Showing posts with label เกาะเกร็ด. Show all posts
Showing posts with label เกาะเกร็ด. Show all posts

Sunday, February 24, 2013

เกาะเกร็ด เกาะแห่งชีวิต

วัดสนามเหนือ
ปากทางสู่เกาะเกร็ด

เข้าไปก็เจอโรงทาน นึกถึงคราวที่ไปทำโรงทานช่วยคุณพิมที่คำเขื่อนแก้วครานั้น ครั้นพอทราบว่า เป็นงานถวายเพลิงพระราชทานให้กับหลวงพ่อท่าน ก็ไม่รอรี เข้าไปขอก๋วยเตี๋ยวกินก่อน ๑ ถ้วย

ยกมือท่วมหัว ขอให้อานิสงส์นี้ จงดลให้ผู้ที่มาทำโรงทานทุกท่าน จงมีกิน มีใช้ อย่าได้อด ไปไหนมาไหน ขอให้มีผู้ช่วยเหลือตลอด อย่าได้ขาดตกบกพร่องอันใดเลย

นัดกับ พาย ดุ๊ก เอาไว้ เลยต้องรีบโทรฯไปบอกเพื่อน เพราะเพื่อนขับรถมา เกรงว่าจะหาที่จอดลำบาก แต่ ที่สุด ก็จอดซะไกลลิบ พาย บอกมางั้น

ที่ท่าสนามเหนือ เรือกำลังจะออก อารามรีบเลยไม่รอเพื่อน ขอโทษจริงๆน่ะ แต่กะไปเจอกันที่ท่าวัดปรมัยฯนั่นแหละ หลังจากเข้าไปไหว้พระในโบสถแล้ว

ทักทายกันไม่กี่คำ พายบอกว่าหิว เลยพากันเดินไปรอบๆบริเวณทางเดิน เพื่อพาพายกับดุ๊ก ไปกินอาหารเช้า ก็ร้านก๋วยเตี๋ยวทอซอนขาประจำ ดุ๊กพูดคุยกับเจ้าของร้านสนุกสนานออกรสชาติดีแฮะ ไม่เชื่อ ลองมาฟังดุ๊กคุยดูเอาเองเหอะ

....เจ้าของที่ ถึงกับตรอมใจตาย เพราะสวนทุเรียนเสียหายหมด....
..... ต้องถามว่า ทุเรียนเมืองนนท์ เหลืออยู่กี่ต้น ....
...คงเอาพันธุ์ที่เอาไปปลูกที่จันทร์ ย้อนกลับมาใหม่ได้ครับ ....
... แต่ก็ไม่ใช่วันสองวัน ต้องสามสิบสี่สิบปี กว่าจะออกผล....

สาระที่พอสรุปได้ จากเจ้าร้าน กับ ดุ๊ก
มะไฟ กับ พาย ก็ได้แต่นั่งฟังสองปราชญ์เขาเสวนากัน

สะพานเชื่อมภพ
เจ้าของร้านท่านก็ยังถามหา น้องโซล จาก มะไฟ อยู่เลย

อิ่มแล้ว เตลิดไปวัดเสาธงทองกัน ไปไหว้พระ นับว่าเป็นบุญที่ช่วงเข้าไป กลับว่างเปล่า ไม่เบียดเสียดผู้คน
ลิบๆสูงลิ่วเป็นฉากหลังคือต้นยาง ๒๐๐ กว่าปี กับเจดีย์ย่อมุม
จุดธูปเทียน ถวายดอกไม้ที่ศาลาแล้ว เข้าไปในโบสถ สวดมนต์ระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย นึกขอศีล ๕ เสร็จสรรพ นั่งขัดตะหมาด ทำใจให้สงบได้เพียงสิบห้านาฑีโดยประมาณ

แผ่เมตตาแล้ว ออกมาเดินรอบๆบริเวณวัด ที่ไม่เคยเดินเลย นับตั้งแต่เกิดมาในชีวิตนี้

เก่า ใหม่
นึกถึงผู้คน เมื่อครั้งเสียกรุงศรีอยุธยากระโน้น วัดเสาธงทองแห่งนี้เป็นยังไงไม่ทราบ แต่บัดนี้ ดูทรุดโทรมมาก หดหู่ใจมาก

ซีงิต

พอออกมาที่ศาลา ก็เจอกับฝูงผู้คนที่หลั่งไหลกันมาเที่ยว ไม่รู้ว่ามาจากไหนกัน พาย ดุ๊ก ที่ยืนรอด้านนอกที่ศาลาริมน้ำ ก็ยังกับรู้ เดินออกมาจ้องดูพอดี

ก่อนออกจากเส้นทางรอบเกาะ
ขอบคุณเทวดา ที่ช่วยให้ได้พบความสะดวกสบายในการทำบุญ
ทำไมน่ะ ทำไม ทางเข้า มักจะถ่ายเอาเป็นรูปสุดท้ายไปซะแทบทุกครั้ง
ขาไป พายเลี้ยงก๋วยเตี๋ยว ขากลับ พาย ยังพาไปกินข้าวแช่ที่ทางออก ยังแถมเมี่ยงมาอีกห่อใหญ่

แยกกันกับ พาย ดุ๊ก ที่ท่าวัดปรมัยฯ ราวๆบ่ายโมงครึ่ง
เดี๋ยวขอให้ถ่ายโอนรูปจากกล้องลงมาก่อน แล้วจะนำรูป ชุด เกาะเกร็ด เกาะแห่งชีวิต นี้มาลงให้ได้ดูชมกัน


แหมแหมแหม มาถ่ายเอ้า ถ่ายเอา เขินน่ะ
๒๔ กุมภาพันธ์ ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือนสาม (มาฆะมาส) ก่อนวันมาฆะบูชา ๑ วัน

Thursday, May 17, 2012

บุญหลง ... วัดนาป่าพง

ขออนุญาตเขียนถึงเรื่องที่ผ่านไปแล้ว ก็ ไวไว นี่แหละ ๑ สัปดาห์ ก่อนทำบุญวันเกิด
ความจริง วันนั้น วันที่ ๖ พค ตั้งใจจะไปงานยกช่อฟ้า ที่โบสถวัดเสาธงทอง แต่ลืม อาจจะเพราะความอยากไปวัดนาป่าพงมันมากเกินไป กอรปด้วยพอดีมีช่อง ได้ไปโดยสะดวก เลยพลาดไปวัดเสาธงทอง ที่เกาะเกร็ดจนได้ ทั้งที่กำหนดไว้ในใจแล้วว่า ต้องไป

สติ-สัมปชัญญะ

ในเรื่องของวัดนาป่าพง ที่สนใจเพราะหลวงพ่อท่านไปออกรายการทีวี แล้วยกประเด็นคำสอนขององค์พระศาสดา มาเป็นหลักสำหรับอ้างอิง ก็เห็นด้วย เลยวาง link ไว้ นานแล้วด้วย

เคยดูใน internet แล้วโทรฯเข้าไปถาม
ได้ความว่า ให้ลงที่ 711 ตรงคลอง ๑๑ นั่นนั่งมอไซด์มา มันจะใกล้กับยูเทอน ...

