ในช่วงต้นเดือน พฤศจิกายน ๒๕๕๕ นี้ มีงานออกพรรษา และระหว่าง ๓-๔ พย ก็ได้ไปทอดกฐินออกพรรษา แม้ว่าพี่ชาญ หรือพี่หน่อย ท่านจะว่าผ้าป่า แต่เราก็จะเรียกว่ากฐิน เอาเถอะ ได้บุญมาบอกเพื่อนๆด้วย แม้จะล่าไปโขอยู่ แต่เข้าใจว่าบุญยังพอมี ได้โปรดอนุโมทนาสาธุเอาเองน่ะครับ
ก็ช่วงนั้นเอง ที่มีข่าวเกี่ยวกับการขนย้ายสารรังสีที่สงขลา และก็มีการฆ่ากันตายด้วย (เอาภาษาชาวบ้านๆน่ะครับ)
ช่วงนั้นด้วยเช่นกัน ที่รองผู้ว่าจังหวัดสงขลา ท่านมาให้ข่าวสดสดทางทีวี และก่อนจบ ผู้ประกาศข่าว ก็เอ่ยว่า ...กระทุ้งสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ... ทำเอาท่ารองฯ ถึงกับแย้งเอาสดสดเหมือนกันว่า โปรดอย่าใช้คำว่ากระทุ้งเลย ก็เป็นอันไม่มีการกระทุ้งมาอีก แต่ความเป็นจริง ปส. จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับสารรังสี ผู้ประกอบการหรือไม่นั้น ก็ไม่มีอันใดที่จะปกปิดกัน ส่วนที่ว่าจะมาประกาศให้ทราบกันทุกๆสามเดือน หกเดือนนั้น ก็คงต้องดูถึงความเหมาะสมกันอีกที เพราะ ปส. เป็นเพียงหน่วยงานที่ออกใบอนุญาต และกำกับควบคุมให้ปลอดภัย
แต่จะว่าไปแล้ว ผู้ประกอบการ และชุมชน ก็ควรมีส่วนร่วมด้วยน่ะ ซึ่งอันนี้เองมั้ง ที่มักจะทำให้ชาวบ้านฉุนขาดน้อตหลุดไปซะทุกที เมื่อมารู้เรื่องเอาทีหลัง ทั้งๆที่ก็ควรจะมีส่วนร่วม ในการ ให้-ไม่ให้-ไม่เห็นด้วย ... ฯลฯ ตั้งแต่ต้น
เอาเถอด ผ่านไปแล้วก็ผ่านไป แต่อย่าให้ซ้ำรอยเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๔๓ ในคราวโคบอลนั้นอีกก็แล้วกัน
สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ใช้อักษรย่อชื่อหน่วยงานว่า ปส. งานที่สำคัญยิ่งคือ licensing process หรือการออกใบอนุญาต ก็แล ปส. นี้ ตามตำราว่ากันแล้ว ก็คือ regulatory body นั่นแล ท่านเอย
เอกชนที่ใช้สารรังสีนั้น จะว่าไปก็น่า หากจะขยายความให้เขื่องกันแล้ว จะเป็น ผู้จัดการ nuclear facilities ก็ยังได้ ซึ่งก่อนที่จะได้รับใบอนุญาตให้ประกอบการได้นี่ เขาต้องมีคุณสมบัติ สาระพัด สาระพัน หนึ่งในคุณสมบัติคือ ownership หรือความสามารถในการเป็นเจ้าของ ของสิ่งสิ่งนั้น เพราะเหตุที่ว่า โดยเมื่อผิดขึ้นมาแล้ว ต้องรับผิดอย่างเดียว
แต่ก็ไม่เคยเห็นใครรับผิดเต็มๆเลย(ว่ะ)
เอาเถอะยุติเอาไว้ตรงนี้ ประเดี๋ยวจะเตลิดเปิดเปิงไปกันใหญ่
ระหว่างที่พักที่อำเภอคำเขื่อนแก้ว ยโสธรนั้น ไม่ได้ติดตามข่าวสารอะไรเลย เอาแต่มุ่ง ... ไปข้างหน้าอย่างเดียว
พอกลับมาบ้าน ก็ทราบว่า กระทรวงวิทย์ เขารื้อฟื้น ONRC Project ขึ้นมาใหม่ กะจะเอาให้ได้ 50MW รึเปล่า ไม่รู้ แล้วค่อยมาสะสางกันอีกทีละกัน แต่ที่อยากเรียนถาม สทน. ก็คือว่า เปลี่ยนโครงสร้างหน่วยงานจาก สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) มาเป็น สำนักงานเทคโนโลยีนิวเคลียร์(สทน) แล้วหรือไร เพราะเห็นสื่อ มติชนรายวัน เขาลงเอาไว้ ในวันที่ ๔ พย. ๒๕๕๕ ในหน้า ๑๒ ว่าอย่างนั้น
นี่ ก็อีกเหตุหนึ่งน่ะ ที่สื่อ ควรเข้มแข็งกับเรื่องราวที่ตนเองนำเสนอกันบ้าง
