้แต่แรกว่า ให้เอาเอกสารต้นฉบับฯ ทั้งหมดมาไว้ในที่ใดที่หนึ่ง นั้น สืบเนื่องจาก ชุดเอกสารทั้งหมดนี้ มีขนาดพอสมควร จึงนำมารวมๆไว้กับ distfiles และ packages ของทั้งระบบ โดยแยกเก็บไว้กับ usb hard disk ที่ mount point /kaitag และสร้างสาระบบแฟ้ม ncvs ภายใต้ /kaitag นี้ เพื่อเก็บเอกสารทั้งหมด ที่มีขนาดประมาณ 5G อีกทีหนึ่ง นี่คือการเตรียมเนื้อที่สำหรับเก็บชุดเอกสารต้นฉบับฯไว้

จากนั้นให้ cvsup เอาด้วย supfile ดังต่อไปนี้

*default host=CHANGE_THIS.FreeBSD.org
*default base=/kaitag/db
*default prefix=/kaitag/ncvs
*default release=cvs
*default delete use-rel-suffix
*default compress
src-all
ports-all
doc-all
www
projects-all
cvsroot-all

ด้วยคำสั่งดังนี้

# cvsup -g -L 2 -h cvsup6.ru.freebsd.org supfile

ซึ่งนานมากในการดูดครั้งแรก แต่ครั้งต่อๆไปจะไม่กินเวลามากนัก  ความจริง supfile ที่ยกมานี้ ก็ปรับเอาจากที่มีมากับระบบนั่นเอง (ไปดูเอาได้ที่ /usr/share/examples/cvsup/cvs-supfile) จากคำสั่งสั้นๆ grep และ sed ดังนี้

% grep  -v  ^#   /usr/share/examples/cvsup/cvs-supfile  |  sed  -e  '/^$/d'   \
-e  's,/var/db,/kaitag/db,g'   \
-e  's,/home,/kaitag,g'  >  ~/supfile

ส่วน cvsup6.ru.freebsd.org นั้น สามารถหามาได้จากรายการของ cvsup server ที่เร็วที่สุดในอาณาบริเวณใกล้ๆกับที่ตั้งของเรา จากคำสั่ง

% fastest_cvsup  -c ru,sg,tw,th,in,jp

ซึ่งตอนที่ทำ เขาขึ้น cvsup6.ru.freebsd.org มาให้เป็นลำดับแรก ก็ใช้ host นั้นไป ทำให้สะดวก ไม่ต้องลำบากกำหนดใน supfile ตามที่เขาบอกให้แก้ ในบรรทัดแรกนั้น

ที่กล่าวมาคือข้อที่ 2 ต่อไปเรามาพูดถึงการเตรียม  cvsup server กัน ซึ่งคือข้อ 3 ข้างบนนั้น

เบื้องต้น ขอให้ login ด้วยฐานะ ผู้ใช้งานธรรมดา แล้วสร้างสาระบบแฟ้มดังนี้

% mkdir -p ~/base/sup/th-fdp
% cd  ~/base/sup/th-fdp

จากนั้นสร้างแฟ้มขึ้นมา ๒ แฟ้มชื่อ releases และ list.cvs โดยมีสาระภายในแต่ละแฟ้มดังนี้

cvs  list=list.cvs  prefix=/kaitag/ncvs
และ
upgrade doc

แฟ้มละ ๑ บรรทัด ตามลำดับ ย้ำน่ะครับ แฟ้มละ ๑ บรรทัดเท่านั้น ที่เขียนมานี้ ถอดความจาก CVSup FAQ แล้วปรับเอาให้เข้ากับที่ทำงานจริงๆ นี่คือส่วน แก่น ของ cvsup server เท่าที่จำเป็นตอนนี้ จากนั้น วิ่ง server ไปเลย ตามนี้น่ะ

% cvsupd  -b  ~/base

ที่เล่ามาทั้งหมด คือเรื่องของ cvsup server เท่าที่จำเป็นต้องใช้งานในตอนนี้ กล่าวโดยสรุปคือ

  1. login มาเป็นผู้ใช้งานทั่วไป
  2. สร้างสาระบบแฟ้มนี้ขึ้นมา, ทำหนเดียวพอ,
    • % mkdir -p ~/base/sup/th-fdp
    จากนั้นให้ลงไปยังสาระบบแฟ้มที่เพิ่งสร้างขึ้นมานั้น
  3. สร้างแฟ้มเอกสารมา ๒ แฟ้มชื่อ releases และ list.cvs ด้วยสาระภายในแฟ้มตามที่ได้บอกไว้ข้างบนนั้น
  4. cvsupd  -b  ~/base
ขอให้ท่านแทน ~ ด้วย /home/login-id ของท่านไปน่ะครับ อย่างในตอนนี้ login id เข้ามาด้วย motorc ดังนั้น ~ ก็คือ /home/motorc หวังว่าคงเข้าใจน่ะครับ  ก็มีเพียงเท่านี้ สำหรับส่วนของ server ที่เล็กที่สุด หากท่านสนใจ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จาก FAQ ที่ได้ให้ link ไว้แล้ว

ต่อไป (ลำดับที่ (4) ในรายการงานบนสุดนู้น) เรามาสร้างแฟ้ม supfile เพื่อดูดเอกสารสำหรับ handbook มาแปลกัน ซึ่งโดยทั่วไปก็ดูดมาด้วยคำสั่งเดิมๆที่รู้กัน คือ

% cvsup -g -L 2 supfile

แต่สาระตอนนี้ คือ supfile และสาระบบแฟ้ม ที่เขาจะเก็บ checkout list เอาไว้   สาระของ supfile คือ

*default host=localhost
*default prefix=/home/motorc
*default base=/home/motorc/db
*default release=cvs tag=.
*default delete use-rel-suffix
*default compress
th-fdp

ซึ่ง ตรง base นี่เองเราต้องสร้างสาระบบแฟ้มชื่อ ~/db ขึ้นมา เพื่อบันทึก check out list เอาไว้ ดังนั้น ท่านต้องสร้างขึ้นมาด้วยน่ะ

% mkdir -p ~/db

หวังว่าคงจำกันได้ ในคราวเตรียม server นั้น เราได้เตรียมแฟ้ม list.cvs โดยสาระภายในของแฟ้มนั้นมีเพียง ๒ คำคือ upgrade doc และ ในแฟ้ม supfile ในตอนนี้นั้น เขาจะ checkout เอา doc ออกมาวางไว้ในสาระบบแฟ้ม ที่ระบุไว้ใน prefix ในตอนนี้

