Showing posts with label วัดชลประทานฯ. Show all posts
Showing posts with label วัดชลประทานฯ. Show all posts

Wednesday, May 16, 2012

59 ปีกับอีก 3 วัน ... ปีที่ 60 แล้ว

ความเป็นมา และ เป็นไป ที่มีเบื้องหลังด้วยหลักการ

๑๓ พค ที่ผ่านมา เป็นวันพระ วันพระที่ปกติจะเปลี่ยนมาลัยเอาตอนค่ำไปแทบทุกครั้ง .... เพราะช่วงเช้าต้องไปทำงาน ต่อเมื่อกลับมาบ้านเท่านั้นหรอกครับ ถึงได้มีเวลามาเปลี่ยนมาลัย ถวายดอกไม้  ... แต่ วันพระนี้ มีเวลาเพราะ ว่าง เลิกทำงานแล้ว

ไปหามาลัยที่เป็นเส้นๆคล้องมา ๔ เส้น เอาไว้ คล้องมุขศาล ที่บ้าน และมาลัยพวง ๘ พวง สำหรับองค์พระบนหิ้งพระ
นำมาลัยเส้น มาเลือก กะจะคล้องที่ศาลก่อน แต่มานึกได้ว่าน่าจะนำมาลัยพวงจากหิ้งพระ มาคล้องช้าง ม้าบนศาลด้วย เลยเข้าไปในบ้าน ไปเปลี่ยนที่หิ้งพระเสียก่อน

ออกจากห้องพระมา กำลังจะออกประตูบ้าน เจอตะขาบ ลำตัวขนาด ๒ นิ้วก้อยมาวางเรียงกัน ยาวสักประมาณครึ่งศอก เขาเดินเพ่นพ่านแคล่วคล่อง ปราดเปรียวว่องไว ตามประสาเขา อยู่ด้านนอก ก็ตรงใกล้ๆกับที่หยุดพักทีแรกก่อนเข้าบ้านนั้นแหละ

ได้แต่แผ่เมตตาไป .. พญางูทั้ง ๔ ครับ กระผมมาขออาศัยอยู่เพื่อปฏิบัติธรรมของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น เพียง ๑ ชั่วชีวิตเท่านั้นเอง ได้โปรดปกปักรักษาผม และ ครอบครัวให้ด้วยเถิด กุศลใดใดที่สั่งสมมา ขอจงรับไปด้วยเถิด ....

ก็ยืนยันกันอยู่ตรงนั้น ครับ ยืนยันกันจริงๆ ผมไม่กล้าออกไป เขา ไม่เข้ามา  ที่สุด เขาก็วกลี้หายไปในพงกอชะบาเหลืองตรงหัวนอน ก็ห้องพระนั่นแหละ แต่เป็นด้านนอก

คล้องมาลัยเส้น ให้กับทั้ง ๔ มุขของศาล แต่มีอยู่ ๑ เส้น ที่ดอกไม้หลุดไป ๑ ช่อ เลยคล้องไม่ได้ เลยนำมาวางไว้ที่โคนต้นชะบา

ยายข้างบ้านแกเดินมารดน้ำต้นไม้ ก็บอกแกว่า ตะขาบน่ะ ระวังด้วย แกก็เออ ไปไหน ยังไง ... ฯลฯ

ชะบาเหลือง
พอวันถัดมา กลับพบว่า มาลัยเส้นนั้น มาวางบนกิ่งชะบาซะงั้น  แต่วันนั้นยังไม่รู้ว่า มาลัยมาอยู่บนกิ่งชะบาแล้ว  เข้าใจว่าคงเป็นยายที่มารดน้ำต้นไม้นั่นแหละ เป็นผู้เอามาวางพาดไว้ เพราะคงเห็นว่ายังใหม่อยู่มั้ง

ก็ให้นึกขำ
นี่ถ้ามีคนมาเห็นเข้า หรือพวกบ้ามาลัยมาเจอะเจอเข้าละก็ ตึ๋งเอ๋ย งานเข้าาาา

วันนั้นวันพระ เลยได้แต่นั่งปฏิบัติไปตามกำลังกาย ตามกำลังสติ ปัญญาจะพอมี แลตั้งใจปฏิบัติจริงๆจังๆ เพราะเห็นว่าเป็นวันดีจริงๆ ที่มาจวบเข้ากับอายุครบ ๕๙ ขวบพอดีในวันที่ ๑๓ พค .... วันเกิดตรงกับวันที่ ๑๔ พค