กราบขออภัย หนังสือพิมพ์มติชนรายวันเอาไว้ ณ ที่นี้ด้วย มิได้มีเจตนาให้ท่านเสียหายแต่ประการใด เพราะ มะไฟเอง ก็ยังเขียน ชื่อหน่วยงาน ตกหล่นไปเหมือนกันครับ ลืม แห่งชาติ ไป แล้วก็ หัวเรื่องนั่น ฉบับ ก็เขียนเป็น ฉับบ มาแก้แล้วหละครับ
วกกลับมาเรื่องที่ กระทรวงฯ มีความต้องการที่จะฟื้นโครงการนี้มาอีกครั้ง ยังไงก็ยกร่างสัญญาใหม่ให้หมดเลยเถอะ น่ะ อย่าให้ประเทศไทยเสียเปรียบอีกเลย นอกเหนือไปจากการที่ระบุความต้องการกำลังเครื่องปฏิกรณ์ให้สูงขึ้นแล้ว เอาให้พอดีกับอนาคตสิบปีข้างหน้าดีกว่า อย่าให้ล้ำหน้ามากไปนัก อย่างเช่นกับการที่จะมี evaporators นั้น ก็ดูว่า เว่อไป เด้อ
แล้วอีกอย่าง การตั้งเตาเผากากกัมมันตรังสี เอาไว้ใกล้ๆกับอาคารผลิตไฮโซโทปนั้น ก็ดูว่ายากแก่การที่จะผ่านการประเมินน่ะ ไม่ต้องใช้วิชาอะไรมากเลย สามัญสำนึกพื้นๆนี่แหละ
กราฟ ที่นำมาให้ดูนั้น ก็เพื่อจะบอกว่า จำนวนผู้เข้าชมที่พุ่งปรู้ดสูงนั้น เขาเข้ามาอ่าน ศัพท์นิวเคลียร์ ฉบับชาวบ้านกัน หลังสัปดาห์ที่ไม่อยู่นั่นแหละครับ เข้าใจว่า คงเป็นทีมงานของ ดร. อนุช หรือเปล่าก็ไม่แน่ใจนัก แต่ มะไฟ ก็ขอขอบคุณเอาไว้ที่นี้ เป็นอย่างสูง ที่สละเวลาอันมีค่าของท่าน เข้ามาอ่านเอกสาร
_/\_
Showing posts with label regulatory body. Show all posts
Showing posts with label regulatory body. Show all posts
Thursday, November 22, 2012
Wednesday, January 26, 2011
Nuclear Energy Seminar: RMUTT
| ขอเอกสารครับ ... นี่ค่ะพี่ |
ในงานนี้ มาวลี ด้วย ทั้งเยอรมัน ลาว ไทย ญี่ปุ่น ฝรั่ง ปนเปกันไปเบิ้ดโลด มันสี่อาโพดอีหยังกะด้อแถ่ น้ออออ
คริคริ มาเริ่มก่อนทำไมละครับ พี่ ดร. บุญยัง
มี การสอบ พอให้รู้ว่ามาร่วมฟัง ร่วมแสดงความคิดเห็น
ใครรู้จักบ้าง smr
| ความร่วมมือ |
แต่ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ นั้นคือ nuclear facilities แล้ว กฏหมาย เกี่ยวกับเรื่อง nuclear และ regulatory body มีแล้วหรือยัง ฮึ
| นโยบายพลังงานนิวเคลียร์ ต้องชัดเจน |
ถาม เพื่อให้รู้ว่า ห่วง ให้รู้ว่า กังวล ไม่อยากให้เกิดเหตุเหมือนกับโคบอลต์หกสิบ ขึ้นมาอีก เพราะมันสะท้อนถึงการทำงานของ regulatory body ที่ไม่เอาไหน และ operators ผู้ที่ operate nuclear facilities ไม่รับผิดชอบ เท่านั้นเอง
คำสำคัญ:
kyoto university,
MOE,
NPP,
nuclear energy seminar,
nuclear facilities,
regulatory body,
rmutt,
spent fuel,
tint
Thursday, September 23, 2010
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ กับ ความเคลือบแคลงสงสัย
เรามาทำความจริงให้ปรากฏกันทีเถอะ น่ะ เกี่ยวกับ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์
ที่ชวนคุยวันนี้ ไม่ใช่เรื่องว่า จะมี จะไม่มีโรงไฟฟ้าอะไรหรอก เพราะในฐานะชาวบ้านคนหนึ่ง ก็ไม่ได้บริโภคพลังงานอะไรมากมายเลย แต่ขอให้มองกันกว้างๆว่า หากจะมี เรา ต้องรับผิดชอบ อะไรบ้าง เพราะถึงที่สุดแล้ว ประเทศชาติ ไม่ว่าชาติไหนก็ตาม หลีกไม่พ้นหรอก ที่ต้องหาพลังงานมาไว้ หากต้องพัฒนาประเทศขึ้นมา