ถ้าจะมาฝึกในวันศุกร์ ให้บอกล่วงหน้า...

ประมาณนั้น... ก็เมื่อวันก่อนหน้านี้, ๖ พค ๒๕๕๕, ตาน้องโซล จะไปต่างจังหวัด เลยถามว่า

จะผ่านคลอง ๑๐ มั้ย

ตาน้องโซล ก็เลยวิ่งผ่านไปให้ พอเห็นคลอง ๑๐ ก็หาที่กลับรถไม่เจอ แวะปั้มข้างทาง ..ล้างมือ
ถามมอไซด์ได้ความว่า 711 ข้างหน้ามีอีก, วัดนาป่าพง ยังไม่ถึง
ก็เลยแวะซื้อไวตามิลค์ให้ตา ซื้อผัดกะเพาไก่ราดข้าวกับน้ำ นั่งกินริมถนน ตรงป้ายรถเมล์ สายธัญญะนั่นแหละ

ลองๆเดินไปดู เห็นว่ามีวินมอไซด์ ก็เลยนึกถึงที่เคยถามไว้นานแล้วนู้น

กรรมนำพา บุญนำชักจริงๆ
นั่งมอไซด์ไป เข้าไป นั่งฟังหลวงพ่อเทศน์
จบแล้วไปกราบไหว้พระซะ

ระหว่างที่นั่งๆฟัง ก็พลันนึกได้ เขามาวัด มีแต่เอาของมาให้ นี่ตั้งใจแต่จะมาเอาๆๆ เลยที่คิดจะมาขอต้นทองหลางไปนั้น ล้มเลิกความคิดซะ

มันผิดวิสัยที่คนทั่วไปเขาทำกัน

พอกราบหลวงพ่อแล้ว นึกได้ เจ้า สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม กรรมนำพา เธอบอก ฝากนมัสการพระอาจารย์ด้วย ... ก็เลยไปไหว้ท่านอีกหน บอกท่าน ท่านก็ยิ้มๆ คงขำที่เห็นอาการรีรีรอรอ แล้วถือโอกาสขอโสดาบันฯ มาด้วย (๑ เล่มน่ะ หนังสือน่ะ)

ส่วนความเป็นโสดาบันนั้น ต้องทำเอง ถึงจะรู้เองเห็นเอง ด้วยตัวเอง

ไปวัด ไม่ยากหรอก แต่ที่แปลกใจคือ ทำไมคนไม่ชอบเดินกัน
ระยะทาง ก็ไม่ได้ไกลอะไรนัก เดินไปทีละก้าวๆ ซ้ายที-ขวาที แล้วก็วนไปซ้ำไปซ้ำมา ประเดี๋ยวก็ถึง

คนกลับไม่ชอบเดิน แต่ มักง่ายนั่งรถไปซะงั้น

วานนี้ ก็รำรำจะออกเดินไปแล้ว ดีแต่ แท้กซี่โผล่ออกมาซะก่อน กับ ให้นึกสงสาร...
สงสารชาวบ้าน ถ้าหากว่า มะไฟ เป็นลมไป เขาต้องโกลาหลพาไปส่งโรงหมอ

เลย ตัดใจนั่งรถมาซะงั้น

ยาก ตรงที่ไม่เข้าใจอรรถถ้อยความที่พระสารีบุตรท่านพูดถึง สักกายทิฏฐิ นั่นแหละ ถ้าหากว่า สักแต่ว่ามองทุกอย่างแค่ นาม-รูป ก็

โอเชแหละ .. โสดาบัตติมรรค-ผล เกิดขึ้นแล้ว

ความปกติทางใจ ศีลระดับใจ ที่ แม้แต่คิดก็อย่าให้ไปล่วงละเมิดทั้ง ๕ ข้อนั้น ทุกลมหายใจเข้าออก เอากันถึงขนาดนี้แหละครับ
ชาวบ้าน ทำยากมาก ทำได้ ก็บางช่วง บางเวลาของการใช้ชีวิตเท่านั้นแหละ

แต่ ถ้ามองว่า อย่าให้กลายเป็นถือศีลโง่ๆ ก็ใช้ได้แล้ว อริยะกันตศีล (เขียนผิด อย่าว่ากน) ก็น่าจะเกิดขึ้นได้กับคนทั่วไป

ส่วนข้อมั่นคงในพระรัตนตรัยนั้น อันนี้ ก็ยังพอทำได้บ้างแล้ว

เฮ้อ อวดอีกแล้ว อวดอีกแล้ว อสัตตบุรุษอีกแล้ว

ขากลับ ไม่มีรถแฮะ

Thursday, October 13, 2011

เกาะเกร็ด : เกาะแห่งชีวิต

ได้เห็นองค์เจดีย์เอียง ก็รู้ว่ารอด

ถึงอย่างไร ก็อดไม่ได้

ขออาราธนาคุณพระรัตนตรัย แล กุศล ที่ทำไว้ตลอดพรรษานี้ แม้จะกะพร่องกะแพร่งปานใด จงดลบันดาลให้ชาวไทยทุกคน รอดพ้นจากอุทกภัยครั้งนี้ด้วยเถิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปากเกร็ด อันถือว่าเป็นเสมือนปากทางสู่ กทม นี้ทางหนึ่ง  ขอให้รอดพ้นด้วยเถิด

เคยไปนั่งปฏิบัติธรรม ทั้งในวัดปรมัยฯ วัดไผ่ล้อม วัดเสาธงทอง เคยไปไหว้พระที่วัดศาลากุล ขอกุศลนั้น จงช่วยให้พี่น้องชาวเกาะเกร็ด ได้รอดพ้นจากเภทภัยในครั้งนี้ด้วยเถิด

เช้าวันนี้  Fri Oct 14 08:10:20 ICT 2011 ยังรอดอยู่ได้ ยังมองเห็นถนนหนทางได้ ยังได้มาทักทายกับเพื่อนๆ

นี่ ขนาดว่าปฏิบัติไม่เท่าไร ยังเป็นแรงบุญที่รักษาชีวิตให้รอดไว้ หากปฏิบัติให้มากกว่านี้ คงดีกว่านี้มาก  แรงบุญที่แม้แต่เพียงลูปคลำ อ่าน คิด พิจารณาตามพระไตรปิฎก ยังช่วยให้รอดมาได้

นโมตสฺส ภควโต 
อรหโต
สมฺมา
สมฺพุทฺธสฺส นโมตสฺส ภควโต
อรหโต
สมฺมา
สมฺพุทฺธสฺส นโมตสฺส ภควโต
อรหโต สมฺมา
สมฺพุทฺธสฺส
พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ
ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ
สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ
ทุติยมฺปิ พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ
ทุติยมฺปิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ
ทุติยมฺปิ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ
ตติยมฺปิ พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ
ตติยมฺปิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ
ตติยมฺปิ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ

และ พระคุณมารดา-บิดาผู้บังเกิดเกล้า พระคุณครูบาอาจารย์ที่ประสิทธิประสาทวิชา ข้าพเจ้า ขอนมัสการ แลขออาราธนาศีลห้า เอามาเป็นแนวปฏิบัติ สำหรับชีวิตประจำวันในวันนี้ จวบจนตลอดชีวิต และ ตลอดไปจนกว่าจะได้ดวงตาเห็นธรรมด้วยเถิดครับ

Saturday, July 23, 2011

เกาะเกร็ด -- เกาะแห่งชีวิต

เม็ดบัวสด
เพิ่งกลับจากเกาะเกร็ด
ไปกับหลาน
ไหว้พระที่โบสถวัดปรมัย ยกมือไหว้หลวงพ่อโต ที่วัดไผ่ล้อม เพราะรู้ว่าซ่อมโบสถ ไปวัดเสาธงทอง ทำบุญกระเบื้อง ๒ แผ่น คนละแผ่นกับหลาน แล้วกราบ ไหว้หลวงพ่อ ก่อนเข้าไปในโบสถ เข้าไปก็พบว่า กำลังซ่อมหลังคาโบสถเหมือนกัน

เลยได้แค่ไหว้พระสวดมนต์ เพราะปกติ มักจะนั่งสมาธิที่นั่น แต่วันนี้ไม่สะดวก

ที่สุด ก็แวะมาไหว้พระที่พระวิหารพระนอนในวัดปรมัยฯ แล้วนั่งสมาธิแผ่เมตตา อุทิศส่วนกุศลให้เหล่าผู้กล้าที่เสียสละชีพ ทั้ง ๒ ครานั้น ที่พระวิหารพระนอน วัดปรมัยยิกาวาสนั่นแหละ

เอาบุญมาฝาก

Sunday, May 8, 2011

เกาะเกร็ด : เกาะแห่งชีวิต

ชะตาชีวิต ที่แม้ได้เพียรเต็มกำลังแล้ว ที่สุด ถึงอย่างไรก็หลีกเลี่ยงไม่ได้
นัดกับคนคิ้วดำไว้
พี่ ว.ณ. สุราษฏร์ธานี มาจากยุดยา
ความจริง คนคิ้วดำก็อยู่ยุดยา มะไฟ ก็ตั้งใจจะไปพบทั้ง พี่ และคนคิ้วดำ ที่ยุดยาเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แต่คลาดกันไป
พี่ ว่าจะลงมาจากยุดยาวันนี้ บ่ายสาม คิ้วดำนัดไปยุดยาสิบเบ็ดโมง
ก็โอเคตกปากรับคำคนคิ้วดำทาง MSN ก็ให้พอดี พี่เขาเรียกเข้ามา รออยู่ดอนเมือง
คนคิ้วดำดัน log out ไปซะ มะไฟเองก็อารามดีใจที่พี่เขามา ลืมเรียกกลับไปหาคนคิ้วดำซะ ลืมสนิทศิษย์ส่ายหน้าเลย

ระหว่างทาง จากบ้านไปดอนเมือง คุยกับคนขับแท้กซี่ว่ารู้จักนิวเคลียร์มั้ย พี่ท่านก้ว่าก้รู้จักแค่ตามหนังสือ เราก็ว่านั่นแหละ ดีแล้ว อย่าให้ใครอื่นเขามาหลอก เขามาโกหกเอาได้ก็แล้วกัน

บอกพี่เขาไปว่า ไอ้ใช้ให้ปลอดภัย ทำงานให้ปลอดภัยน่ะเชื่อมือกัน แต่กับว่า ถ้าเกิดเหตุอย่าง ฟุกุชิมา เฌอร์โณบิล อะไรเทือกนี้ คนไทยรับมือไม่ได้หรอก และก็ถ้าว่าคนไทยคนไหนมาบอกว่ารับมือได้ แก้ได้ล่ะก็ ไอ้คนนั้นมันโกหก เพราะขนาดว่า อเมริกาเอง รัสเซียเอง ญี่ปุ่นเอง ยังรับไม่ได้เลย เห็นๆกันอยู่

อย่าว่าแต่ฟุกุชิมาเลย เอาแค่โคบอลต์ ก็เห็นแต่โยนกลองกันให้ว่อน แล้วก็โยกย้ายกันจนคลาดเคลื่อนไปหมก

หนังสือ นิวเคลียร์และการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนิวเคลียร์ ฉบับพิมพ์คั้งที่ ๒ จำนวน ๑๐๐๐๐ เล่ม พ.ศ ๒๕๕๒ ที่ได้รับแจกจากห้างเซ็นสั้นเมื่อวันที่ ๑ พค ที่ผ่านมา ก็เลยยกให้พี่เขาเอาไปอ่านซะ บอกพี่เขาว่า ให้อ่านตอนเช้าๆ เข้าห้องน้ำก็ได้ มันสนุกดี อ่านแล้วมันจะสนุกและจำ เราจากกันตรงดอนเมือง

พบกับพี่ ว.ณ. สุราษฏร์ธานี เรานั่งรอสุสักไม่ทันตูดอุ่น เขาก็มากับเจ้าเล้ง
ไปเกาะเกร็ด กันกับ พี่ สุสัก เจ้าเล้ง
ไปได้แค่วัดปรมัยฯ ไปไหว้พระนอนในพระวิหาร ไหว้หลวงพ่อนนทมุนี มหารามัญเจดีย์ ได้เห็นท่าเสด็จฯ  ได้รู้ว่ามีพระไตรปิฎกฉบับภาษามอญ ในวัดปรมัยฯ และได้ไหว้พระบรมสารีริกธาตุ บอกให้พี่เขาทราบถึง ตุงของมอญ ดันไปคล้ายกับ ตุง ของชาวล้านนา และตัวหงส์ที่ยอดเสา ก็อันเดียวกัน

เหล่านี้ มีคุณค่าควรแก่การศึกษามากมายนัก

เติมพลังกันพอควรแก่เวลาแล้วก็แยกย้ายกลับ ที่เดิม ดอนเมือง
ชอบคุณโชคชะตา ที่ชักนำพาพวกเราทั้งหลายให้มาพบปะกัน แม้เวลาจะสั้น แต่ เปี่ยมสาระ บนเกาะเกร็ด เกาะแห่งชีวิต

Monday, May 2, 2011

เกาะเกร็ด : เกาะแห่งชีวิต

๓๐ เมษายน ที่ผ่านไป ไปโรงเรียนกับหลาน เสร็จธุรของเขาก่อนเที่ยง เดินออกมาเลียบถนนติวานนท์ ผ่านวัดชลประทานฯ จึงพาหลานเข้าไป กะจะไปไหว้พระในโบสถ แต่เจ้ากรรมเหลือเกิน หาโบสถไม่เจอ จะหาต่อ หลานก็พ้อว่าหิวน้ำ เลยจำใจออกจากวัด

ไม่ไกลจากทางออก มีรถเปิดท้ายขายน้ำ ก่อนถึงสะพานลอยคนข้ามเล็กน้อย รอดตัวไปที่ไม่ถึงกับโดนข้อกล่าวหาว่า พาหลานไปทรมานให้หิวกระหายน้ำ

