Showing posts with label ธรรมาภิบาล. Show all posts
Showing posts with label ธรรมาภิบาล. Show all posts

Wednesday, November 3, 2010

ธรรมาภิบาล: กรณีศึกษาจากคดีที่ดินรัชดาฯ

เมื่อวันก่อน ได้เข้าอบรม ไมโครแมแน็จเม้นต์ ได้รับฟังเรื่องความเสี่ยง ในนั้นมีหัวข้อ ธรรมาภิบาล อยู่ด้วย ทำให้นึกถึงกรณีซื้อขาย (หรือจะซื้อจะขาย ก็ไม่แน่ใจ) ที่ดินรัชดาฯ ซึ่งศาลได้ตัดสินไปแล้ว ว่า ผู้ขาย ที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไปเอื้อประโยชน์ให้กับ ผู้ซื้อ(ซึ่งในคดีนี้ เป็นญาติกัน เป็นสามีภรรยากัน) นั้น ผู้ขายมีความผิด

เรียนถาม อาจารย์ผู้สอนว่า กรณีที่ดินรัชดาฯนั้น พอจะเป็นตัวอย่างของเรื่อง ธรรมาภิบาลได้หรือไม่ ท่านก็กรุณาตอบมาว่า ได้ พร้อมกับบอกว่า กฏหมายฉบับนี้ มีมานานแล้ว และโชคดี ที่กฏหมายอีกฉบับ ไม่ได้ออกมาด้วย

ในเรื่องที่ดินรัชฎาฯนั้น เผอิญไปเปิดรายการทีวีดู ก็แลระหว่างที่ฟังรายการที่เขาเล่ามาให้ฟัง ก็ทำให้หนาวเหน็บมาทันที ลองคิดดูซี
Speak Now
ผู้กำกับดูแล ผู้ปฏิบัติ (หรือจะแยกกิ่งออกมาเป็น ผู้ promote ก็ตามทีเหอะ) นั้ก็เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ฝ่ายหนึ่ง
บริษัทเอกชนซึ่งเป้นผู้ก่อกำเนิดกากกัมมันตรังสี มาขอใช้บริการ นั้น อีกฝ่ายหนึ่ง
ช่วงบ่าย อาจารย์อีกท่านมาสอน ท่านก็ถามนำกันง่วง หลังจากที่พวกเราวัดขนาดเสื้อกันแล้ว ว่า
เสื้อเบออะไรที่ใหญ่กว่าเบอร์ L
X ค่ะ/ครับ
XX ค่ะ/ครับ
....
ที่สุด อาจารย์ ก็ตอบว่า เบอเริ่มเทิ่ม
ที่เขียนมา ก็ไม่ได้หวังจะต่อเรื่องราวอะไรหรอก แต่อยากจะบอกว่า ทำผิด เบ้อเริ่มเทิ่ม คือ รัชดาภิเษก นั้น กลับเขียนออกมาเป็น รัชฎาฯ ซะได้ ก็กราบขออภัย และ รับผืดโดยไม่บิดพลิ้ว ไว้ตรงนี้ด้วย
สี่เท้ายังรู้พลาด เน้าะ นี่ มะไฟ แท้แท้ จะไม่มีพลาดบ้าง ก็ให้มันรู้ไป
คริคริ
ยังไม่จบหรอกน่ะ

Thursday, August 5, 2010

ข้อคิดจากหมอดู

จงดูว่า คนอื่นเขาทำอะไรให้คุณ แล้วยอมรับซะ มากกว่าที่จะไปจับผิดเขาแล้ว ทำให้ทั้งเราและเขา ต่างก็ทุกข์ด้วยกัน

ว้าวววว คำคมที่ บาดตา บาดเมื่ออ่าน บาดหูเมื่อได้ฟัง บาดใจเมื่อได้คิด แต่ ก็ งั้น งั้น แหละ เน้อะ ถ้าอ่านผ่านไปเฉยๆ