นิวเคลียร์ เป็นพลังงานหนึ่ง ดังได้กล่าวมาแล้ว
ตกลงกันตามนี้ก่อน ตีกรอบกันตรงนี้ก่อน น่ะ
ก็แลเรื่องที่กังวลกันนั้น ไม่มีอะไรมากไปกว่า ประสิทธิภาพของคนทำงาน กับ กากนิวเคลียร์ เพราะอย่างอื่น มาจากต่างประเทศ แต่ คน กับแท่งเชื้อเพลิง ที่จะกลายมาเป็น กากนิวเคลียร์ในภายหลังนั้น เราต้องดูแล
ดังนั้น กรอบที่เราจะพูดกัน มี ๒ เรื่อง คน กับ กากนิวเคลียร์ เน้าะ
จะยังไม่จบง่ายๆหรอก และจะขอโยกไปที่ วังนาคหอม อันเป็นที่ของเรื่องนิวเคลียร์โดยจำเพาะ แต่ก็ยังไม่ร่ายกันเอาในวันนี้น่ะ วันนี้ วันพระ ขออนุญาตสงบสติ สร้างปัญญาให้งอกงามขึ้นมา เผื่อจะยาวกว่าหูอึ่งบ้าง คริคริ
ที่ชวนคุยวันนี้ ไม่ใช่เรื่องว่า จะมี จะไม่มีโรงไฟฟ้าอะไรหรอก เพราะในฐานะชาวบ้านคนหนึ่ง ก็ไม่ได้บริโภคพลังงานอะไรมากมายเลย แต่ขอให้มองกันกว้างๆว่า หากจะมี เรา ต้องรับผิดชอบ อะไรบ้าง เพราะถึงที่สุดแล้ว ประเทศชาติ ไม่ว่าชาติไหนก็ตาม หลีกไม่พ้นหรอก ที่ต้องหาพลังงานมาไว้ หากต้องพัฒนาประเทศขึ้นมา
นิวเคลียร์ เป็นพลังงานหนึ่ง ดังได้กล่าวมาแล้ว
ตกลงกันตามนี้ก่อน ตีกรอบกันตรงนี้ก่อน น่ะ
ก็แลเรื่องที่กังวลกันนั้น ไม่มีอะไรมากไปกว่า ประสิทธิภาพของคนทำงาน กับ กากนิวเคลียร์ เพราะอย่างอื่น มาจากต่างประเทศ แต่ คน กับแท่งเชื้อเพลิง ที่จะกลายมาเป็น กากนิวเคลียร์ในภายหลังนั้น เราต้องดูแล
ดังนั้น กรอบที่เราจะพูดกัน มี ๒ เรื่อง คน กับ กากนิวเคลียร์ เน้าะ
จะยังไม่จบง่ายๆหรอก และจะขอโยกไปที่ วังนาคหอม อันเป็นที่ของเรื่องนิวเคลียร์โดยจำเพาะ แต่ก็ยังไม่ร่ายกันเอาในวันนี้น่ะ วันนี้ วันพระ ขออนุญาตสงบสติ สร้างปัญญาให้งอกงามขึ้นมา เผื่อจะยาวกว่าหูอึ่งบ้าง คริคริ
คำสำคัญ:
NPP,
nuclear facilities,
nuclear waste,
operators,
regulatory body
Thursday, May 13, 2010
อ่านเอาเรื่อง ภาษาไทย

ว่าจะไม่แล้ว แต่วันวานไปอบรมฟื้นฟู... ที่เขาจัดขึ้น และ บังคับว่าทุกคนต้องไปฟื้นฟูไม่มียกเว้นตั้งแต่ ผู้อำนวยการ ยัน ภารโรง เจอคำที่เคยแซวไว้ มันอดไม่ได้ หลายคำเชียว
ที่ว่า ว่าจะไม่ ก็คือว่า อย่าได้คิดว่าจะมีแต่ มะไฟ ที่อ่านเอาเรื่องแบบนี้ อาจารย์ ท่านยังปวดหัวด้วยเหมือนกัน อาจารย์ นิตยา กาญจนะวรรณ (ขออนุญาตเอ่ยชื่อ เพื่ออ้างอิงเทานั้นครับ) ท่านเขียนใน ไทยมองไทย ก็เรื่องม้าม้า ลองอ่านดู
เลือกม้านั่งสบายๆในห้องอาหารที่สนามม้าแล้วสั่งปูม้ากับปลาม้ามากิน
ปัญหา ไม่ได้อยู่ที่ภาคภาษาไทย แต่อยู่ที่ ถ้าฝรั่งมาอ่านโดยแปลข้อความข้างต้นเป็นภาษาอังกฤษ มันจะ...ขนาดไหน ลำพังเพียงแค่ตลกที่ว่าให้ฝรั่งมาพูดไทยว่า ใครขายไข่ไก่ เนี่ย ก็ขำ...แตกแล้ว
นี่ขนาดปรมาจารย์ ท่านยังยกการอ่านเอาเรื่องมาหาเรื่อง
หัวข้อที่ไปอบรมฟื้นฟู ก็ การอบรมหลักสูตร การฟื้นฟูความรู้ของบุคลากรที่ปฏิบัติงานในสถานปฏิบัติการทางรังสี(ตามกฏหมาย)
ทำไมต้องมีตามกฏหมายในวงเล็บต่อท้ายด้วย รึว่า มันจะมี ผิดกฏหมายด้วย บ้านเมืองเรา ทำอะไรผิดกฏหมายได้ด้วยรึ ฮึ รังสีผิดกฏหมาย มีได้หรือ อีกอย่างหนึ่ง ก็ทำให้ทราบว่า ที่นี่ เขามีไฮเทคจริงๆ เพราะแต่เด็กมา ก้ทราบว่า ถนนหนทางนั้น มี ทางลูกรัง ทางราดยาง ทางคอนกรีต แต่ที่นี่ เขามี ทางรังสี ให้ด้วย