รุ่งเช้ารีบตื่นมาแต่ตีสี่ครึ่ง มาหุงหาอาหาร ก็แค่หุงข้าว ต้มไข่ ดาวไข่ เพื่อเตรียมตัว ไปใส่บาตรในวันเกิด และ ทำบุญ ในเช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากปฏิบัติธรรมมาในคืนนั้นด้วย คดข้าวใส่ลงหม้อ นำไข่ต้ม ไข่ดาวใส่กล่องข้าว มีน้ำเปล่า ๑ ขวดใหญ่ ได้เกลือ ๑ ห่อเล็กๆ ไปใส่บาตรที่วัดชลประทานฯ

มาลัยเส้นชมพูบนกิ่งชะบาเหลือง
นั่งอยู่ในวัด จนพระท่านฉันภัตตาหารเสร็จ ให้พร ก็ตั้งจิตอธิษฐาน อุทิศส่วนกุศลให้กับ คุณแม่-พ่อ ทั้ง ๓ ท่าน อันมี แม่-พ่อ บังเกิดเกล้า แม่-พ่อ ที่เลี้ยงดูมา และ แม่มะลิพ่อแก้ว โพธิพิณย์ คุณแม่คุณพ่อของกุสุมา .... พ่อตา แม่ยาย นั่นแหละน่า

กลับมาบ้าน เอาบุญมาฝากทุกคนที่ยังหลับไหลอยู่ ที่ตื่นมาทำงาน ก็บอกไป

พอออกเดินไปข้างๆบ้าน กลับพบว่า มาลัยเส้นนั้น มาพาดที่กิ่งชะบา อย่างที่เขียนไปเมื่อก่อนนี้

เอาเถอะๆ แต่ก่อนเคยแช่งไว้ ให้จนไปหมดโคตรสำหรับคนเล่นหวยเล่นเบอร์ ก็ขอถอนคำแช่งล่ะกัน แต่ถึงยังงั้น ผมก็ไม่เล่นน่ะ หวย เบอร์น่ะ แชร์ด้วย  ไม่เล่น

เมื่อวานโน้น พบว่าตัวด้วงเอาหัวไปซุกไว้ที่มุมประตูห้องน้ำ พวกไปมุดเข้าไปได้ไงไม่รู้ รู้แต่ว่า งับประตูไม่สนิท ความที่กลัวฆ่าสัตว์ เลยสังเกตุดู  .... โถโถโถ พ่อคุณ พ่อมุดเข้าไปได้ไงน่ะ ดึงก็ดึงไม่ออก ได้แต่นึกถึงปฐพี ขอให้แยก ขอให้ร่วน ขอให้อ่อน พอที่เขาจะแหวกออกมาได้เองเถิด ...

ก่อนหน้าที่จะเขียนนี่แหละ ก็เห็นว่าเขาเดิน เขาคลานออกมาจากห้องน้ำ
ทั้งตะลึง ทั้งดีใจสุดขีด ที่เขารอดมาได้ อย่างน้อยๆ แม้เขาจะออกมาได้เอง แต่เราก็เอาใจช่วย

ห้าสิบเก้าปีกับอีกสามวันแล้ว วันนี้วันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เป็นปีที่หกสิบแห่งชีวิตแล้ว ปีที่หกสิบเข้ามาได้สามวันแล้ว

นโม ตสฺส ภควโต
อรหโต
สมฺมา
สมฺพุทฺธสฺส นโม ตสฺส ภควโต
อรหโต
สมฺมา
สมฺพุทฺธสฺส นโม ตสฺส ภควโต
อรหโต สมฺมา
สมฺพุทฺธสฺส
พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ
ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ
สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ
ทุติยมฺปิ พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ
ทุติยมฺปิ  ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ
ทุติยมฺปิ  สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ
ตติยมฺปิ พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ
ตติยมฺปิ  ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ
ตติยมฺปิ  สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ
ให้นึกถึงศีล ๕ ข้อนั้น และ ให้นำมาศึกษาเอามาใช้ในชีวิตประจำวันให้ได้ ว่า แต่ละข้อ ต้องทำอย่างไร 
อย่างข้อ ๓ ข้อกาเมฯ นั้น ก็ให้ สำรวมสฬายตน ไม่หมกมุ่นในกามคุณ อันเป็นของต่ำของชาวบ้าน ไม่ล่วงละเมิดสิ่งอันเป็นที่รัก ที่หวงของบุคคลอื่นเขา 
ในข้ออื่นๆ ก็ให้ศึกษาเอา และ ทำให้ได้ตามนั้นไป

แผ่เมตตาไป 
ความจริงที่ได้รับทราบจากแม่-พ่อ คือว่าเกิดปี พ.ศ ๒๔๙๖
ดังนั้น ในวันที่ ๑๓ พค จึงครบ ๕๘ ปีเต็มๆ เรียกว่า ๕๘ ปีนั้นแบกไว้เต็มที่
พอวันที่ ๑๔ พค ก็ครบปีที่ ๕๙ ทันที
วันที่ ๑๓ อายุยังคงเป็น ๕๘ ปี