แหม ท่านพุทธทาสก็บอกว่าให้มองเขาไว้แต่ในแง่ดีเถิด ท่านบอกไว้นานแล้วนิ

ถึงบ้านแล้ว มาต่อกัน นิ
ฝน ครับ ฝนเป็นเหตุ ไปไหนไม่ได้ ครั้นจะทำอะไรมากนัก ก็กังวลว่าเครื่องจะพัง เพราะวันวาน ก็ฝนเช่นกัน แถมฟ้าคะนองอีก ทำงานอยู่ดีดี ไฟฟ้าดับ ไม่ถึงนาฑี ไฟก็มาเอง ก็เลยสั่งฟิ้สกี้ซะ

ทำฟิ้สกี้ไป พาทิชั่นแรกยังไม่จบเฟสแรกด้วยซ้ำไป ไฟฟ้าดันดับซ้ำ

วันนี้ พอฝนตก ลมพัดแรง ฟ้าคะนอง เลยรีบอ่านข้อความจากยะฮูดอทคอม วะหน่อยหนึ่ง เห็นขำเข้าท่าดี เลยนำมาให้ดูข้างบนนั่นแหละ ไม่ได้หลงไหล หรือ เชื่อหรอก แต่ชอบอ่าน เพราะขำในคำทำนาย อีกเจ้าก็ หมอทรัพย์สวนพลู ของมติชนรายสัปดาห์นี่แหละ อ่านทีไร ขำกลิ้งไม่เลิกไปทุกที

ก็ลองอ่านเล่นๆดู ใจความจาก ยะฮูดอทคอม

It's incredibly tempting to simply go for it and lay down a ton of rules on what you want in a partner, but try flipping that around and thinking about what you can accept. Go for the positive instead of looking for the worst right away. If you're already with someone, apply this point of view to all that they do for you, rather than what you think they're doing wrong.


๏ดูหมอ แล้วย้อนดูตัวเองให้แตก ดีกว่า
ดูอะไร ก็ไม่เท่าดูใจตัวเอง
ชนะอะไรก็ไม่เท่ากับชนะใจตัวเอง

ว่าแต่ว่า จะแพ้ จะชนะไปหา...อะไรในเมื่อต้อง ปลง ต้องวางไปหมด
เอาไปแล้ว ที่สุด ก็นำมาคืน
วนเวียนไม่จบ
ไม่อยากวนเวียน ก็ วางซะ ปลงซะ

ชิมิชิมิ๚

Thursday, March 26, 2009

ไกลปืนเที่ยง: รายงานการประชุม กับ ธรรมาภิบาล

การบริหารความเสี่ยง หรือ การบริการความเลี่ยง หรือ การบริหารความเลี่ยง หรือ การบริการความเสี่ยงกันแน่วัดร่องขุ่น เชียงราย แต่ไม่ว่า บริการ หรือ บริหาร ทั้ง ความเสี่ยง หรือ หลีกเลี่ยง ต่างอาศัยความเจริญทางจิตใจเป็นสำคัญ มิเช่นนั้น เราท่านก็คงไม่แตกต่างอะไรจาก อนารยะชน หรือ คนพาล ไปเท่านั้นเอง

ในเรื่องของการายงานผลการดำเนินงานก็ดี การรายงาน รวมทั้ง การบันทึกการายงานนั้นๆด้วยความจริง เป็นสิ่งที่ผู้รู้ท่านสรรเสริญ หากไม่ทำตามความเป็นจริง ก็ย่อมหลีกไม่พ้นจากการกล่าวเท็จ ก็แลผู้ที่กล่าวเท็จ หรือโกหกแล้ว ความชั่วอื่นไม่กระทำเป็นไม่มี

เมื่อหลายวันก่อนหน้านี้, ก่อนหน้าของวันที่ตีพิมพ์ ไม่ใช่ก่อนหน้าวันที่ ที่เสนอหัวข้อเรื่อง,to do ได้ฉวยโอกาสเข้าร่วมสัมมนา เรื่อง การบริหารความเสี่ยง ซึ่ง เขาจัดจำเพาะ สำหรับนักบริหาร แต่อยากรู้ เพราะรู้สึกว่า มักมีรายการปกปิด หรือ ปิดบังอะไรกัน หรือไม่ก็ ถ่ายทอดมาไม่หมด ไม่สมบูรณ์ ยังงั้นแหละ