เพื่อน เพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตาย
พวกเราเดินข้านถนนไปฝั่งตรงกันข้าม เรียกแท้กซี่ ไปยังวัดสนามเหนือ ระหว่างทาง หลานมันก็จ้อไปตามประสา แท้กซี่ที่ยังไม่คุ้นกับมัน ก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ สำหรับ มะไฟ ก็ อืมม เออ อ้อ ไปเพื่อไม่ให้มันจับได้ว่า พูดแล้วไม่ฟัง ส่วนใหญ่ก็อยู่ที่ว่า ถ้ามันสอบได้ที่ ๑ หรือ ได้ที่ ๑-๕ หรือ ได้ ๑๐ อันดับแรก มันจะเอานั่น นี่ โน่นไปเรื่อย แท้กซี่ เขาขำ ตรงที่มันเปลี่ยนใจไปเรื่อย ตามประสาเด็ก

พวกเราแวะเข้าไปไหว้พระที่โบสถวัดสนามเหนือก่อน ก็เจอกันกับเพื่อน เพื่อนร่วมเกิด แก่ เจ็บ ตาย ที่อยู่ในอีกภพ-ภูมิหนึ่ง เขามาต้อนรับ ทักทาย และเล่นด้วยพอให้ได้ชื่นใจ

ไหว้พระ หลวงพ่อรดน้ำมนต์ให้แล้ว แนะหลานว่า ให้เล่นกีฬาด้วย โดยเฉพาะ badminton โรงเรียนชลประทานวิทย์ฯ เขาเด่นเรื่องนี้ โซล มันบอกว่า เป็นแต่วิ่ง

ลงเรือข้ามไปวัดปรมัยฯ ไหว้พระแล้ว แ่นอน สั่งเมี่ยงคำไว้ เดินตามทางเดินรอบเกาะวนทวนเข็มนาฬิกา ไปเจอเจ้าเหมียว น่ารักที่หมายมั่นเอาไว้นานแล้วว่า ต้อง เก็บ ให้ได้ เเริ่มด้วยการไปซื้อน้ำเจ้าของร้านก่อน แล้วถือโอกาสเข้าไปถ่ายรูปเจ้าเหมียวมาจนได้

ยังไงก็ยังไม่ได้รูปสวยๆ เพราะเขากำลังหลับ แม้ขาออก เขาจะเปลี่ยนที่ แต่ก็กำลังหลับ รูป เอาไปเก็บไว้ใน album มอ แมว นั้นหายาก ใน facebook มะไฟ หากสนใจอยากดู ก็ขอเป็น friend มาล่ะกัน

ร้านเมี่ยงคำอีกร้าน ที่ขอกิ่งทองหลางไว้ เธอบอกว่า ยังไม่สะดวกเข้าไปในไร่ ก็ขอบคุณมากแล้ว กับน้ำใจที่ยังจดจำกันได้ และ แวะนั่งรอเมี่ยงคำห่อใบทองหลาง ๒ แท่ง อืมม ห่อเป็นคำๆแล้วเสียบไม้ ๑ แท่ง มี ๔-๕ คำ เขาเรียกลักษณะนามว่าอะไร ฮึ จะเรียกไร ก็หมด หมดก่อนเข้านั่งที่ศาลาประเพณีไทย-รามัญ ซะอีก

น้องโซล ตรงรี่ไปเอาไอติมแท่งมากิน แล้วสั่งข้าวผัดใส่ไข่มากินด้วย ก็ เที่ยงกว่าแล้วนี่ มานั่งที่ศาลาประเพณี ที่เขาเคยรำให้ดูทุกวันหยุดนั่นแหละ แต่วันนั้นยังนับว่า เช้า อยู่ เห็นแต่วงดนตรีไปที่ พี่ๆ ลุงๆท่านกำลังง่วนกับเครื่องดนตรีของท่าน

ศาลาที่พักนี้ อยู่ก่อนถึงทางเข้าวัดไผ่ล้อมเล็กน้อย เป็นจุดพักให้คลายเหนื่อยได้เป็นอย่างดี ถ้าพาครอบครัวไป ก็อาศัยนั่งพักกัน ได้เลย ทั้งครอบครัว

พออิ่ม น้องโซล ก็อาศัยเสื้อมะไฟนี่แหละ เข็ดปาก เช็ดมือ เอาเข้าไป งวดนี้ ไม่เข้าไปทอซอนอีก เพราะอิ่มข้าวผัดแล้ว พวกเราเดินตรงไปวัดเสาธงทอง ที่ มะไฟ ขอน้องโซลว่า อย่าขัดน่ะ ขอนั่งสมาธิสักห้านาฑี สิบนาฑี เธอก็นิ่งๆ เลยหยิบกล้องมาให้

โซล ถ่ายรูปเล่นก็ได้น่ะ

สงบ ที่ต้องรู้ด้วยตนเอง บอกใครไม่ได้
ก็พอได้ความสงบขึ้นมาบ้าง ครั้งนี้ ก็อีกหน ที่มาเจอกับกลุ่มครอบครัวที่เขามาถวายสังฆทาน มะไฟ เลยร่วมอนุโมทนาสาธุด้วย พระท่านก็รดน้ำมนต์ให้ ทั้ง มะไฟ และ น้องโซล เรื่องทำนองเดียวกันนี้ก็เกิดที่วัดหน้าพระเมรุฯ วัดหริภุญชัย ด้วยก่อนหน้านี้
พระประธาน วัดเสาธงทอง ฝีมือน้องโซล

ขอบคุณครอบครัวนั้น และเพื่อนร่วม เกิด แก่ เจ็บ ตาย อีกหลายท่าน ในวันนั้น ที่รดน้ำมนต์ด้วยกัน ที่ได้ทำบุญร่วมกัน ขอให้อยู่เย็นเป็นสุขเถิด ออกจากโบสถ น้องโซลมาเล่นถังสังฆทาน ก็ไหวไม่ทันเด็ก หรืออาจจะยังงี้กระมังที่เรียกว่า มารมาบัง ไม่ให้ไปถวายสังฆทานกับน้องโซลอีกหน

พวกเราแวะไปไหว้พระในโบสถวัดไผ่ล้อม ซึ่งหลวงพ่อท่านก็รดน้ำมนต์ให้ด้วย แล้วออกมาเดินรอบเจดีย์หลังโบสถระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย ให้แปลกใจ ที่งวดนี้ได้รับน้ำมนต์ สามโบสถ ดูว่ามากไปจริงๆ บุญหล่นทับรึเปล่า ก็ไม่แน่ เพราะดูว่าไม่สบายคีงมาก พอออกจากเกาะเกร็ดได้ ถึงวัดสนามเหนือ ก็จับแท้กซี่ มุ่งตรงกลับบ้านอย่างเดียว

ถึงบ้าน นอน จนหัวค่ำคุณตาน้องโซลมาปลุก น้องโซลเอาข้าวต้มมาให้ กินกับหมูหยอง ไข่เค็ม ถึงได้รอดตัวไป ขอบใจน่ะ โซล