สำหรับบรรทัดล่างสุดของ supfile นั้น บอกว่า เราเอาแฟ้มทั้งหมดที่บอกไว้ใน สาระบบแฟ้มเดียวกันนี้ใน server เอามาไว้ใน client ของเรา

ในส่วนของ การ check out เอกสารออกมาด้วยการ cvsup ก็มีเพียงนี้ เอกสารทั้งหมด จะวางไว้ในสาระบบแฟ้ม ดังนี้


ตัวเอกสารที่ต้องแปล จากภาษาอังกฤษ มาไทยคือ book.sgml ที่อยู่ ภายใต้สาระบบแฟ้ม ดังที่แสดงให้ดูนั้น อนึ่ง ท่านต้องเข้าใจ sgml ได้ดีพอควร สำหรับการแปลเอกสารนั้นหมด ว่า ต้นฉบับบทนั้น มีชื่อนั้นๆ จะได้ตามไปแปลได้ถูก

ทั้งหมดนี้ คือการ checkout เอกสารที่จะแปล เอาออกมาไว้ยังที่ใดที่หนึ่งนั่นเอง และ เรื่อง ก็น่าจะจบตรงนี้ และลำบากเพียง แปล แต่ที่เล่ามาเป็นจุดเริ่มต้นเท่านั้นเอง ยังพอมีการ set up อีกนิดหน่อย เพื่อให้การทำงานดูว่า มีระบบ นั่นคือการนำเอกสารที่ check out ออกมานี้ ไปไว้ใน repository อีกทีหนึ่ง ดังนี้, สำหรับท่านที่คุ้นกับ cvs จะเข้าใจดี,

% mkdir ~/Repository-${USER}
% echo CVSROOT  ~/Repository-${USER} >> ~/.cshrc
% source ~/.cshrc
% cvs init
สี่คำสั่งนี้ ทำหนเดียว และ ${USER} นั้นเป็น login id ของท่านน่ะครับ
% cd ~/doc
ตรงนี้ ให้ลองสั่ง ll ดูครับ จำผลลัพธ์ไว้ด้วย
% cvs import -m 'initial import' doc psr th-FDP
อันนี้ ก็ทำหนเดียวเช่นกัน และให้เปลี่ยน psr เป็นชื่อของท่านน่ะ
% cd
% rm -rf doc
% cvs checkout doc
% cd doc
แล้วลองสั่ง ll ดูอีกที เปรียบเทียบกับ ที่สั่งดูทีแรกนั้นว่า ต่างกัน ตรงไหน ดูเอาเองน่ะ
% cd en_US.ISO8859-1/books/handbook

จากนั้น ให้ท่านลงมือแปลเอกสารในแฟ้ม book.sgml ไป ซึ่งคงไม่ได้แปลรวดเดียวหรอก เอาว่า พอเหนื่อยก็พัก ก่อนจะพัก ก็ทำอีกนิดหนึ่งน่ะ

% cvs commit  book.sgml

ก็ให้ท่าน บันทึกรายละเอียดลงไป ตอนที่ vi เขาขึ้นมาน่ะ ว่า ท่านได้ทำอะไรไปบ้าง เมื่อท่าน save & exit แล้ว แฟ้ม book.sgml ก็จะได้รับการ เก็บรักษา พร้อมประวัติการทำงาน ทันที ใน Repository นั่นแหละครับ

ทีนี้ ถ้าท่านหยุดพักไปนานๆ ก็เห็นสมควร สะสาง สาระบบแห้มนี้ออกไปก่อน ชั่วขณะได้ ดังนี้

% cd
% cvs release -d doc

ซึ่งแนวปฏิบัติอันนี้ ผมก็ใช้อยู่ แต่จะ release ต่อเมื่อ log out ออกจากระบปฏิบัติการเท่านั้น และเมื่อ  log in เข้ามาแล้ว เราก็ลำบากเพียง check out เอกสาร ทั้งยวง ออกมาจาก Repository ง่ายๆ ดังนี้

% cvs checkout doc

แล้วถึงลงมือแปลเอกสารต่อไป และ วงจร ของการ checkout แปล commit release ก็จะเป็นไปเช่นนี้ จนกว่างานจะสำเร็จ แต่ประกันว่า ด้วยการใช้เครื่องมือ ที่ระบบมีอยู่ เข้ากับงานของท่านเช่นนี้ ก็ทำให้ท่านอุ่นใจได้ว่า สามารถทำงานต่อได้ ตลอดไป แม้ผู้มารับงาน จะไม่ใช่ท่าน ก็ยังพอจะ ทำงานต่อ ได้เลยแทบจะทันที

ขอจบเรื่องราวเอาไว้เพียงเท่านี้ เพราะก็พิจารณาแล้ว เห็นว่า เขียนมาครบทุกประเด็นแล้ว แลหากพอจะมีสาระบ้าง ก็ยกให้เป็น ของขวัญ ให้กับลูกชายคนเล็ก อันเป็นแรงบันดาลใจ ให้เขียนงานชิ้นนี้ออกมา หากมีอันใด ขาดตกบกพร่อง มะฃาม และ มะไฟ ขอน้อมรับไว้แต่ผู้เดียว

ขอได้รับการขอบคุณจาก มะไฟ

ป.ล
ท่านสามารถตรวจดูว่า แต่ละครั้งที่ท่าน commit ไปนั้น ท่านได้ทำอะไรไว้บ้าง ก็ดูจากคำสั่ง

% cvs log book.sgml

ง่ายง่ายครับ

    Monday, August 22, 2011

    Safety assessment concepts: near surface disposal facilities

    เขียน หรือ ถอดความมาจากเอกสารที่ได้รับจากคราวไปอบรมที่อินโดนีเซีย เกรงว่าจะจำกันไม่ได้ว่ามีเอกสารชิ้นนี้อยู่

    เชิญครับ ที่ นี่ เลย อืมม ขอยกมาไว้ที่นี่ด้วยเลยน่ะครับ เกรงใจ ไม่อยากให้เสียเวลาตาม link ไปที่อื่นอีก ขอเรียนเชิญครับ

    วันนี้ ใคร่ขอกล่าว หรือ เล่าถึง concept ของการทิ้งกากฯลงใน facilities แบบนี้ คือแบบที่เรียกว่า near surface disposal นี่แหละ