อะโห สี่สาวแรกนา ซ้วยสวย สีน้ำเงิน บานเย็น ม่วง เหลือง
เทพี เดินหาบเป็นคู่ๆ งามแท้แม่เทพีแรกนา
บานเย็น คู่กับน้ำเงิน
เหลือง คู่กับ ม่วง
เทพีทั้งสี่ เดินตามพระยาแรกนา
สาธุ วันนี้วันพระ ขอความสุขสวัสดิ์ เจริญในข้าวปลาอาหาร น้ำฝน จงบังเกิดกับแผ่นดินสยามเมืองยิ้ม ประเทศไทยแห่งนี้ด้วยเถิด
ก็มีเรื่องของกฏหมายที่ควรทราบ ซึ่งก็ ให้(คำแนะนำ) ข้อเสนอแนะ ไปว่า
- โปรดหาข้อยุติทางกฏหมาย เรื่องการควบคุมเครื่อง x-rays แต่โดยด่วน จะมาเอาแง่ว่า มันต้องเสียบปลั้ก จึงจะเข้าข่ายนั้น ไม่ดีหรอก มันเกินไป แม้จะเคยเขียนล้อเล่นในนี้ ว่า ให้ดูคู้สามีภรรยา ที่ไปจดทะเบียนสมรส ก็ตามที นั่น ก็เพียงพูดกันเล่นในหมู่เพื่อน แต่ที่เสนอไป เพราะ ไม่อยากให้ ข้อขัดแย้ง นี้ นำไปสู่ความสุญเสีย เช่น คราว อุบัติเหตุทางรังสีโคบอลต์หกสิบ นั่นอีก
- เรื่องของกากฯ หาก ปส. เห็นว่า ยังหาช่องทางควบคุมไม่ได้ เพราะ พรบ. ๒๕๐๔ นั้น ไม่มีคำว่ากากกัมมันตรังสี อยู่ ก็ให้ออกกฏมายมาเถิด อย่าไปตีความเลย อย่าไปกังวลเลยว่า ศจ. จะกระทำการใดใดตามอำเภอใจได้ เพราะ หากกระทำเช่นนั้นจริงๆ ศจ. ก็ไปเป็น จำเลย ของกฏหมายมหาชนเอง แต่ regulatory body นั้นเองแหละ จะโดน โดนคนแรกด้วย เพราะ ไม่ไปควบคุมเขา
แล้วก็ถึงคิวพี่ปลิว ก็พี่คนนี้แหละ ที่เห็น มะไฟ เล่นหมากรุกฝรั่ง โดนคนอื่นร่วมๆ สิบคนรุมเอา แต่ก็ยังปราบ มะไฟ ไม่ค่อยจะได้ พี่ปลิว เลยพูดออกมาว่า มะไฟ คนเดียว รุมคนอื่นสิบกว่าคน
เอ๊อออ ให้มันได้ยังงี้ซิ นึกได้ยังไงน่ะเนี่ย
เอาเถอะๆๆๆ แต่ใน slide show ของพี่ มีอยู่หนึ่งแผ่น ที่เขียนหัวข้อว่า
คำถามชวนสงสัย
ก็ให้งงงว่า ใครสงสัย อ่านไปอ่านมา อ๋อ ชวน ไง ชวน เขาสงสัย แล้วพวกเราก็ไม่ต้องไปสนใจน่ะซิน่ะ เน้าะ เรามาดูว่า ชวน สงสัยยังไงกันแน่ พี่ปลิว ถึงได้เห็นคุณค่า นำมาเสนอ
- ระดับรังสีเท่าใดที่จะเพิ่มความเสี่ยวต่อสุขภาพของคน
- อะไรคือผลกระทบต่อสุขภาพถ้าได้รับสังสีใรปริมาณที่มากพอ
- มีระดับรังสีที่ปลอดภัยหรือไม่
มันไม่ใช่แค่ ชวน หรอกที่สงสัย มะไฟ ก็ให้สงสัยด้วย ในข้อแรกนั้น สูงแค่ไหน แต่เกรงว่าพี่เขาจะเสียหน้า เลยไม่กล้าถาม
แต่พี่บุญเลิศที่นั่งข้างๆนี่ซี ถามอยู่นั่นแหละ ว่า pair production มันคืออะไร ช่างสังเกตุสังกาสงสัยใฝ่รู้จริงๆน่ะ พี่เลิศ พอดีพี่ปลิวเขาพูดถึงหน่วยทางรังสีว่าใช้ ซีเหวิด Sv ว่าเท่ากับ หนึ่งจูลต่อกิโล ถามว่าหนึ่งจูลเท่ากับเท่าไร ก็ว่า เท่ากับออกแรง หนึ่งนิวตันผลักวัตถุใดใดให้เคลื่อนที่ไป หนึ่งเมตร ก็เลยเอานิ้วตันๆห้านิ้ว ออกแรงผลักพี่เลิศไปเบาๆเป็นระยะทางเล็กน้อย วัดไม่ค่อยได้ ผลกระทบ ทำให้พี่เลิศหน้าบิดไปนิดหน่อย
ต่อมา พี่เด๋ พี่คนนี้มาพูดเรื่องอยู่เวร แล้วก็พาดพิงถึงเรื่องกากฯ แต่เกรงว่าเขาจะไม่คล่อง เลยไม่อยากถาม แต่ พี่เขาประสบปัญหาความยากจนเอกสาร เพราะพี่เขาว่า เขาเอาใส่ทำไดร้ฝมาแล้ว มันหล่นกลางทาง ...ฯลฯ