นี่ยังหวาดเสียวอยู่เหมือนกันว่า ถ้าแวะเข้าเซ็นทรัล ตามที่น้องโซลอยากไป ตั้งแต่แรกที่เรียกแท้กซี่ไปวัดสนามเหนือนั้น จะเป็นยังไง เพราะคงไปเจอเอากับ สทน. ที่ชั้น ๕ แน่ๆ แล้วจะตอบคำถามทารกได้ยังไงว่า เราไม่รู้ว่า สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ จัดงานที่เซ็นทรัล เพราะเจ้าเบ้ส เจ้าไบ้ท์ เจ้าเอิน และอีกหลายเจ้าเพื่อนน้องโซลทั้งนั้น รออยู่ที่บ้าน เขาพลาดโอกาสที่จะมาสนุกกับงานที่ สทน. จัดขึ้น

รึจะเป็น บุรพกรรม

เอาน่า รอดมานั่งเขียนบันทึกนี้ได้ ก็บุญแล้ว

Thursday, March 17, 2011

Yuki san: ยูกิ แห่งเกาะเกร็ด

ยูกิซัง น้องโซล คู่กรรม
วันนี้เพิ่งได้รับจดหมายไฟฟ้าจาก ยูกิซัง เพื่อนชาวญี่ปุ่น ที่พบและรู้จักกันบน เกาะเกร็ด เกาะแห่งชีวิต ในวันเสาร์ที่ ๕ มีค นี้เอง

เธอส่งอีเมล์ตอบมา

ดีใจมาก
ดีใจ ที่ อย่างน้อยความตั้งใจก็เป็นจริง แรงอธิษฐานนั้น เป็นจริง ขอให้ได้พบคนดี ขอให้พ้นจากภัยพิบัติ และภัยของคนพาลสันดานหยาบ

เมื่อได้พบ ได้รู้จักกันแล้ว แม้มิใช่ญาติ ก็เหมือนดั่งว่ายิ่งกว่าญาติสนิท

Sunday, March 13, 2011

สงสารเพื่อน คิดถึงเพื่อน เป็นห่วงเพื่อน

มหันตภัยแผ่นดินไหวครั้งนี้ เป็นอีกครั้งหนึ่ง ที่เป็นห่วงเพื่อนชาวญี่ปุ่นมาก ครั้งสุดท้ายนั้น แผ่นไหวถล่มเมือง Kobe ( แก้ไขครับ วานนี้ คุยกับเพื่อน เลยทราบว่าเป็นเมือง โกเบ ไม่ใช่ Kyoto) ซะกระทั่งว่า คัฟเฟมิวเซียม พังพินาศ

มาครั้งนี้ ก็ได้รู้จักกับเพื่อนร่วมโลก ที่เป้นชาวญี่ปุ่น รู้จักกันบน เกาะเกร็ด เกาะแห่งชีวิต ซึ่งไม่กี่วันหลังจากนั้น ก็ทราบข่าวแผ่นดินไหว คลื่นน้ำยักษ์ถล่ม โรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์เสียหาย

ใจหาย

ในปี ๑๙๘๗ ได้ทุนไจก้า ไปญี่ปุ่น ปีถัดมา เมียรักก็ตามติดไป ที่เดียวกันแหละ นากามินาโต้ะ NIRS แล้วเราสองคนผัวเมีย ก็ผลัดกันไปๆมาๆ จนแทบจะกล่าวว่า ญี่ปุ่น เป็นบ้านอีกหลัง หรือ แทบจะหลับตาเดินเที่ยวได้

ใจหาย เมื่อทราบข่าวร้าย

ขอกุศลผลบุญที่ชักนำให้ได้รู้จักกัน และที่ได้สั่งสมมา จงช่วยให้เพื่อน ครูบาอาจารย์ชาวญี่ปุ่นทุกท่าน จงปลอดภัยด้วยเถิด

มะไฟ ฅนยาก

Saturday, March 5, 2011

เกาะเกร็ด : เกาะแห่งชีวิต

มหัศจรรย์แห่งชีวิต
จริงอยู่ แม้เหตุ ปัจจัยเท่านั้นหรอกจึงทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และ ดับไป แม้จะตระหนักดี แต่เมื่อมันเกิดขึ้นจริงๆ คาตา ก็ทำเอาขนลุก ขนพอง ด้วยปีติ

อาหย่อย
ไปเกาะเกร็ดอีกครั้ง อย่างที่ตั้งใจ แต่ ผู้คนมาก ก็ทำเอาสำรวจอะไรไม่ได้มากนัก กอรปกับน้องโซลเธอหิว เลยแวะที่ร้านเก่า ทอซอน เราสองคนตาหลาน นั่งขัดตะหมากซดก๋วยเตี๋ยวกันอิ่มท้องไว้ก่อน

เจ้าของร้านเขายังจำทารก ๒ ศอกได้ ทักทายทำเอาปลื้ม ยิ้มไม่เลิกไปตลอดทางจนถึงวัดเสาธงทอง

เข้าไปในโบสถ กำลังสวดมนต์จะก้มลงกราบ ทารกมาแตะแขนถามว่า
ลุงตุ๋งอธิษฐานอะไร โซล จะเขียนให้
ขอให้ได้พบคนดีก็แล้วกัน ก็ตอบหลานไป
มันก็ไปเขียนในสมุดเยี่ยม ตามประสาทารก
ออกจากโบสถ มาไหว้รูปปั้นหลวงพ่อฯ ที่พระวิหารตรงทางเข้าอีกรอบ แล้วเดินกลับ ตามทางเดินรอบตัวเกาะ  กำลังจะพ้นบริเวณวัดเสาธงทอง ก็เห้นรถเข็นขายข้าวต้มมัด เลยซื้อไว้ ๓ มัด เป็นไส้กล้วย ไส้ถั่ว แบ่งกันไป ตาหลาน ๓ ( ที่ว่า ๒ อันนี้ ผิด แม่ค้า ขายมัดละ ๗ บาท แต่ สามมัด ดันขาย ๒๐ บาท) มัด ๒๐ บาท

พอดี สาวญี่ปุ่น เธอเดินหลงทางรึไงไม่ทราบ รึอาจจะสนใจ ที่ มะไฟ (ตรงนี้สะกดผิด ทะไฟ) กับ โซล ซื้อข้าวต้มมัด จากรถเข็นก็เป้นได้ มาถามทางลงเรือข้ามฟากไปปากเกร็ด เพื่อจะกลับตัวเมือง, กรุงเทพฯ นั่นแหละ

ก็บอกเธอไปว่ากำลังจะข้ามเหมือนกัน ไปด้วยกันดีมั้ย

คู่กรรมของเขาแล้ว ไม่แคล้วได้เจอกัน
เธอ, ยูกิซัง, ถามเป้นอังกฤษ มะไฟ ตอบเป็นญี่ปุ่น ก็ทำเอายูกิซัง ทั้งแปลกใจทั้งดีใจจนออกนอกหน้า ว่ารู้ภาษาญี่ปุ่นได้ยังไง  ไม่อยากคุยว่า ขอข้าวคนญี่ปุ่นกินได้ล่ะกัน ถ้าได้ไปน่ะ ก็ตอนปี ๑๙๘๗ โน้น ได้ทุนไจก้า ไปอยู่ที่นั่นเลยรู้ภาษานิดหน่อย เอ้ย ภาษาญี่ปุ่น