    เรื่องราวมันกว้าง มันมาก ทั้งกว้าง ทั้งมาก กระทั้งว่า เกินที่คนคนเดียว จะกระทำให้สำเร็จลุล่วงไปได้ ภายในระยะเวลา อันจำกัดจำเขี่ย นอกเหนือไปจาก ความจริงที่ว่า สาระของเรื่องราวเอง นั้น มันก็มีการปรับขึ้น ทุกเวลาที่ผ่านไปด้วยเช่นกัน อย่างไรก็จะขอนำเสนอ เท่าที่ยังพอมีเรี่ยวแรง ยังพอมีสติอยู่

    ตัวอย่างต่อไปนี้ ถือว่าเป็น ทางเลือก ของ facilities สำหรับทิ้งกากกัมมันตรังสี คือ
    • หลุมขุดธรรมดาๆ ที่มี ฝาปิด โดยที่ ฝา นั้นมีโครงสร้างทางวิศวกรรม
    • หลุม ที่มีดินเหนียว หรือ พลาสติกรองพื้น
    • หลุมคอนกรีต ซึ่งชัดเจนว่า เป็นหลุมที่มนุษย์สร้างขึ้นมาโดยทางวิชาวิศวกรรม
    • ถ้ำ ตามธรรมชาติ หรือ มนุษย์เจาะขึ้น
    near surface disposal นั้น เป็นทางเลือกสำหรับ
    • การทิ้งกากกัมมันตรังสีกากกัมมันตรังสีระดับต่ำ
    • ที่ไม่ใช่ กากกัมมันตรังสีระดับต่ำ ครึ่งอายุยาว
    • ที่ไม่ใช่ เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้งานแล้ว
    • ที่ไม่ใช่ กากกัมมันตรังสีในรูปแบบของแท่งแก้ว จากโรงงานแปรสภาพเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้งานแล้ว
    • ที่ไม่ใช่ เรเดียม ที่ยกเลิกการใช้งานแล้ว
    ลักษณะสำคัญของ แหล่ง สำหรับใช้เป็นที่ทิ้งกากกัมมันตรังสี คือ
    • มั่นคงพอเพียงที่จะรองรับโครงสร้างทางวิศวกรรม
    • รู้เรื่องของ น้ำผิวดิน และ น้ำใต้ดิน
    • Latitute ของ แหล่ง นั้นๆ
    • โอกาส ที่สามารถดำเนินงานตรวจสอบได้
    ในเรื่องของ institutional control นั้น
    • สามารถเป็นได้ทั้ง active และ passive
    • สามารถดำเนินการได้โดยการจำกัดการใช้พื้นที่
    • สามารถรวมการตรวจสอบเข้าไปด้วยก็ได้
    • มีผลต่อ เกณฑ์การยอมรับผลิตภัณฑ์กากกัมมันตรังสี
    • ไม่จำต้อง คงทนอยู่ได้เป็น พันปี
    ความปลอดภัยของ facilities นี้ เกิดขึ้นจาก
    • การจำกัดชนิดของกากฯ ที่จะนำมาทิ้ง
    • โครงสร้างทางวิศวกรรม
    • คุณลักษณะของ แหล่ง ทิ้งกากฯ
    • institutional control
    • แต่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับวัน เดือน ปี ของการเริ่มการดำเนินงานก่อสร้าง

    Friday, July 22, 2011

    บ้านกัมมันตรังสี

    เนวิเกเตอร์ หลัก
    วิธีใช้งาน เอ้ย วิธี อ่านเอกสาร จากรูปนี่ ที่วงแดงเอาไว้ให้ นั่นคือ navigator หลัก สำหรับทุกท่าน เพื่อใช้เข้าหาเอกสารแต่ละเรื่อง แต่ละเรื่องไป

    เอกสารที่กำลังอ่าน
    และ ตรงหัวเรื่อง  ข้างล่างแถบเนวิเกเตอร์หลัก จะปรากฏ หรือ ชี้ให้เห็นถึง ตำแหน่ง ที่ท่านกำลังอยู่ ตามรูปถัดมา รูปลำดับที่ ๒ ที่วงสีน้ำเงินไว้ให้นั่นแหละ

    ในแต่ละเรื่องนั้น หากมีเรื่องย่อยๆ ซอยลงไปอีก ซึ่งต้องมีแน่แน่ ก็จะปรากฏ แถบนำทาง ด้านขวามือ ตามในรูป อีกรูปนึง รูปลำดับที่ ๓ ที่ทำวงสีเขียวๆไว้นั่นแหละครับ

    ท่าน กลับมาหน้าหลักได้ จาก มุมซ้าย ที่เขียนว่า กากกัมมันตรังสี นั่นแหละ กดเข้าไปเหอะ
    เอกสารย่อย ด้านซ้ายมือ

    รูปฉากหลัง ตรงกับแถบเนวิเกเตอร์หลักนั่น ใครทราบมั่งหละ ว่า ที่ไหน รูปอะไร บอกถูก มีรางวัลลล ให้
    คริคริ

    ลืมไป ขอเรียนเชิญ ได้เลยครับ โน่น บ้านน้อกบ้านนอก และเฉพาะสำหรับชาว สทน. ไม่ต้องไปไกล ให้เขามาได้เลยที่ บ้านกัมมันตรังสี

    Saturday, June 18, 2011

    บ้านกัมมันตรังสี(ต่อ)

    องค์ลำบาก หรือ องค์ความรู้ หรือ องค์... อะไรก็ไม่รู้หละ เอามาวางไว้ ที่โน่น องค์ความรู้
    ยังไง หากพอมีเวลา ตามไปอ่านกันซ้ำอีกที ก็ได้ บางเรื่องก็เคยลงในนี้ แต่ที่เอาไปไว้ในโน้น เพราะจะรวบรวมส่ง สทน. เขา

    FreeBSD session i เคยนำเสนอไปแล้ว กลับได้รับคำชมว่า ขยะ เลยเอาออกไปทางโน้นดีกว่า อย่างน้อย หากทนอ่านเอา ก็ยังได้สาระ แต่ถ้าส่ง สทน. รับรอง สาธารณะ ไม่ได้อ่านเด็ดขาด

    Wednesday, June 1, 2011

    กฟผ มาเยี่ยม

    กำลังนับว่ามีกี่ชั้น ที่จับสารรังสีไว้
    คงเป็นอะไรที่เรียกว่า ชะตาชีวิต อีกครั้งน่ะ สำหรับการนำชมครั้งนี้
    กำลังนั่งเขียนหนังสืออยู่ที่บ้าน เพื่อนร่วมงาน เธอต้องดูแลลูกอย่างใกล้ชิด มองหาใครไม่ได้ ก็ ไม่ว่ากัน หากคนไม่ช่วยคน แล้ว ใครจะช่วยคน
    คว้าเสื้อผ้าเก่าๆมาได้ อาบน้ำอาบท่าได้ บึ่งมาทันที