ก็งี้แหละน่ะพี่น่ะ ทำงานบน network ไม่เป็น มันก็งี้แหละ เอาแต่ทำงานอ้อฟไลน์ มันก็งี้แหละ
เอ รึว่าถนัดอ้อฝไลน์
เอ รึว่าถนัดอ้อฝไลน์
พี่เด๋ เล่าให้ฟังอีกว่า คืนหนึ่งราวๆตี ๒ ได้รับโทรฯจาก g4s เขาทราบทันทีว่า มีเหตุเกิดขึ้นที่ สทน. สอบถามแล้ว ได้ความว่า
กล้องตรวจจับการเคลื่อนไหว ตรวจพบ แมว ๒ ตัว กำลังต่อสู้กัน เพื่อแย่งหนูตรงตึกเก็บกากฯ
เอาเข้าไป นี่ขนาดแมวน่ะ แล้วถ้า มด มันเกิดเดินหนีน้ำฝน พี่เด๋ มิต้องหลับ นอนกันพอดีรึ น่าสงสัยและชวนสงสารนัก
หลายท่าน ที่มาช่วยฟื้นฟู ก็ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วย เพราะแทบทุกท่านจะจบด้วย ขอบคุณ ก็เลยขอขอบคุณตอบแทน ขอบ น่ะ ขอบ ไม่ใช่ ขอ อบ
จัดอีกเมื่อไร ก็จะไปฟื้นฟู
Monday, February 9, 2009
การจัดการกากกัมมันตรังสี(๑)
เรามาต่อกันจากที่หยุดไว้ขณะหนึ่ง จากตอนที่แล้ว
เรามาต่อกันนอกเรื่องกากฯไปนี้ดหนึ่ง ไม่มากนัก ยังวนเวียน เกี่ยวพันกับกากฯอยู่แหละ
เรื่องที่ว่านั้นคือ เรื่องของการมีไว้ครอบครองสารรังสี หรือ วัสดุกัมมันตรังสี ที่โดยธรรมชาติแล้ว ผู้ที่จะ มีไว้ครอบครอง นั้น ต้องมีคุณสมบัติพอเพียง พอเพียงเพื่อให้แน่ใจว่า วัสดุกัมมันตรังสี เมื่ออยู่กับท่าน จะไม่เกิดอันตราบใดใดขึ้น ท่านจะไม่ได้รับอันตรายใดใด ผู้อื่นก็จะไม่ได้รับอันตรายใดใดด้วยเช่นกัน แลหากว่าจะมีการตรวจสอบอันใด ที่เกี่ยวข้อง จะโดยแจ้งล่วงหน้า หรือ สุ่มตรวจ ก็ตามแต่ ท่าน ต้องเอื้อให้ การตรวจสอบ นั้นเกิดขึ้นได้ และ แน่นอนว่า ผลการตรวจสอบนั้น แสดงว่า วัสดุกัมมันตรังสี อยู่ในสภาพที่ดี เพื่อว่าท่านจะสามารถ หรือ มีสิทธิครอบครอง ต่อไป ก็ประมาณนี้แหละ น่ะ
ท่าน คือ ผู้ที่ครอบครองวัสดุกัมมันตรังสี ท่าน ได้รับอนุญาต ให้ครอบครองวัสดุกัมมันตรังสี ก็แล้ว ใครล่ะ ใครกัน ที่เป็นผู้อนุญาต ท่านอาจจะถามขึ้นในใจ หรือ ทำไม ต้องขออนุญาตด้วย
คำตอบ ก็ให้ลองนึกถึงธรรมชาติบ้างน่ะ อาจจะทำให้เรื่องราวต่างๆ ง่ายขึ้น
ธรรมชาติที่ว่า ก็คือว่า ถ้าท่านจะแต่งเมียสักคนหนึ่ง, สามารถใช้คำว่า สักคนหนึ่งได้ เพราะบางวัฒนะธรรม ผู้ชาย สามารถมีเมียได้หลายคน, ท่านคงต้องให้ ว่าที่พ่อตาแม่ยาย พิจารณาถึง คุณสมบัติ ว่า อืมมม คนดีไหม ขยันไหม รักจริงรึเปล่า มีทรัพย์พอเลี้ยงตัวเอง และครอบครัวได้หรือไม่ ฯลฯ
แม้กระทั้งว่า ฝ่ายหญิงเอง ก็เช่นเดียวกัน ผู้ที่จะเป็นพ่อผัว แม่ผัว ก็ต้องพิจารณาว่าที่ลูกสะไภ้ ด้วยเช่นกันว่า เป็นแม่ศรีเรือนได้มั้ย ซื่อสัตย์มั้ย สุขภาพดีไหม การครัว การบ้านเป็นอย่างไร เหล่านี้ เป็นต้น
ฉันใด ก็ฉันนั้น
ownership หรือ การมีสิทธิครอบครอง นี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้น ของการกำกับควบคุม ที่ซึ่งต้องมีขึ้น ต้องเกิดขึ้นก่อนสิ่งอื่นใด เป็นจุดเริ่มต้นของ licensing process ซึ่ง ระบุชัดเจนลงไป ว่า ใคร ครอบครอง radioactive materails อะไร เพื่อวัตถุประสงค์อะไร เก็บรักษาไว้ที่ไหน ได้รับสิทธิครอบครอง นานเท่าไร ฯลฯ