๕ = 4+1
ดังนั้น ๕๘ ก็คือ 418
และวันที่ ๑๓ หากกลับกัน มันก็คงใช่ 31
คือ คนเรามันต้องรู้จักคิดกันมั่งน่ะ

Monday, May 2, 2011

เกาะเกร็ด : เกาะแห่งชีวิต

๓๐ เมษายน ที่ผ่านไป ไปโรงเรียนกับหลาน เสร็จธุรของเขาก่อนเที่ยง เดินออกมาเลียบถนนติวานนท์ ผ่านวัดชลประทานฯ จึงพาหลานเข้าไป กะจะไปไหว้พระในโบสถ แต่เจ้ากรรมเหลือเกิน หาโบสถไม่เจอ จะหาต่อ หลานก็พ้อว่าหิวน้ำ เลยจำใจออกจากวัด

ไม่ไกลจากทางออก มีรถเปิดท้ายขายน้ำ ก่อนถึงสะพานลอยคนข้ามเล็กน้อย รอดตัวไปที่ไม่ถึงกับโดนข้อกล่าวหาว่า พาหลานไปทรมานให้หิวกระหายน้ำ

เพื่อน เพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตาย
พวกเราเดินข้านถนนไปฝั่งตรงกันข้าม เรียกแท้กซี่ ไปยังวัดสนามเหนือ ระหว่างทาง หลานมันก็จ้อไปตามประสา แท้กซี่ที่ยังไม่คุ้นกับมัน ก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ สำหรับ มะไฟ ก็ อืมม เออ อ้อ ไปเพื่อไม่ให้มันจับได้ว่า พูดแล้วไม่ฟัง ส่วนใหญ่ก็อยู่ที่ว่า ถ้ามันสอบได้ที่ ๑ หรือ ได้ที่ ๑-๕ หรือ ได้ ๑๐ อันดับแรก มันจะเอานั่น นี่ โน่นไปเรื่อย แท้กซี่ เขาขำ ตรงที่มันเปลี่ยนใจไปเรื่อย ตามประสาเด็ก

พวกเราแวะเข้าไปไหว้พระที่โบสถวัดสนามเหนือก่อน ก็เจอกันกับเพื่อน เพื่อนร่วมเกิด แก่ เจ็บ ตาย ที่อยู่ในอีกภพ-ภูมิหนึ่ง เขามาต้อนรับ ทักทาย และเล่นด้วยพอให้ได้ชื่นใจ

ไหว้พระ หลวงพ่อรดน้ำมนต์ให้แล้ว แนะหลานว่า ให้เล่นกีฬาด้วย โดยเฉพาะ badminton โรงเรียนชลประทานวิทย์ฯ เขาเด่นเรื่องนี้ โซล มันบอกว่า เป็นแต่วิ่ง

ลงเรือข้ามไปวัดปรมัยฯ ไหว้พระแล้ว แ่นอน สั่งเมี่ยงคำไว้ เดินตามทางเดินรอบเกาะวนทวนเข็มนาฬิกา ไปเจอเจ้าเหมียว น่ารักที่หมายมั่นเอาไว้นานแล้วว่า ต้อง เก็บ ให้ได้ เเริ่มด้วยการไปซื้อน้ำเจ้าของร้านก่อน แล้วถือโอกาสเข้าไปถ่ายรูปเจ้าเหมียวมาจนได้

ยังไงก็ยังไม่ได้รูปสวยๆ เพราะเขากำลังหลับ แม้ขาออก เขาจะเปลี่ยนที่ แต่ก็กำลังหลับ รูป เอาไปเก็บไว้ใน album มอ แมว นั้นหายาก ใน facebook มะไฟ หากสนใจอยากดู ก็ขอเป็น friend มาล่ะกัน

ร้านเมี่ยงคำอีกร้าน ที่ขอกิ่งทองหลางไว้ เธอบอกว่า ยังไม่สะดวกเข้าไปในไร่ ก็ขอบคุณมากแล้ว กับน้ำใจที่ยังจดจำกันได้ และ แวะนั่งรอเมี่ยงคำห่อใบทองหลาง ๒ แท่ง อืมม ห่อเป็นคำๆแล้วเสียบไม้ ๑ แท่ง มี ๔-๕ คำ เขาเรียกลักษณะนามว่าอะไร ฮึ จะเรียกไร ก็หมด หมดก่อนเข้านั่งที่ศาลาประเพณีไทย-รามัญ ซะอีก