    โรงเก็บกากฯ
    ด้วยความเต็มใจ ด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง

    รบกวนไปค้นหาจากคำว่า ไกลปืนเที่ยง การจัดการกากกัมมันตรังสี basic step in rwm อะไรพวกนี้น่ะครับ จะจากด้านซ้ายมือ ภายใต้ ป้ายกำกับ คำสำคัญ หรือจาก คำสำคัญ:  ด้านล่างนี้ก็ได้

    สำหรับรูป ที่เมตตาถ่ายมาให้นั้น เมื่อเอาออกจากกล้องแล้ว จะนำมาลงไว้ในนี้ด้วย
    ขอบคุณ กับคำแนะนำ เรื่องหลอดไฟฟ้า ที่มันทำให้โรงเก็บกากฯร้อน
    และ ขอบคุณ ที่สละเวลาอันมีค่า แวะมาเยี่ยมเยือน

    ขอได้รับคารวะ
    มะไฟ ฅนยาก

    Friday, May 27, 2011

    กฟผ. มาเยี่ยม

    ในชุด ๒๙ กลุ่ม วันวานนี้, ๒๖ พค, มะไฟ ทำหน้าที่ให้ความกระจ่าง กับคณะทั้ง ๓ กลุ่มในวันนี้ ในเรื่องกากฯกัมมันตรังสี
    เพิ่งตระหนัก แม้จะซึ้งซาบซับมาดีแล้วว่า คนที่เขาแย้งนั้น คนที่เขาชอบโต้นั้น แย้งและโต้ ได้ทุกเรื่อง ก็มาด้วย

    หากความจริง หากการเปิดเผยข้อมูลเท่าที่ทราบ หากการเปิดใจกว้างยอมรับฟังข้อเท็จจริง เท่าที่เป็นอยู่ แล้วยังกังขา คงต้องย้อนไปพิจารณาว่า safety fundamental principles และประดา safety rules ต่างๆนั้น สมควรปัดฝุ่นหรือไม่

    เก็บความรู้ได้จากพี่ๆ เพื่อนๆ ที่แวะเข้ามาเยี่ยมชมได้มากมาย

    ขอขอบคุณเป็นอย่างสูงไว้ ณ ที่นี้ด้วย

    Friday, April 29, 2011

    ไกลปืนเที่ยง การจัดการกากกัมมันตรังสี การ siting

    ขอร่ายสักพอประมาณกับเรื่องของการ siting ก่อนที่มันจะสลายตัวไป

    รัฐ หรือ ประเทศ ที่ต้องการทิ้งกากกัมมันตรังสีนั้น เขาต้องรู้ หรือ ทำให้รู้ให้ได้ในหลายๆเรื่อง ที่พอประมวลลงมาได้สั้นๆให้พอเข้าใจในเบื้องต้นก้มี
    1. ชี้ชัดลงไปว่าใครคือผู้ใช้สารรังสี และ อยู่ที่ไหนมั่งทั่วประเทศเนี่ย
    2. กำหนดลักษณะของกากกัมมันตรังสีมาให้ซัดๆเลยว่ามีคุณลักษณะ คุณสมบัติอะไรบ้าง ตัวอย่างก็ เช่น
      • ปริมาตรทั้งหมดของกากของแข็งที่เกิดขึ้น จากผู้ก่อให้เกิดกากฯทุกราย
      • กัมมันตภาพรังสี ของสารรังสีที่มี
      • คุณลักษณะ/คุณสมบัติของวัสดุที่มิใช่สารรังสี รวมทั้งสัดส่วนที่สามารถเผาได้ ไม่สามารถเผาได้ ด้วย
    3. สร้างกฏเกณฑ์การยอมรับกากฯมาสำหรับบริการขึ้นมา
    4. กำหนดหลักเกณฑ์ หรือ เงื่อนไข หรือสภาวะวิกฤติว่าจะเอา/ไม่เอา ซึ่งการคัดเลือกสถานที่ทิ้งกากฯขึ้นมา ซึ่งก็พอบอกได้กว้างๆไว้เลยว่า มี
      • rejection criteria
      • technical performance criteria
      • economic criteria
      เหล่านี้ เป็นต้น
    5. ระบุพื้นที่ที่มีศักยภาพสำหรับใช้เป้นที่ทิ้งกากฯมาสัก ๕ แหล่ง
    6. ดำเนินการ คัดกรอง คัดสรรค์(ตามสมัยนิยม) จากข้อ 4.1 นั้น เพื่อ ลบออก พื้นที่ที่ไม่ต้องการใช้งาน
    7. กระทำการจัดอันดับพื้นที่ที่เหลือ ตามข้อ 4.2 นั้น ทำให้เรา เอาเข้ามา ซึ่งพื้นที่ที่ต้องการ และ คัดออก ซึ่งพื้นที่ที่ไม่ต้องการออกไป
    8. กระทำการจัดอันดับ เป็นครั้งสุดท้ายกับพื้นที่ที่เหลือ หรือ พื้นที่ที่เป้นผลลัพธ์จากข้อที่แล้ว อันจะนำมาซึ่ง พื้นที่ที่มีศักยภาพสำหรับทิ้งกากฯ สักประมาณ ๑-๒ แหล่ง
    9. กำหนด(ร่าง)การออกแบบ สำหรับใช้เป้น repository และ
    10. ตระเตรียมงานเอกสาร งานที่น่าเบื่อ เพราะมันคือ safety report ที่คนอ่านแต่ไม่ได้ทำ เอาแต่ถามถามถามๆๆ
    งานหลักๆก็มีประมาณนี้ เอากันง่ายๆพื้นๆก่อนแค่นี้ หากท่านเห้นว่ารายละเอียดมากกว่านี้เป็นที่ต้องการ ก็เชิญมาพบปะกันเป็นการส่วนตัวได้