สอเสือ กอไก่ นั่นแหละ

สัมมนานำทีมโดย ศ.ดร. ประสาท สืบค้า และ คุณวัชรา มณีปกรณ์ และ สุเบญจางค์ บุญทวี ซึ่งท่านทั้งหลาย ได้ให้คำแนะนำที่ดี มีประโยชน์อย่างยิ่ง ต่อ สทน. ผู้เสมือน ทารก เพราะเพิ่งเกิดได้ ราวๆ สามปีเท่านั้นเอง

ระหว่างสัมมนา ได้เกิดปัญญา จากคำแนะนำเรื่อง
  1. แผนปฏิบัติการ, กับ
  2. การควบคุมความเสี่ยงทั้งองค์กร
จึงเข้าไปเรียนถามขอความรู้ เรื่องแผนนั้น ได้แต่เรียน ท่าน ผู้ให้ความรู้ ไปว่า individual strategic job descriptions ของผม ยังไม่มีเลย และได้ออดอ้อนขอจาก ศจ. นับตั้งแต่แยกตัวออกมาจาก ปส. จากบัดโน้น ลุมาถึงบัดนี้ ยังไม่ได้เลย isjd เนี่ย และ เรื่องการควบคุมความเสี่ยงนั้น ท่านชี้แจงว่า เราทำได้ตลอดทั้งองค์กร โดย การตรวจรายงาน การประชุม ที่นำเสนอจากหน่วยย่อยขึ้นมา

เป็นเรื่องเลยทีนี้ เข้าทางเลย เพราะเคยท้วงรายงานการประชุมของ ศจ. ตั้งแต่เริ่มประชุม ไปจนบ่ายสองเกือบบ่ายสาม ยังไม่จบการแก้ไขรายงานการประชุม จนกระทั่ง นันทวรรณ ถึงกับเอ่ยปาก ขอให้ผ่าน เพื่อจะได้เข้าเรื่องสำคัญ แต่เรายังยืนยันว่า การรับรองรายงานการประชุม นี่แหละสำคัญที่สุด และสุทัศน์ เองก็เน้นย้ำ ในบางเรื่อง ว่า ตัวเขาเอง จะเอาอย่างนี้ ก็ได้แต่ชี้แจงไปเช่นกันว่า หากจะทำดั่งนั้น คงไม่ต้องมาขอความเห็นอะไรจาก องก์ประชุม ในเมื่อ องก์ประชุม เขาเสนอข้อคิดเห็นเช่นไร ก็ควรบันทึกไปตามนั้น รวมทั้งผลสรุปของที่ประชุม ในแต่ละเรื่อง แต่ละเรื่องไปด้วย ซึ่งผลก็คือ นับแต่นั้นมา ไม่มีการเชิญเข้าประชุมอะไรอีกเลย

คนไม่ชอบ แต่มันเป็นความถูกต้อง ความถูกต้อง ที่เคยบอกลูกไว้ในเรื่อง แม่ นั่นแล

น่าเป็นห่วงกับ ธรรมาภิบาล ของ สทน. เป็นอย่างยิ่ง
มะไฟ ฅนยาก
๒ เมษายน ๒๕๕๒

Thursday, December 25, 2008

ธรรมาภิบาล: Good Governance --> core team

สืบเนื่องจาก ธรรมาภิบาล: Good Governance ที่ สทน. จัดให้มีสัมมนาเรื่องการแปลงแผนยุทธศาสตร์ สู่แผนการปฏิบัติ ระหว่าง ๒๒ ถึง ๒๓ พย ๒๕๕๑โดยการว่าจ้าง หน่วยงานข้างนอก มาช่วยทำให้ ด้วยการนำ balance scorecard มาใช้ นัยยะว่าจเอาให้ได้ถึง individual strategic job description นั่นเทียว

ในเรื่องที่ผ่านมานั้น ได้กระทบถึงเรื่องของ หิริ และ โอตตัปปะ อันเป็นธรรมที่ทุกฅนพึงมี ก็เพื่อให้ผู้ที่รับผิดชอบในเรื่องธรรมาภิบาลได้ตระหนักไว้ ว่า หากตัวท่านเองปราศจากความละอาย และ ความเกรงกลัวต่อบาปแล้ว ก็อย่าหวังว่า องค์กรที่ท่านสังกัดอยู่นั้น จะเจริญขึ้นไปได้ดี