ใบอนุญาต หรือ license นี้ ผู้ทำหน้าที่ กำกับควบคุม หรือ regulatory body เป็นผู้ออกให้ ซึ่ง regulatory body นี้เอง ก็ได้รับการแต่งตั้ง โดย member states หรือ รัฐบาล อีกทีหนึ่ง
ownership หรือ สิทธิครอบครอง นี้สำคัญมาก หาก ไม่มีสิทธิครอบครองแล้ว ก็อย่าหวังไปเลยว่า การนำไปใช้งาน จักบังเกิดขึ้น
อืมมม คงแตกต่างกับซีงิตจริงที่พบเห็นบ้างน่ะ ประเภทที่ว่า หอบผ้าหนีไปนาน กลับมาบ้านที ก็มีลูกอ่อน มาให้แม่พ่อ ได้ชื่นชมแล้ว อันนี้ ใช้งานก่อน โดยไม่ได้รับอนุญาต ให้มี สิทธิครอบครอง ครับผม
ก็คงพอได้สาระบ้าง เกี่ยวกับ การมีไว้ครอบครอง และ การใช้ประโยชน์วัสดุกัมมันตรังสี ซึ่งเป็นต้นเหตุให้เกิดกากฯ อีกที
Thursday, February 5, 2009
การจัดการกากกัมมันตรังสี
วันนี้ ขออนุญาตถกเรื่องของ การจัดการกากกัมมันตรังสี ให้ได้สาระสักวัน ถกกันในโครงการไกลปืนเที่ยงนี่แหละ
สาระที่คาดว่าจะได้ ในช่วงแรกนี้คือ
๑) ความหมายของคำว่า การจัดการกากกัมมันตรังสี
๒) วัตถุประสงค์ของการจัดการกากกัมมันตรังสี และ ปรัชญาของการจัดการกากกัมมันตรังสี
๓) licensing process ที่เกี่ยวข้อง
เอากันในเบื้องต้นเพียงแค่นี้ก่อน และก็หากท่านผู้ชม ผู้อ่านมีข้อเสนอแนะ มีความคิดเห็นเพิ่มเติม แตกต่าง สอดเสริม อย่างไร ก็เรียนเชิญครับ ในช่อง ความเห็นใต้หัวข้อ ใต้หัวเรื่อง เรื่องนี้ เปิดกว้างไว้สำหรับรับฟังโดยไม่มีขีดจำกัดแต่อย่างไร แต่ก็ตกลงกันไว้ก่อนน่ะ ว่า ท่านต้องรับผิดชอบต่อความเห็นของท่าน
ก่อนอื่น ต้องรับทราบความจริงของบ้านเราก่อนว่า ประเทศไทย ไม่ใช่ประเทศอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุตสาหกรรมนิวเคลียร์ เรา ไม่ใช่สิ่งนั้นโดยสิ้นเชิง เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว อะไรละ ที่บังเกิดขึ้นในบ้านเมืองเรา
อันนี้ คงต้องย้อนกลับไปเมื่อราวๆ ๔๐ ปีก่อนโน้น ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่บางประเทศเกิดมโนสำนึกในด้านดีขึ้นมา หลังจากที่คร่าชีวิตผู้คนไป คร่าไปด้วยสิ่งที่ตนเองมีอยู่ ทั้งที่รู้ว่าไม่จำเป็น เลยเกิดโครงการ Atoms for Peace ขึ้นมา ผลของโครงการนี้ ก็เลยทำให้ประเทศไทย ที่ปลูกข้าวเลี้ยงคนในโลกทุกวันนี้ ได้เครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัย (nuclear research reactor) ขึ้นมา ๑ เครื่อง พร้อมกับกฏหมาย ๑ ฉบับ
พระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ ๒๕๐๔
เครื่องปฏิกรณ์ นั้นตั้งบน หรือ ใน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ภาระกิจแรกเริ่มดูจะมี ผลิตไอโซโทปรังสี งานวิจัยเพื่อ หรือ ด้านเกษตรศาสตร์ งานวิจัยในกิจการแพทย์ และ น้ำที่เป็น coolant นั้นก็เทลงมาให้ กองขจัดกากกัมมันตรังสี บำบัด ปีละหน เท่านั้นเอง ก็อาจจะมีของที่เผาได้ประปราย แต่ไม่มาก เพราะเตาเผาเมื่อก่อนโน้น เตาเผาผี ยังใหญ่กว่าซะอีก
แต่ ไม่มีอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ ที่มีขบวนรถไฟ ขนส่งแร่ หรือ สินแร่นิวเคลียร์วิ่งวันละหลายๆเที่ยว จากจุดหนึ่ง ไปยังอีกจุดหนึ่ง หรือ จากหลายๆแหล่ง ไปยังอีกหลายๆแห่ง ไม่มีเด็ดขาด !!!