    เรามาดูกันต่อไปว่า กฏเกณฑ์ หรือบรรทัดฐาน การคัดเลือกสถานที่ทิ้งกากฯที่ประกอบไปด้วย ๓ เรื่องที่ยกมา ข้างบนนั้นแต่ละเรื่อง แต่ละข้อมีสาระสำคัญอะไรบ้าง
    • บรรทัดฐานสำหรับ ลบออก/คัดออก/ตัดทิ้ง
      1. geology ไม่รวมพื้นที่ที่เป็น soil liquefaction, subsidence, undermined area, highly porous rocks, carboniceous rocks, karstic formations
      2. hydrogeology ไม่รวมพื้นที่ที่ ground water table สูงกว่า ๘-๑๐ เมตรจากระดับพื้นผิว ไม่รวมพื้นที่ที่มีน้ำใต้ดินสำหรับใช้ดื่มกิน
      3. hydrology ไม่รวมพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำ ห่างน้อยกว่า ๑ กิโลเมตร รวมทั้งพื้นที่ที่น้ำท่วมถึงได้ด้วย
      4. seismology ยกเว้น หรือ ไม่รวมพื้นที่ที่มีกิจกรรมการเขย่าพื้นผิวโลก ที่มีความแรงสูงๆ วัดด้วยหน่วย MCS ได้เกิน ๘ หน่วย
      5. อื่นๆ
    • บรรทัดฐานสำหรับพิจารณาประกอบการดำเนินงาน และ
      1. Topography หลีกเลี่ยงพื้นที่โคก หรือ เนินที่มีความลาดชันสูงกว่า หรือ มกากว่า ๕ องศา
      2. Geology มาอีกแล้ว แต่ในงวดนี้ ให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่ไม่สามารถขุดเจาะได้ หลีกเลี่ยงพื้นที่ซึ่งหินพื้นฐานสูงมากว่า ๘-๑๐ เมตรจากพื้นผิว เลือกแหล่งที่มีดินเหนียวไว้ก่อน เพราะดินพวกนี้มีคุณสมบัติจับ หน่วงสารต่างๆไว้ในเนื้อดิน
      3. อื่นๆ เช่นพื้นที่ที่ไม่มีไฟฟ้า หรือ น้ำใช้ส่งเข้าไปได้โดยสะดวกเหล่านี้เป้นต้น
    • บรรทัดฐานสำหรับประกอบการพิจารณาด้านเศรษกิจ สังคม การเมือง อื่นๆ(อันหลังนี่ ว่ามาเอง และออกจะมากไป แต่ชอบที่จะเขียน)
      1. ราคาค่าที่ดิน ให้เลือกจากสถานที่ราคาไม่สูงไว้ก่อน ข้อนี้แม้จะชัดเจน แต่ก็ต้องระบุไว้
      2. ระยะทาง ให้คำนวณค่าขนส่ง ค่าก่อสร้างถนน หรือเส้นทางขนส่ง ค่าใช้จ่ายสำหรับไฟฟ้า/น้ำใช้
      3. กำลังคนสำหรับใช้ในการ ขุดเจาะ ก่อสร้าง/การดำเนินงานและการตรวจสอบ/ค่าใช้จ่ายอื่นๆที่อาจจะเกิดขึ้น
    เหล่านี้ เป็นประเด็นหลักสำหรับการคัดเลือกสถานที่ในเบื้องต้น

    มูลเหตุที่ต้องเขียนเรื่องนี้ขึ้นมานั้น เกิดจากกรณีโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ได้รับผลกระทบจาก แผ่นดินไหว และ สึนามิ ที่ฟุกุซิมาประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง ซึ่งเมื่อเราพิจารณากันห้ดีแล้ว ประเทศญี่ปุ่นเขาขาดแคลนพลังงาน อย่างไรเสียก้ต้องหาพลังงานมาให้ได้ แต่สภาพภูมิประเทศเป็นเช่นนั้น เขาไมาสมารถ เลือก ได้เลย ดังนั้นบริเวณที่เลือก จึงเป้นบริเวณ หรือ พื้นที่ ที่เสี่ยงน้อยที่สุด

    เกณฑ์การคัดเลือกแม้จะแตกต่างกันไป เพราะเป็นโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ แต่คงเข้มข้นกว่าที่นำเสนอนี้อยู่หลายประเด็นทีเดียว

    สิ่งที่เกิดขึ้น คือเหตุการณ์ทางธรรมชาติ ธรรมชาติที่ สุดที่มนุษย์ตัวเล็กๆจะรับมือได้ ธรรมชาติที่ สุดที่เทคโนโลยีจะต้านทานไหว ดังนั้นจึงเห็นได้ชัดเจนว่า ในความพยายามที่จะระงับเหตุจึงกระทำไปตามสถานการณ์ของแต่ละแห่งๆไป

    นอกไปจากนี้แล้ว โรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ที่สร้างขึ้นนั้น ยังเป็นแบบ น้ำเดือด หรือ boiling water reactor(BWR) ซึ่งนับว่า แทบจะมี กัมมันตภาพรังสี จาก แกนเครื่องปฏิกรณ์ มาสู่กังหันเทอร์ไบน์ โดยไอน้ำโดยตรงเลยทีเดียว ซึ่งนับว่า เป็น ระบบ ที่มี ความปลอดภัย น้อยที่สุดในตัวเองอยู่แล้ว ดังนั้น เมื่อเกิดอุบัติภัยขึ้น จึงยากที่จะระงับให้สงบลงได้ อย่างที่ทราบกันดีอยู่

    รอดูกันต่อไปว่า เขา, ญี่ปุ่น, จะจัดการกากกัมมันตรังสีได้อย่างไร อยากช่วยน่ะ อยาก แต่ ฝีมือยังไม่ถึงขั้นหรอก คนไทยน่ะ ถ้าว่าออกมาพูดว่าสามารถจัดการกากฯได้ ก็โอ้อวดคุณวิเศษ ที่ไม่มีในตัวแล้วหละ

    ญี่ปุ่น เขามีที่ทิ้งกากฯ แต่ก็เชื่อยากว่า ได้ที่ที่เหมาะสม เพราะเมื่อพื้นที่เขาเต็มไปด้วยการสั่นไหว แล้วการได้สถานที่ที่เหมาะสม จะเกิดขึ้นได้ฤๅ เห็นใจในข้อนี้อยู่มาก

    Thursday, March 17, 2011

    บรรยายให้คณะผู้เข้าชม คณะแรก หลังอุบัติเหตุที่ญี่ปุ่น: กฟผ

    คณะผู้ชมของ กฟผ.
    คณะผู้เยี่ยมชม จาก กฟผ. แวะมาทักทายเพื่อเปิดเผยข้อมูล ก็บรรยายไปถึง นิยามว่า กากฯ category กากฯ basic steps การจัดการกากฯ การเสาะแสวงหาสถานที่ทิ้งกากฯ เงื่อนไข หือ criteria ของแหล่งทิ้งกากฯ และที่สุด นำชมโรงเก็บกากฯ พร้อมทั้งตอบคำถามเล็กๆน้อยเท่าที่ตอบได้ อาทิเช่น สถานที่ทิ้งไม่พอน่ะถ้ากากฯเพิ่มขึ้น ทิ้งที่ไหน เก็บที่ไหน, เรื่องแท่งเชื้อเพลิง แอบซื้อ ทิ้งยังไง

    ก็ตอบท่านเหล่านั้นไป

    Tuesday, March 8, 2011

    ผู้มาเยี่ยมชม สทน. โดย มธ.