น้องโซล ตรงรี่ไปเอาไอติมแท่งมากิน แล้วสั่งข้าวผัดใส่ไข่มากินด้วย ก็ เที่ยงกว่าแล้วนี่ มานั่งที่ศาลาประเพณี ที่เขาเคยรำให้ดูทุกวันหยุดนั่นแหละ แต่วันนั้นยังนับว่า เช้า อยู่ เห็นแต่วงดนตรีไปที่ พี่ๆ ลุงๆท่านกำลังง่วนกับเครื่องดนตรีของท่าน

ศาลาที่พักนี้ อยู่ก่อนถึงทางเข้าวัดไผ่ล้อมเล็กน้อย เป็นจุดพักให้คลายเหนื่อยได้เป็นอย่างดี ถ้าพาครอบครัวไป ก็อาศัยนั่งพักกัน ได้เลย ทั้งครอบครัว

พออิ่ม น้องโซล ก็อาศัยเสื้อมะไฟนี่แหละ เข็ดปาก เช็ดมือ เอาเข้าไป งวดนี้ ไม่เข้าไปทอซอนอีก เพราะอิ่มข้าวผัดแล้ว พวกเราเดินตรงไปวัดเสาธงทอง ที่ มะไฟ ขอน้องโซลว่า อย่าขัดน่ะ ขอนั่งสมาธิสักห้านาฑี สิบนาฑี เธอก็นิ่งๆ เลยหยิบกล้องมาให้

โซล ถ่ายรูปเล่นก็ได้น่ะ

สงบ ที่ต้องรู้ด้วยตนเอง บอกใครไม่ได้
ก็พอได้ความสงบขึ้นมาบ้าง ครั้งนี้ ก็อีกหน ที่มาเจอกับกลุ่มครอบครัวที่เขามาถวายสังฆทาน มะไฟ เลยร่วมอนุโมทนาสาธุด้วย พระท่านก็รดน้ำมนต์ให้ ทั้ง มะไฟ และ น้องโซล เรื่องทำนองเดียวกันนี้ก็เกิดที่วัดหน้าพระเมรุฯ วัดหริภุญชัย ด้วยก่อนหน้านี้
พระประธาน วัดเสาธงทอง ฝีมือน้องโซล

ขอบคุณครอบครัวนั้น และเพื่อนร่วม เกิด แก่ เจ็บ ตาย อีกหลายท่าน ในวันนั้น ที่รดน้ำมนต์ด้วยกัน ที่ได้ทำบุญร่วมกัน ขอให้อยู่เย็นเป็นสุขเถิด ออกจากโบสถ น้องโซลมาเล่นถังสังฆทาน ก็ไหวไม่ทันเด็ก หรืออาจจะยังงี้กระมังที่เรียกว่า มารมาบัง ไม่ให้ไปถวายสังฆทานกับน้องโซลอีกหน

พวกเราแวะไปไหว้พระในโบสถวัดไผ่ล้อม ซึ่งหลวงพ่อท่านก็รดน้ำมนต์ให้ด้วย แล้วออกมาเดินรอบเจดีย์หลังโบสถระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย ให้แปลกใจ ที่งวดนี้ได้รับน้ำมนต์ สามโบสถ ดูว่ามากไปจริงๆ บุญหล่นทับรึเปล่า ก็ไม่แน่ เพราะดูว่าไม่สบายคีงมาก พอออกจากเกาะเกร็ดได้ ถึงวัดสนามเหนือ ก็จับแท้กซี่ มุ่งตรงกลับบ้านอย่างเดียว

ถึงบ้าน นอน จนหัวค่ำคุณตาน้องโซลมาปลุก น้องโซลเอาข้าวต้มมาให้ กินกับหมูหยอง ไข่เค็ม ถึงได้รอดตัวไป ขอบใจน่ะ โซล

นี่ยังหวาดเสียวอยู่เหมือนกันว่า ถ้าแวะเข้าเซ็นทรัล ตามที่น้องโซลอยากไป ตั้งแต่แรกที่เรียกแท้กซี่ไปวัดสนามเหนือนั้น จะเป็นยังไง เพราะคงไปเจอเอากับ สทน. ที่ชั้น ๕ แน่ๆ แล้วจะตอบคำถามทารกได้ยังไงว่า เราไม่รู้ว่า สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ จัดงานที่เซ็นทรัล เพราะเจ้าเบ้ส เจ้าไบ้ท์ เจ้าเอิน และอีกหลายเจ้าเพื่อนน้องโซลทั้งนั้น รออยู่ที่บ้าน เขาพลาดโอกาสที่จะมาสนุกกับงานที่ สทน. จัดขึ้น

รึจะเป็น บุรพกรรม

เอาน่า รอดมานั่งเขียนบันทึกนี้ได้ ก็บุญแล้ว

View My Stats