จุดเริ่มต้นของกากกัมมันตรังสี มีอยู่เพียงเท่านี้ น้ำจากเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัย กับขยะเผาไหม้ได้
แล้ว อะไรคือความวุ่นวายของการจัดการกากกัมมันตรังสีอยู่ในขณะนี้ อะไรคือกากกัมมันตรังสี รึ หรือว่า อะไรกันแน่ ที่ว่าจัดการจัดการน่ะ แล้วการจัดการกากกัมมันตรังสี มันเป็นอย่างไร อันนี้หรือเปล่า ที่ทำให้วุ่นวายกัน จนต้องถึงกับ เปิดหลักสูตรอบรมการป้องกันอันตรายจากรังสี ขึ้นมา
ถ้ามันยุ่งนัก ก็อย่าไปจัดการเลย ปล่อยไปเถอะ แค่เอกสารง่ายๆ ยังจัดการไม่ได้ ก็อย่าริทำงานอื่นเลย
จากจุดเริ่มต้น ทราบว่า กากกัมมันตรังสีในประเทศไทย ก็เพียงแค่ ความเปรอะเปื้อนทางรังสี เท่านั้นเอง ไม่ว่า
จากจุดเริ่มต้น ทราบว่า กากกัมมันตรังสี คือสิ่งที่ เจ้าของเขาไม่ต้องการแล้ว หาก เขายังใช้งานอยู่ได้โดยปลอดภัย ก็ไม่สมควรนับเข้าไปเป็นกากกัมมันตรังสี
ขอให้ใส่ใจกับตรงที่เน้นว่า เขายังใช้งานอยู่ได้โดยปลอดภัย นี้ไว้ให้มากมาก เพราะมันแสดงถึง ownership หรือ สามี หรือ ความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ซึ่งการที่จะมีจะเป็นได้นี้ ไม่ใช่ของง่ายนัก
แต่กับกากกัมมันตรังสีแล้วนี่ เราต้องแสดงความเป็นเจ้าของด้วยหรือ ฮึ
ตะก่อนร่อนชะไรมา ก็เห็นแต่ว่า พอดั้มกากของแหลวมาที เรา (หมายถึงกองขจัดกาก) ก็บำบัดไปที อย่างมากที่จะแสดงได้ ก็คือกากของแข็งที่ต้องเผา ซึ่งมีเพียงแค่ บันทึกลงสมุดปกแข็ง เล่มโตขนาดกระดาษฟูลสแก้ปนั่นเทียว นั่นแหละ การแสดงว่า ฉันได้ดำเนินการกับกากกัมมันตรังสีแล้วน่ะ เท่านี้เอง
เรื่องดูท่าทางว่าจะยาว คงไม่จบในวันสองวันนี่หรอก เผลอๆล่วงวันมาฆะปูชาไปโน่นแล้ว ก็ยังไม่แน่
สาระที่คาดว่าจะได้ ในช่วงแรกนี้คือ
๑) ความหมายของคำว่า การจัดการกากกัมมันตรังสี
๒) วัตถุประสงค์ของการจัดการกากกัมมันตรังสี และ ปรัชญาของการจัดการกากกัมมันตรังสี
๓) licensing process ที่เกี่ยวข้อง
เอากันในเบื้องต้นเพียงแค่นี้ก่อน และก็หากท่านผู้ชม ผู้อ่านมีข้อเสนอแนะ มีความคิดเห็นเพิ่มเติม แตกต่าง สอดเสริม อย่างไร ก็เรียนเชิญครับ ในช่อง ความเห็นใต้หัวข้อ ใต้หัวเรื่อง เรื่องนี้ เปิดกว้างไว้สำหรับรับฟังโดยไม่มีขีดจำกัดแต่อย่างไร แต่ก็ตกลงกันไว้ก่อนน่ะ ว่า ท่านต้องรับผิดชอบต่อความเห็นของท่าน
มาต่อกันน่ะครับ

ก่อนอื่น ต้องรับทราบความจริงของบ้านเราก่อนว่า ประเทศไทย ไม่ใช่ประเทศอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุตสาหกรรมนิวเคลียร์ เรา ไม่ใช่สิ่งนั้นโดยสิ้นเชิง เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว อะไรละ ที่บังเกิดขึ้นในบ้านเมืองเรา
อันนี้ คงต้องย้อนกลับไปเมื่อราวๆ ๔๐ ปีก่อนโน้น ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่บางประเทศเกิดมโนสำนึกในด้านดีขึ้นมา หลังจากที่คร่าชีวิตผู้คนไป คร่าไปด้วยสิ่งที่ตนเองมีอยู่ ทั้งที่รู้ว่าไม่จำเป็น เลยเกิดโครงการ Atoms for Peace ขึ้นมา ผลของโครงการนี้ ก็เลยทำให้ประเทศไทย ที่ปลูกข้าวเลี้ยงคนในโลกทุกวันนี้ ได้เครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัย (nuclear research reactor) ขึ้นมา ๑ เครื่อง พร้อมกับกฏหมาย ๑ ฉบับ
พระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ ๒๕๐๔
เครื่องปฏิกรณ์ นั้นตั้งบน หรือ ใน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ภาระกิจแรกเริ่มดูจะมี ผลิตไอโซโทปรังสี งานวิจัยเพื่อ หรือ ด้านเกษตรศาสตร์ งานวิจัยในกิจการแพทย์ และ น้ำที่เป็น coolant นั้นก็เทลงมาให้ กองขจัดกากกัมมันตรังสี บำบัด ปีละหน เท่านั้นเอง ก็อาจจะมีของที่เผาได้ประปราย แต่ไม่มาก เพราะเตาเผาเมื่อก่อนโน้น เตาเผาผี ยังใหญ่กว่าซะอีก
แต่ ไม่มีอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ ที่มีขบวนรถไฟ ขนส่งแร่ หรือ สินแร่นิวเคลียร์วิ่งวันละหลายๆเที่ยว จากจุดหนึ่ง ไปยังอีกจุดหนึ่ง หรือ จากหลายๆแหล่ง ไปยังอีกหลายๆแห่ง ไม่มีเด็ดขาด !!!
จุดเริ่มต้นของกากกัมมันตรังสี มีอยู่เพียงเท่านี้ น้ำจากเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัย กับขยะเผาไหม้ได้
มาต่อน่ะครับ

แล้ว อะไรคือความวุ่นวายของการจัดการกากกัมมันตรังสีอยู่ในขณะนี้ อะไรคือกากกัมมันตรังสี รึ หรือว่า อะไรกันแน่ ที่ว่าจัดการจัดการน่ะ แล้วการจัดการกากกัมมันตรังสี มันเป็นอย่างไร อันนี้หรือเปล่า ที่ทำให้วุ่นวายกัน จนต้องถึงกับ เปิดหลักสูตรอบรมการป้องกันอันตรายจากรังสี ขึ้นมา
ถ้ามันยุ่งนัก ก็อย่าไปจัดการเลย ปล่อยไปเถอะ แค่เอกสารง่ายๆ ยังจัดการไม่ได้ ก็อย่าริทำงานอื่นเลย
จากจุดเริ่มต้น ทราบว่า กากกัมมันตรังสีในประเทศไทย ก็เพียงแค่ ความเปรอะเปื้อนทางรังสี เท่านั้นเอง ไม่ว่า
- น้ำจากเครื่องปฏิกรณ์ ซึ่งอย่างมากก็ activation products ของฝุ่นที่หล่นลงไปเท่านั้น เพราะหากมีมากกว่านั้น ก็เป็นตัวชี้วัดได้อย่างดีว่า เกิดปัญหาขึ้น ซึ่งอาจจะเกิดจากตัวอย่างที่นำเข้าไปอาบรังสี มากกว่าอย่างอื่น หรือ
- กระดาษที่เผาไหม้ได้
จากจุดเริ่มต้น ทราบว่า กากกัมมันตรังสี คือสิ่งที่ เจ้าของเขาไม่ต้องการแล้ว หาก เขายังใช้งานอยู่ได้โดยปลอดภัย ก็ไม่สมควรนับเข้าไปเป็นกากกัมมันตรังสี
ขอให้ใส่ใจกับตรงที่เน้นว่า เขายังใช้งานอยู่ได้โดยปลอดภัย นี้ไว้ให้มากมาก เพราะมันแสดงถึง ownership หรือ สามี หรือ ความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ซึ่งการที่จะมีจะเป็นได้นี้ ไม่ใช่ของง่ายนัก
แต่กับกากกัมมันตรังสีแล้วนี่ เราต้องแสดงความเป็นเจ้าของด้วยหรือ ฮึ
ตะก่อนร่อนชะไรมา ก็เห็นแต่ว่า พอดั้มกากของแหลวมาที เรา (หมายถึงกองขจัดกาก) ก็บำบัดไปที อย่างมากที่จะแสดงได้ ก็คือกากของแข็งที่ต้องเผา ซึ่งมีเพียงแค่ บันทึกลงสมุดปกแข็ง เล่มโตขนาดกระดาษฟูลสแก้ปนั่นเทียว นั่นแหละ การแสดงว่า ฉันได้ดำเนินการกับกากกัมมันตรังสีแล้วน่ะ เท่านี้เอง
เรื่องดูท่าทางว่าจะยาว คงไม่จบในวันสองวันนี่หรอก เผลอๆล่วงวันมาฆะปูชาไปโน่นแล้ว ก็ยังไม่แน่
พักสักครู่น่ะครับ

Subscribe to:
Posts (Atom)