    มากันฉุกเฉิน มะไฟ ก็ให้การต้อนรับไปตามความรู้ ความสามารถที่มีอย่างเต็มที่
    เห็นว่า พี่พี่ เขาจด เลยมอบนามบัตรที่มี blog ให้เขาไป เพื่อว่า เขาจะได้ฟังโดยไม่ต้องพะวง

    บันทึกไว้แล้ว สำหรับคำถามที่ถามมา และ ตอบไป
    เขายังกังวลเรื่องสถานที่ ก็ตอบเขาไปตามตรงเช่นกันว่า ต้องทำอย่างโปร่งใส และ ถูกต้องตามหลักวิชาการ

    ๕๐ ปี ก็ประมาณเท่านี้ กับอีกนิดที่คลอง ๕
    เสียดายนิดหนึ่ง ที่เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ อยู่ระหว่างปิดซ่อมบำรุง

    Friday, February 4, 2011

    พี่ น้อง ลุงป้าจากเมืองเพชรบุรี แวะมาเยี่ยม

    คนดีเมืองเพชรบุรี
    มากันฉุกละหุก หากต้อนรับขาดตกบกพร่องไปบ้าง ก็ขออภัยด้วยน่ะ
    ภายในโรงเก็บรักษากากฯ
    ประเดี๋ยว ขอให้ถ่ายโอนรูปได้ แล้วจะนำมาลง
    พี่ถามได้ถูกใจผมจริงๆ
    ความกังวลของพี่ ก็ถูกต้อง

    ดูว่า ภายในระยะเวลาไม่ถึง ๗ คาบวันเนี่ย ชาวเพชรบุรี แวะมาหา มาพบ ๒ เที่ยวแล้ว

    มธก. เขาพามาในเที่ยวนี้

    Monday, January 31, 2011

    ม. ราชภัฏเพชรบุรี แวะมาเยี่ยม

    พรุ่งนี้ ๑ กพ ๒๕๕๔ ม. ราชภัฏเพชรบุรี จะแวะมาเยี่ยม
    ปรีเทส
    ยินดีต้อนรับ สุภาพชน สุชน ผู้ที่มีคุณธรรมนำความรู้ ค้ำชูสังคม
    แวะมา ก็แจ้งด้วยน่ะครับ

    คณะวิทยาศาสตร์ ม. ราชภัฏเพชรบุรี
    รอสักครู่ กำลังเตรียมรูป

    กรุณากด คำสำคัญ ข้างล่างนี้ ตรง การจัดการกากกัมมันตรังสี หรือ ไกลปืนเที่ยง ครับ
    พวกท่านมาได้จังหวะพอดี สวนทางกันพอดีกับ ผสทน. ทั้ง ๒



    พี่ครับ ใบไหนใบล่าสุดครับ
    คำถามที่ดีครับ พี่ตอบไม่ได้ เดี๋ยวจะถามให้น่ะครับ
    Ds คืออะไรครับ
    surface dose rate ครับ อันเดียวกับ contact dose rate ครับผม

    Friday, January 28, 2011

    แขกจาก จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย นิสิต นิวเคลียร์เทคฯ

    นิสิต จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย แวะมาเยี่ยมชม สทน. และ ศจ.
    นั่นแหละ กำลังกระโดดพอดีเลย
    ยินดีต้อนรับ ทั้งในฐานะ พนักงานเจ้าหน้าที่ สทน. และ ในฐานะ รุ่นพี่นิวเคลียร์เทค และ ในฐานะรุ่นพี่ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย
    ที่ถามๆมาน่ะ เทปไว้หมดแล้ว ประเดี๋ยวจะไปแกะออกมาลง FAQ คริคริ

    การจัดการกากกัมมันตรังสีแห่งประเทศไทย ---> กากไทย ---> ไกถาก(คำผวน) ---> ไกล tag ---> ไกลเที่ยง (ภาษาเยอรมัน) ---> ไกลปืนเที่ยง

    ค้นคำสำคัญข้างล่างนี้ก็ได้ มันจะมาหมดเลย

    Friday, July 2, 2010

    ไกลปืนเที่ยง : grass

    commands


    มันให้แปลกไปมากเลย ทีเรียกด้วย user ธรรมดาทีไร เป็นต้องได้ errors ไปซะทุกที จนต้องไปถามทั้งที่ forums และ grass developers เองด้วย นอกเหนือไปจากลำดับขั้นตอนการลง ที่วนเวียนกัน คือ
    1. ต้องลง gdal โดยไม่ต้อง support grass ก่อน
    2. ลง grass ต่อไป หลังจากนั้น
    3. ย้อนกลับมาแก้ gdal ให้ support grass แล้วลงใหม่
    4. ย้อนไปลง grass ซ้ำอีกที แต่ห้ามลบก่อนลง


    อะไรมันจะขนาดนี้ ก็ไม่รู้ เน้าะ

    เฮ้อ นึกว่าจะไม่ได้ใช้ซะแล้ว

    Saturday, May 8, 2010

    ไกลปืนเที่ยง : โครงการ

    จาก ต้นเรื่องที่ นี่แหละ มาถึงเมื่อวันก่อน เห็น น้ำแม่กวงเสีย เลยต้องขอเพิ่มองค์ประกอบ หรือ ปรับแผนงาน โครงการ ขึ้นมาอีกนิด ให้รวม expert system เอาไว้ด้วย

    IT จะช่วยอะไรได้ กับสิ่งแวดล้อม ฮึ

    Tuesday, April 20, 2010

    โปรแกรม เรื่องสั้น (ต่อ)


    ยกมาที่นี่เลยก็แล้วกันน่ะ ก็จาก โน่น แหละ

    งงงมั้ย เรื่องมันสั้น แล้วดันมา ต่อ เนี่ย

    ก็งี้แหละ ชอบทำอะไรให้มันสับสนวกวนซะงั้น แต่อืมม จะว่าไปแล้ว ก็ไม่ถูกต้องนัก เพราะในชีวิตจริง มันก็ยาก ที่จะหาอะไรที่ ตรงไปตรงมา กันได้ง่ายๆ มักจะวกวน เลี้ยวลดไปแทบทั้งนั้น