อีตอนข้ามฟาก แวแวอิ้สอะแวแว where where is a where where ไหนไหนก็ไหนไหนแล้ว เลยเอากล้องมากดแชะ กดแชะ รูป ๒ สาวเอาไว้ซึ่งพอเอามาดูทีหลัง ก็ถึงกับสะดุ้ง เพราะน้องโซล มันใส่เสื้อที่พิมพ์ตัว ฮิรางาน่ะ บนเสื้ออยู่ด้วย ราวกับว่า ๒ ท่านนี้ เขาทำกรรมร่วมกันไว้แต่ปางก่อน ถึงได้มาเจอกันในนี้ยังงี้
คู่กรรม

พอข้ามฟากมาแล้ว ถามย้ำอีกครั้งว่าเธอแค่จะเข้าไปในตัวเมืองเท่านั้นเองหรือ เธอก็ว่าใช่ และจะไปที่ bts อะไรนี่แหละ ซึ่ง โซล บอกว่าเป้นรถไฟ เลยตัดใจพาไปส่งที่เซ็นทรัล (นี่ก็ สะดกผิดอีก เซ็นทรับ)แจ้งฯ เพราะเห็นว่า มีรถตู้ไปลงที่นั่น กะว่าให้ ยูกิซัง เธอต่อรถตู้เอาเอง

แต่พอนั่งแท้กซี่มาสักนิด มานึกดูว่า เอ้ เธอคง (นี่อีกที่ที่สะดกผิด คว) จะพูดกับคนขับรถตู้รู้เรื่องหรอกน่ะ แถมอาจจะโดนของแถมอะไรต่อมิอะไรอีก, ไม่ได้ดูหมิ่นถิ่นแคลนอะไรหรอก แต่นึกถึงอกเขาอกเรา เวลาไปต่างประเทศน่ะ เลยบอกแท้กซี่ให้ไปส่งที่หมอชิตตรงสถานี bts ซะ

ยูกิซัง เธอก็ดูว่าชอบใจ และออกจะรักน้องโซลเอามากมาก ควักผ้าเย็นมาเช็ดหน้า เช็ดตา แขนมือให้ระหว่างที่นั่งมาในรถแท้กซี่นั้น พอส่งลงที่ตำแหน่งใกล้ๆกับสถานีรถไฟฟ้า bts แล้ว พวกเราสองคน ตา-หลาน ก็พากันกลับ

นี่แหละหนา แรงอธิษฐานฯ รึเปล่า หรือว่า บุรพกรรมแต่ปางก่อน

Friday, March 4, 2011

เกาะเกร็ด สมุนไพรไทย อาหารไทย

ทีวีไทย ที่กำลังออกอากาศตอนนี้ ทำให้ภาคภูมิใจขึ้นเยอะ ทั้งที่ว่า ได้มาอยู่ ปากเกร็ด และ ความเป็นไทย
เสาร์นี้ ไปอีกเที่ยวแน่ๆ เกาะเกร็ด

ท่านที่มีนามสกุล บุนนาค (พี่น้อย) ท่านนำชมบ้านของท่าน

ฮ่ะฮา กำลังตกกุ้ง
เหมาห้าร้อย โลหนึ่ง ถ้าไปกินที่เหลา ไม่ต่ำกว่า ๒ พัน
กุ้งแม่น้ำ สะเดาดิน

อาหารไทย กินแต่พออิ่ม ล้วนแต่เป็นยา ยาอายุวัฒนะ ที่ป้องกัน และ รักษาได้ทุกโรค

แม้กระทั่ง หมูผัดพริกขิง

รายการ กิน...อย่างรู้ที่มา

Thursday, December 16, 2010

tea ชา

วันก่อน ก็วันวานที่ ๑๕ นี่แหละ คุยกับพี่ ว. ระหว่างรอรับแขก เอ้ย ลาว แต่อืมม ก็แขก หรือ อาคันตุกะ นั่นแหละ แต่ท่านทั้งหลายมาจากอีสาน ซึ่งพูดลาวกันทุกท่าน ก็เปรยๆถึงชารางจืด กับพี่เขา ก็ที่เคยเปรยๆไว้หลายที่ด้วยแหละ
เถารางจืด ที่พันรอบต้นมะฮ้อกกานีในบ้าน
ตรงหน้าลิบๆ รั้วกำแพงบ้าน, ที่รกๆนั่นแหละน่ะ ,อาณาเขตหมู่บ้านด้วยนั่นแหละ ที่งูหลามเลื้อยโชว์หางให้เห็น
อีก ๒-๓ รูปก็แล้วกันน่ะ สำหรับรางจืดชนิดที่ปลูกไว้ที่บ้าน เพื่อให้เห็นทั้ง ใบ ทั้งดอก และ ใบอ่อน ใบแห้ง

ชุดของตัวดื่มรางจืดน่ะ จากนิวซีแลนด์ แต่ข้างล่าง มาจากลำพูน, ชวนหลง


ตรงนี้ จากเกาะเกร็ด

Saturday, October 30, 2010

ช่วยผู้ได้รับทุกข์จากภัยน้ำท่วมแล้ว ๒๐๐๐ บาท

ตามที่ได้ตั้งใจไว้ว่าจะ เขียนหนังสือหาตัง ไปช่วยเพื่อนผู้ตกระกำลำบากนั้น แม้จะขายไม่ได้ แต่ก็มอบเงินออกไปเองได้ พอดีเย็นวาน, ๒๙ ตค, กลับบ้าน เห็นเขามีเต้นท์ รับบริจาค ก็เลยนึกถึงความตั้งใจ ที่กำหนดไว้ ก็เลยสมใจ

จบ หรือ เสร็จ จากการบริจาคที่เต้นท์หน้าหมู่บ้านแล้ว พวกเราไปปากเกร็ด พบว่าที่ท่าน้ำนั้น น้ำนองบริเวณเต้นออกกำลังยามค่ำของผู้คนแถวนั้นแล้ว ขึ้นสะพานไปมองเกาะเกร็ดจากด้านบน ก็อย่างที่เห็นแหละ




จากนั้นเตลิดไปไหว้พระ ที่วัดสนามเหนือ แล้วข้ามแม่น้ำลัดเกร็ดไปเกาะเกร็ด ไปได้เพียงวัดปรมัยฯ ทางเดินโอถอป นั้น กลายเป็นน้ำไปหมดแล้วจากแม่น้ำอ้อมเกร็ด หากจะไป ก็คงต้องก้าวข้ามเขื่อนกั้นน้ำไว้ ซึ่งก็ต้องเปียก พวกเรา ๒ คนตาหลาน(ที่พ่อ แม่ มันดันเรียก มะไฟ ว่า พี่ เลยต้องกลายเป็น ลุง)เลยได้แต่มองตาปริบๆ แล้วก็กลับเพราะน้องโซลหิว คนแก่เพลียด้วย ไม่มีแรงพอจะอยู่ต่อในบ่ายวันเสาร์ที่ผ่านมาเลย เสียดายมาก