ในเรื่องที่ผ่านมาเช่นกัน ได้กระทบ หรือ พาดพิงถึงการมีส่วนร่วม ซึ่งเป้าหมายที่แท้จริงก็คือ การคัดเลือกคนเข้าไปมีส่วนร่วมนั่นแหละ เพราะเลือกทีไร ก็มักจะไม่มีที่ยุติสักที ทั้งนี้เพราะไม่มีธรรมนั่นหรือเปล่า ผลที่ได้จึงกลายเป็น อธรรม ไป หรือ อยุติ หรือที่เรียกรวมรวมว่า อยุติธรรม นั่นแล

ในงานนั้น เขาจัดให้มีกลุ่มคนไปทำงานเพื่อหา objective, objective statement, csf, indicator etc ฯลฯ กันประดานี้ แลเรียกกลุ่มคนนี้ว่า core team ซึ่งเมื่อได้ยินคำนี้แล้วมัน ของขึ้น ขึ้นมาทันที เพราะจากประสบการที่ผ่านมา เคยเห็นเมมเบอร์ของ core team บางทีม ที่ได้เป็นเมมเบอร์ได้ยังไงก็ยังสงสัย เพราะนึกหาเหตุผลมาอธิบายประกอบไม่ได้เลย แม้แต่น้อย

เอาหละ นั่นเป็นเรื่องที่เขาต้องได้รับผลแห่งการกระทำของเขาเอง

วกมาดู core team ที่ตั้งขึ้นมาบ้าง ซึ่งเมื่อไปทำงานแล้วก็กลับมาประชุมกันอย่างคึกตัก เข็มแข็งขึงขัง ทำนองว่าจะลบคำสบประมาทออก

ไม่ว่ากัน

ก็ระหว่างการประชุม เห็นว่ามี CSF อยู่ตัวหนึ่งที่เขียนชัดเจนว่า
ประชาชนได้รับรังสีในเกณฑ์ที่ปลอดภัย
เลยแย้ปๆไปว่า

นี่ ประชาชนมีหน้าที่ต้องออกไปรับรังสีด้วยหรือ
หากไม่ได้รับ พอถึงเวลาต้องเดินแอ่นอกออกมารับรังสีด้วยกระนั้นรึ
แล้วถ้าได้รับ หากยังไม่ถึงเกณฑ์ ก็ต้องยืนรับจนกว่าจะถึง อย่างนั้นหรือเปล่า
คุณเขียนไปอย่างนี้ เท่ากับบังคับเขาน่ะ ฯลฯ

core team ก็ core team เหอะ เจอคำถามบ้าๆอย่างนี้เข้าก็ไปไม่เป็นล่ะกัน ถึงกับลนลานแก้ไขกันจ้าละหวั่น จากประชาชน เป็น กลุ่มเป้าหมายมั่งล่ะ แต่ดูเหมือนว่า จะติดเงื่อนตายที่ว่า จะกลายเป็นว่าประชาชนมีหน้าที่ที่ต้องได้รับรังสี... ที่แก้ไม่ตก

โถ

ความจริง ก็เข้าใจในสิ่งที่เขียน เพราะก็ไม่ใช่คนอื่นไกลที่ไหน คนในวงการเดียวกันทั้งนั้น
ความจริง ที่ท้วงไปก็เพื่อแสดงให้เห็นว่า ในเรื่องเดียวกันนั้น เราสามารถมองได้หลายมุมมอง ต่างหาก แลหากไม่พิจารณาให้รอบคอบแล้ว ก็อาจจะกลายเป็นผลที่คาดไม่ถึง อย่างที่มีผลให้ core team หน้านิ่วคิ้วขมวด อยู่ก็ป็นได้
ที่ท้วงไปก็เพียงจะทดสอบกึ๋นของเมมเบอร์ของ core team ที่ถูกคัดเลือกไปว่าจะมีคุณวุฒิพอเพียงสมกันกับที่ได้รับเลือกไปหรือไม่ เท่านั้นแหละ นี่ก็อีกประการหนึ่ง เป็นการ ประเมิน