    ต้นฉบับ มอบให้น้องแขก เธอไปเมื่อครู่นี้เอง

    ก่อนหน้านี้ คุยกับ สุสักไปแล้วเหมือนกัน ถึงเรื่อง km ที่ พี่สมพร ได้เคยพาดพิงถึงงานเขียนโปรแกรมเชิง literate programming ไว้ว่า เอาไปลง stkc อะไรทำนองนี้ แต่ต่อเรื่องราวกันไม่ติดซะแล้ว เพราะพูดกันไว้นานพอควร ราวๆ (กพ. นี่เอง )มีค ต่อ เมย นี่แหละ

    ไหนไหนก็ไหนไหน wherewhere is a wherewhere เอามาเผยแผ่กันตรงนี้ซะเลย ประเดี๋ยวแฟนๆจะว่ามีแต่ราคาคุย ไม่เห็นทำให้ดู
    % sgm-6m-prog-1d: An example of Literate programming to solve one dimensional flow by
    % pirat sriyotha
    \nocon % omit table of contents
    \datethis % print date on listing
    \def\TINT{TINT\-\kern.1em bang khen}

    @* A showdown of {\tt Literate programming}. This programme is to
    demonstrate problem solving with literate programming in \CEE/.

    @ The purpose of \.{sgm-6m-prog-1d} is to calculate the velocity when other two components,
    distance and time, are given and vise versa. All variables are for one dimensional water flow.
    The results are stored in plain text files and may be used for other calculations and sure for
    producing beautiful graphic too.

    @ The assignment task is very broad by itself. For one dimensional flow, any thing that flows
    will fit into this case. And since one dimension is part of many dimensions, any
    solution can be applicable to this sort of problem too, by wisely choose an appropriate
    situations. Further more, any flow (or moving) can be considered as one dimension
    flow (or moving) as well. This includes from neutrons diffusion in nuclear reactor up to
    flying kite, and rocket, in the sky and spaceship at outer spaces too.

    This kind of problem seems to be useful in management of radioactive liquid waste. By measuring
    liquid wastes flow out of the pipe at a discharge point, one can assess the amount of
    radionuclides released into the environment. Additionally, the value of flow rate can be used in
    controlling of treatment of liquid radioactive waste in particular. But there is no mention about
    this assumption when this task has been assigned.

    This resulted in commotion of literature searching or survey and manually filtering of unwanted
    documents are unavoidable and more fun is that the most useful references are from oaep
    library, Thai--AEC 31 and Thai--AEC 45. On the other hand, a number of solutions are also
    found around the internet. Even the reinventing the wheel is to be avoided though, the manager
    insists in writing codes by ourselves. Alas.

    @ To complicate the story further, displaying in graphic mode has to be done
    and a number of unknown constants are still in the mists. Fortunately, with some tools
    from X-windows, {\tt xdpyinfo}, one of the desired constant, dot per inch of my machine,
    is revealed. And since this is really a rather specific problem, it is no risk
    to do a more specific problem solving with hardware depending constants
    in a sense of independent from specific hardware.

    @ To make the long story short, the deputy director of the \TINT\, gives the final word
    by the end of one evening, simply do a bare bone programming for one dimensional flow,
    $$v = {s \over t\/},$$ given velocity one check for distant travel during time interval
    and that's all, no more investigation, and start coding.

    @* Let's come down to an earth. By my design, the problem has two version. For the first quick
    smart and sweet version, only calculation is performed but postpone displaying for later time.
    The reasons behind this is very simple, there are a number of tools in plotting beautiful graph
    for presentation in the net. And the second version is all-in-one which is self explanation.
    So for this particular moment, only the first version is presented.

    This programme has been develop on FreeBSD which is a blue--blood \UNIX/ operating system
    by \.{CWEB} programme. Some informations about FreeBSD is as follow:-

    FreeBSD maifa.homeunix.org 8.0-RELEASE FreeBSD 8.0-RELEASE \#1: Sun Apr 4 18:58:42 ICT 2010
    root@@:/usr/obj/usr/src/sys/HARIPOONCHAI i386

    @ Most \.{Literate programmings} share a common structure. It's probably a
    good idea to state the overall structure explicitly at the outset, even though
    the various parts could all be introduced in unnamed sections of the code
    if we wanted to add them piecemeal, quoted from wc.w--a well known example of
    literate programming.

    Here, then, is an overview of the file \.{sgm-6m-prog-1d.c} that is defined
    by this \.{Literate programming} \.{sgm-6m-prog-1d.w}:

    @c
    /*-
    * Copyright (c) 2010 Pirat Sriyotha aka jotawski
    * All rights reserved.
    *
    * to be added meat of license
    */
    @<Global variables@>@/
    @<Header files to include@>@/
    @<The main program@>

    @ We must include the standard I/O definitions, since we want to send
    formatted output to |stdout| and |stderr|.

    @<Header files...@>=
    #include <stdio.h>
    #include <stdlib.h>

    @ The |status| variable will tell the operating system if the run was
    successful or not, and |prog_name| is used in case there's an error message to
    be printed.

    @d OK 0 /* |status| code for successful run */
    @d cannot_open_file 1 /* |status| code for file access error */
    @d no_room 2 /* |status| code for memory in sufficient */

    @<Global variables@>=
    int status=OK; /* exit status of command, initially |OK| */
    char *prog_name; /* who we are */
    char *outputfile; /* contain data for later plotting */

    @ Now we come to the general layout of the |main| function.

    @<The main...@>=
    main (argc,argv)
    int argc; /* the number of arguments on the \UNIX/ command line */
    char **argv; /* the arguments themselves, an array of strings */
    {
    @<Variables local to |main|@>@;
    prog_name=argv[0];
    @<Set up for taking input@>;
    @<Open file for output@>;
    @<Process the calculation@>;
    exit(status);
    }

    @ Variable local to main programmes are quite simple one,
    for example velocity, distance, time, file pointer and so on
    @<Var...@>=
    double velocity; /* velocity, input data */
    double distance; /* distant travel */
    double time; /* time interval */
    FILE *fd; /* file pointer */

    @ Now that one must give |velocity|, as a floating point number, to the program.
    Without any number given, this programme is of no value. This is the {\bf{ONLY
    ONE INPUT}} to the program.
    @<Set up...@>=
    printf("\ngive me the value of velocity in units of meter per second please\n\n");
    scanf("%lf", &velocity); /* {\bf{NEED THIS}} */

    @ Here's the code to open the file. {\bf{You can change the name of file to whatever
    you want}}, but for this moment, ``|jotawski_1d|'' is used. No particular reason
    for this, but I like the name.