เจ้าพระยา ที่แยกเป็น ลัดเกร็ด และ อ้อมเกร็ด แล้วกลับมารวมกัน ณ อีกปลายของสายน้ำกลายเป็นเจ้าพระยาดังเดิม

พามากินก๋วยเตี๋ยวเรือท่าสยามพอให้หายหิว และสอนน้องโซลด้วยว่า เขาลำบาก เขาหนาวซ้ำ เขาหิว ดังนั้น เราต้องกินให้หมด กินให้พออยุ่รอด อย่าให้เหลือ




อุรา ก็สอนเขาด้วยเช่นกัน รวมทั้งวิเคราะห์ให้ทราบด้วยว่าหากป้องกันไว้แต่แรกเริ่ม คงไม่รุนแรงถึงกับซีวิตต้องตกล่วงไปเช่นนี้ ด้วยเห็นว่าโตพอแล้ว



ที่บ้าน ๕๓/๕๙๐ ซึ่งสั่งป้ายเลขที่จากเกาะเกร็ด เพียงไม่กี่วันจากเกาะเกร็ด ก่อนน้ำท่วมเมือง

ซีงิต

Thursday, October 28, 2010

ม. ท่าเกษม

น้องโซล ที่มาด้วยในวันทำบุญวานนี้ เธอชวนไป มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ไปหาซื้อหนังสือ ที่ศูนย์หนังสือ แต่ความที่เป็นเด็กอยู่มาก แต่จำความได้บ้าง เธอเรียก มอกะเสด ว่า มอท่ากะเสม ไปโน่น ทำเอางงงไปตั้งนาน ไม่รู้คิดยังไง ถึงได้ออกมาเป็น ม. ท่าเกษม แทนที่จะเป็น ม. เกษตรศาสตร์ รู้แต่ว่า เคยพาหลานไปกินก๋วยเตี๋ยว ที่ร้าน ท่าสยาม และก็เคยพาหลานไปเดินเล่นที่ ม.เกษตรศาสตร์ ในเช้าวันหยุด หนหนึ่ง บางที อาจจะสลับคำกันตามประสาเด็ก


รูปนี้ในคราวที่ ไปขับจักรยานรอบเกาะเกร็ด ด้วยกัน ซึ่งตอนนี้ ท่าเรือนั้น ก็ไม่ทราบว่าจะเป็นอย่างไรแล้ว รู้แต่ว่า ตรงท่าวัดสนามเหนือ ทางเดินเข้าไป น้ำนองแล้ว ท่าน้ำปากเกร็ด ที่ขายก๋วยเตี๋ยวเรือ น้ำก็ปริ่มบรรไดบนสุดแล้ว องค์เจดีย์เอียง ก็มองว่าน้ำถึงระดับ เข็มขัด องค์เจดีย์ (ขออภัย ใช้คำไม่ถูกต้อง) ที่ เขียนหนังสือ หาตัง ก็นี่แหละ พี่ เพื่อน น้องๆ ชาวเกาะเกร็ดนี่แหละ แม้ไม่ใช่ญาติ แต่เมื่อ ได้มารู้จักกันแล้ว ก็คงมีเหตุให้ได้เกื้อหนุนกันมาก่อน เมื่อเห็นคาตาอยู่ว่า ตกระกำลำบาก ก็อยู่เฉยไม่ได้


เมื่อวานที่ไปเดินในศูนย์หนังสือร่วมๆ ๑ ชั่วโมงหลังเลิกงานแล้ว ได้หนังสือของราชบัณฑิตยสถานมา ๓ เล่ม สำหรับมะไฟ และ ๒ เล่ม ของน้องโซล อ้อสำหรับ มะไฟ นั้น ๔ เล่ม ซิ รางจืดอีกด้วยไง เอาเถามาปลูกแล้ว เอาใบมาต้มกินแล้ว เพิ่งไปเจอหนังสือ เลยคว้ามาก่อนส่วนทารกนั้น เธอเห็นภาษาจีน ก็คว้าหมับไว้เหมือนกัน ให้งงงอยู่ ผิวรึก็ขำคมเข้มดี แต่ไหงไปชอบภาษาจีน ซึ่งคนจีนส่วนใหญ่ผิวขาวไปซะได้ เอาเถอะ แม้จะเป็นเล่ม ๒ ก็ซื้อให้เขา และจองเล่ม ๑ กับศูนย์หนังสือเอาไว้



เมื่อวานต้องจ่ายตังให้เขาไป ๑๐๐ บาท เธอว่า เส้นละ ๑ บาท
ผมหงอกน่ะ ทารกมันถอนหงอกเอา

ขออภัย หากมี มหาวิทยาลัย ท่าเกษม อยู่จริงๆ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น คงเป็นวาสนาของทารกมันแหละว่าจะได้เข้าไปเรียนในนั้น เน้อะ เอ้ย ชิมิชิมิ
ทารก เขาไม่ได้จำผิด เพราะไปค้นจากอินเตอร์เน้ตดูแล้ว คำว่า ท่าเกษม น่ะมีจริง อยู่ที่ สระแก้ว
สระแก้ว จังหวัดที่น้องโซลเพิ่งกลับมาจากพักผ่อนปิดภาคเรียน ในนั้น มีตำบลท่าเกษม อยู่ และมี วิทยาลัยชุมชนอยู่

ความไร้เดียงสา ทำให้น่ารัก ความน่ารักของทารก อย่าว่าแต่คนใน สทน. ที่ได้เห็นหน้าน้องโซล เลย ที่หลงไหล แม้แต่คนทั่วไป เมื่อเจอะเจอเอาทีแรก ก็ คงเข้าทำนอง อึ้ง ทึ่ง หลง อะไรประมาณนี้ ถึงกับไปลากน้องโซลไปถ่ายแบบกินไอติม ก็ในคราวเดียวกันกับที่ไปขับจักรยานรอบเกาะเกร็ดนั่นแหละ ที่ ๑ หนุ่ม กับเพื่อนอีก ๒ คน เห็นเข้าก็มาขออนุญาต ถ่ายรูปหลานเอาไว้ มะไฟ เลยกดพวกเขาเอาไว้มั่ง กันเหนียว