ก็อย่างที่เห็น

core team หรือ คอทีม กันแน่

เริ่มที่บางเขน มาหยุดเอาตรงนี้
ที่ ม.๔ หนองมูล ประตูป่า
หริภุญไช เมืองจ้าวแม่ แม่จ้าวจามเทวี

Saturday, December 6, 2008

ธรรมาภิบาล : Good Governance

การมีส่วนร่วม

เมื่อหลายปีก่อน ได้ไปฟังท่านผู้รู้ท่านหนึ่ง ซึ่งจบการศึกษาระดับปริญญาเอกจากเมืองนอกมา ท่านเล่าให้ฟังว่า ความรู้ที่ร่ำเรียนมา เป็นแต่เพียงเทคโนโลยี แต่สิ่งที่ท่านจำและไม่ลืมเลย นั่นก็คือ สิ่งที่ฝรั่งเขาไม่มี มีได้ทั่วไปในประเทศไทยเรา สิ่งนั้นก็คือ พระพุทธศาสนา

น่าแปลกใจที่ว่า ของดี ที่พวกเรามีกัน แต่กลับได้รับการละเลย ถึงบางทีแทบจะกล่าวได้ว่า ลืม
พระพุทธศาสนา เป็นสิ่งที่มีคู่บ้านคู่เมืองเรามา และพวกเราแทบทุกคน ล้วนคลุกคลีอยู่กับสิ่งนี้ ทว่า พวกเรา กลับไม่นำประโยชน์ ของสิ่งที่มีอยู่แล้ว มาใช้ในงานเลย

หยุดพักเมื่อ Sun Dec 7, 15:53:00
Fri Dec 19, 10:47:45 เรามาต่อกัน

ธรรมของพระพุทธองค์ ไม่ว่าข้อใด ล้วนแต่ใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ทั้งสิ้น อย่างกับว่าในเรื่อง โลกบาล, ความงาม, ความสำเร็จ ก็ช่วยคุ้มครองโลกไม่ให้พินาศ ช่วยให้คนเป็นฅนดูงามสง่า และช่วยให้งานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี แต่กลับพบน้อยลงทุกทีแล้ว ปัจจุบันนี้ หันไปหาฝรั่งมังค่ากันหมด

แต่แม้ยังงั้น คนที่ไปเรียนกับฝรัง กลับมายังบอกเลยว่า พวกเรา หลง กันไปรึเปล่า ฝรั่งเองก็ยังยอมรับว่า พุทธศาสนา คือ ยอด ของวิชา

ธรรมาภิบาล จะประกอบด้วยอะไรก็ตามที แต่ การมีส่วนร่วม ความกล้าหาญ ความโปร่งใส การตรวจสอบได้ เหล่านี้ ล้วนแต่ธรรมที่มีอยู่แล้ว ในพระพุทธศาสนา ท้งสิ้น หากผู้ปฏิบัติหน้าที่ มีธรรมในหัวใจอยู่แล้ว ก็มิจำเป้นต้องเอื้อนเอ่ยถึง ธรรมาภิบาล ให้ชาวบ้านเขารู้เลย

ในทางกลับกัน หากผู้ปฏิบัติ กีดกันการมีส่วนร่วม หรือปกปิดไม่ให้ตรวจสอบ แม้จะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้รับผิดชอบเรื่อง ธรรมาภิบาล ก็ยากที่ใครเขาจะเชื่อได้ว่า ธรรมาภิบาล ได้เกิดขึ้นแล้ว กับหน่วยงานนั้นๆ

ธรรมาภิบาล จะมีองค์ประกอบอย่างไรก็ตามที สำหรับตอนนี้ ใคร่ขอแนะให้มีเพียง หิริ โอตฺตปฺป ให้ได้ก็พอแล้ว หากเริ่มต้นก็ปราศจาก ความละอาย และ เกรงกลัวต่อบาป เสียแล้ว ก็อย่าหวังว่าจะเจริญ

หิริ โอตฺตปฺป ธรรมคุ้มครองโลก

View My Stats