    @<Open file for...@>=
    if ((outputfile = (char *)malloc(20)) == NULL) {
    fprintf(stderr, "sorry no room left for a single byte\n");
    status = no_room;
    } else
    sprintf(outputfile,"%s","jotawski_1d"); /* {\bf{change |jotawski_1d| to suit your need}} */
    if ((fd=fopen(outputfile,"w")) == NULL) {
    fprintf (stderr, "%s: cannot open file %s\n", prog_name, outputfile);
    status=cannot_open_file;
    }

    @ Now we process the calculation by assuming that a 100 intervals of 10 seconds
    will be calculated and printed out into output file. My instinct tell me that
    1000 seconds is the most suitable duration for testing.

    @<Process...@>=
    @<Initialize output file header for ease of reading@>;
    @<Print table@>;
    @<Close file@>;

    @ The most important one is to close all files opened, |FILE *fd|, and freed
    all memories, |char *outfile|, back to operating system
    or you will face a few weird problems otherwise. Just to clean up.

    @<Close file@>=
    fclose(fd);
    free((char *)outputfile);

    @ Header of output file for ease of reading and back checking.

    @<Init...@>=
    fprintf(fd,"plotting of distance and time at velocity %lf meters per second", velocity);
    fprintf(fd,"\ntime distant in meters\n\n");

    @ We need this counter for looping around. Actually, 1000 seconds are needed
    but since it starts with number 0, zero, so a hundred and one intervals
    is used instead. Once again, this is just a number, any integer number.

    @<Var...@>=
    int counter; /* time interval as stated above, just only 1010 seconds */

    @ And finally and the meat of this project: output your calculation.

    @<Print table@>=
    for ( counter = 0; counter < 1010 ; counter += 10) {
    distance = velocity * counter;
    fprintf(fd,"%4d %lf\n", counter, distance);
    }
    printf("\nThanks for your time and have a look at %s for output\n", outputfile);

    @ The final remaining loose end is to extract and compile programme written from this
    file and get executable computer code,\,{\it{sgm-6m-1d\/}}, which is quite simple from
    four commands below, the first two lines for this purpose and the last two lines for
    producing a pretty print output of this manual,\,{\it{~sgm-6m-1d.pdf\/}}.

    \% ctangle sgm-6m-1d.w

    \% cc -o sgm-6m-1d sgm-6m-1d.c -lc

    \% cweave sgm-6m-1d.w

    \% pdftex sgm-6m-1d.tex


    @* Index.
    Here is a list of the identifiers used, and where they appear. Underlined
    entries indicate the place of definition. Error messages are also shown.


    เตรียมด้วย vi น่ะ
    ไม่รู้ cut & paste แล้วจะรักษาสภาพเดิมไว้ได้รึเปล่า มันมีผลครับ มันมีผล เพราะ TeX เขาจะบ่นเอาง่ายๆ

    โห ลำบากเลย แต่ไม่เป็นไร เพื่อแฟนๆ มะไฟ ทนได้ ทำให้ได้ ก็พวกเครื่องหมาย น้อยกว่า มากกว่า นั่นแหละ ที่ editor เขาตัดออกไปเลย เลยต้องใช้ วิชาแมว มาอีดิดเอา

    ยังไม่ได้ตรวจสอบน่ะครับว่า ที่อยู่ในกรอบเทาๆน่ะ ผิดพลาดคลาดเคลื่อนอะไรไปอีกมั้ย ยังไม่ตรวจครับ ยังไม่ตรวจทานกับต้นฉบับ ยังไงจะพยายามใช้ html tag <pre> ดู ลองดูแล้ว ไม่ได้ครับ ดูไม่สวยเลย สำหรับ tag ที่ว่า

    จากต้นฉบับนี้ ท่านสั่ง

    # cweave sgm-6m-prog-1d.w
    # pdftex sgm-6m-prog-1d.tex

    เท่านี้ ท่านก็ได้เอกสาร .pdf สวยๆ มาอ่านแล้วหละ น่ะ ส่วนตัวโปรแกรมทีเป้นแฟ้ม sgm-6m-prog-1d.c นั้น ก็สั่งง่ายๆ

    # ctangle sgm-6m-prog-1d.w

    ก็ได้มาแล้ว จากนั้น ก็ compile รวดเดียวเลย

    # cc -o sgm-6m-prog-1d sgm-6m-prog-1d.c -lc

    ก็จบงานกัน ได้โปรแกรมมาใช้งานแล้ว งานจริง เริ่มต่อจากตรงนี้ครับ และใช้ leo สิงห์โต ซดต้มยำ อะไรอย่างว่านั้นแหละ เตรียมเอา

    อย่าคิดว่า มะไฟ อวดโง่ เขียนด้วยภาษาอังกฤษน่ะ TeX มันยังไม่รู้จักภาษาไทยน่ะ ไม่มีเหตุผลอะไรมากหรอก ที่อวดๆน่ะ เพราะมันจำเป็น

    Saturday, April 3, 2010

    FreeBSD: Handbook ไกลปืนเที่ยง

    commands

    มีการเปลี่ยนแปลงมากหลายเกิดขึ้น สำหรับเอกสารของ FreeBSD ทารกน้อยน่ารักของเรา


    ที่ทราบ เพราะ ตรวจตรากับ mailing lists อยู่สม่ำเสมอ ผลกระทบอย่างแรง ก็ตรง บท ที่ได้เคยแปลไว้นั้น บางเรื่องเขาว่าล้าสมัยแล้ว เช่น pppd, slip อะไรพวกนี้

    อนิจฺจํ มันไม่เที่ยง

    ต้องมีการปรับปรุง และนำเสนอให้พี่พี่ เพื่อนๆ ทุกคน อืมมม น้องน้องทุกคนด้วยซิ เน้าะ ได้รับทราบ

    แหม ตั้งหัวข้อเรื่องยังกับว่า จะไป ไกลปืนเที่ยงเนี่ย ยังต้องมีคู่มืออีก เน้อะ

    Friday, April 2, 2010

    โปรแกรม เรื่องสั้น

    ท่านใด มีประสบการณ์ในการเขียนเรื่องสั้นบ้างครับ
    เราเอามาประยุกต์ใช้กับงานการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ในแบบที่ว่า เขียน code ไป ก็บอกรายละเอียดไป...

    ขอยกไปที่ โน่น ก็แล้วกันน่ะ ตามไปดูกันเถอะ

    View My Stats