ตรงทางเข้าวัดเสาธงทอง ก่อนที่จะไปขับจักรยานเล่น

Tuesday, October 26, 2010

สติ : คนไทยต้องมีสติ

ได้ยินจากรายการทีวี ยามเช้าของช่อง TNN
คนไทยต้องมีสติ พระองค์ท่านถึงจะหายเหนื่อย

ชอบใจวลีนี้มาก เงยหน้าขึ้นมา ก็ไม่เห็นผู้พูดซะแล้ว รู้แต่ว่า เป็นช่อง TNN

ช่วงนี้พวกเราล้วนแต่ลำบากจากภัยน้ำท่วม สติ จึงต้องมี สำหรับแก้ปัญหา

Friday, October 1, 2010

กระแสเปิด


มีหลายเรื่องราว, ระหว่างที่หยุดห่างหายไปนี้, เกิดขึ้น ที่จริงก็ไม่ได้หายไปไหนหรอก อยู่ในี่ทำงานนี่แหละ เพียงแต่อบรมเข้มไปหน่อยเท่านั้นเอง
รอโอกาสว่างกว่านี้สักนิด ให้โอกาส เปิด กว่านี้อีกหน่อย จะมาเล่าสู่กันฟัง

๕ ตค อากาศแปรปรวน ผันผวน เป็นเรื่องของธรรมชาติ แต่ ก็ธรรมชาติ ก็เป็นของเขาปกติอย่างนี้ แปรเปลี่ยนไป ไม่แน่นอน ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน

แต่อาการปวดหัว ปวดแทบหัวระเบิดเนี่ย มันมีตัวตนน่ะ เจออากาศเดี๋ยวฝน เดี๋ยวแดดเข้าหน่อยเดียว วันก่อน เดินเข้า ออก ห้องทำงาน แล้วสะบัดร้อน สะบัดหนาว แถมอากาศ ก็ยังกะว่า หน้าหนาวมาถึงแล้ว ซะอีก เลยไม่ระวังตัว กลับมาถึงบ้าน อาการออกร้อน เริ่มหนักข้อ แต่หนาวยะเยือก ซึ่งพอรุ่งเช้า ก็ปวดหัว ปวดกะโหลกแทบระเบิดอย่างว่า

มันไม่แน่หรอก เดี๋ยวมันก็หาย เชื่อเหอะ ธรรมพื้นๆ อนิจจัง มันไม่เที่ยง

วิคก่อนนู้น ๒๘-๓๐ กย. ได้รับแจ้งจากไอที สทน. ว่ามีอบรม blender ที่องครักษ์ ๓ วันเลย

เอาล่ะซี เพราะ ก็มาจ๊ะกันกับที่ อุราต้องขึ้นไปเหนือ กับ ตนเองต้องลงไปประจวบฝึกโยคะ แล้ววันที่ ๓๐ กย ต่อ ๑ ตค ก็มีเรื่องจุ่มแซ้ป เอ้ย จุมลา ที่ 711 แถวถนนแจ้งวัฒนะนั่นอีก ซึ่งถ้าบ้าไปทุกงาน ก็พอดี บ้านไม่มีคนอยู่ เลยตัดใจเอาบ้านเป็นหลัก ค่อยๆพิจารณาไล่ความจำเป็น ไปทีละข้อๆ ที่สุด ก็มาเลือกเอา blender เพราะอ่านเอกสารทีเขาให้มาอย่างไร ก็ยากที่จะเข้าใจ

ในเมื่อมีอาจารย์มาสอน ก็โดดใส่ก่อนแหละ

จะเห็นว่า joomla ก็ดี blender ก็ดี หรือ grass ล้วนแต่เป็น open source softwares ทั้งนั้นเลย ไม่ต้องพูดถึง งิ้ม หรือ กิม -- gimp -- ที่ กระทรวงวิทย์ ได้เคยเปิดอบรมไปหนหนึ่งก่อนนี้แล้ว

แนวโน้ม ที่ส่วนราชการเขาจะหันมาสนใจ FlOSS นั้นก็พอมี

ไม่แน่น่ะ ในอนาคตใครซื้อ software มาใช้ อาจจะโดนมองเหยียดๆเอา เหมือนที่คนใช้ OSS ตอนนี้โดน ก็เป็นไปได้ แต่ นั่นเป็นเรื่องของอนาตค สำหรับตอนนี้....

ปลายเดือนต่อต้นเดือน แม้ไปร่วมจุ่มแซ้ปกับเขาไม่ได้ แต่ก็ไปหาเมี่ยงคำมากิน ที่เกาะเกร็ด ไปได้ทุกสัปดาห์ แทบจะเปลี่ยนชื่อเป็นเกาะมะไฟ ไปซะให้รู้แล้วรู้รอดไป

น้ำเหนือทะลักท่วม หลากลงมา ทำเอาความเป็นอยู่ของเพื่อนๆที่นั่นขลุกขลักลำบากเอาพอควร แต่พอวันหยุด ลำบากแค่ไหน ก็ยินดีเปิดต้อนรับแขกผู้มาเยือนเสมอ ไม่ย่อท้อ

ขนาดว่า กลัวว่าลูกค้าจะไม่รู้ว่าร้านเปิดอยู่น่ะ วันนี้ แม้น้ำจะนองเจิ่ง แต่ร้านก๋วยเตี๋ยวก็ยังเปิดขายน่ะจ้ะ อะไรทำนองนี้



เปิด ไม่เปิด ก็ดูป้ายเอาเอง

เห็นรึยังล่ะว่า กระแสเปิดน่ะ มันรุนแรงแค่ไหน ระบาดไป กระทั้งว่า รานรวงขายอาหาร ยังเปิด ร้านอาหารเปิด

ร้านอาหารเปิดแล้ว ใจท่านทั้งหลายล่ะ เปิดรึยัง

blender อยู่ใน ports รบกวนตรงไปเลยที่กลุ่ม graphics นั่นแหละ ลงไปซะจะได้มาช่วยกันทำหนัง ทำแอนนีม ส่งไปตีตลาดญี่ปุ่นมั่ง ไม่ก็ออกแบบอากาศยานขำๆ หรือออกแบบเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณู หรือไม่ก็จำลองซีนนารีโอการเคลื่อนที่ของอะไรหลายๆอย่าง ก็ได้อีก จิปาถะ แล้วแต่ใจจะนึก จะจินตนาการเอาได้

ที่สำคัญมันฟรี และคุณภาพก็ดูว่าดีกว่า commercial software ที่วางขายกัน


เมนูนี้ ใครส่ง ฮึ คริคริ ในเกาะเกร็ด ไม่มีหรอกน่ะ

Wednesday, September 1, 2010

คลื่นวิบาก

ที่ห่างหายไปช่วงหนึ่ง และ ล่วงเลยมาจนป่านนี้ ถึงมาเขียนเอา ก็เพราะความที่ทุกสิ่ง ทุกอย่าง อยู่นอกเหนือการควบคุม มันเป็นเช่นนั้นเอง

เช้าวันเสาร์ กะว่าจะโม่ syslog ให้จบ แต่น้องบัช ก็โทรฯมาว่าจะแวะมาเยี่ยม ก็โอเค มาก็มา รับคำน้องบัชว่า ว่าง มาได้ เพราะงานที่ทำคือเขียน blog นั้น ชะลอได้ ต้อนรับอาคันตุกะ สำคัญเป็นที่สุด
ตกลงปลงใจแล้ว ก็หาอาหารเช้าให้อุรากิน ระหว่างนั้น พลันก้นึกได้ว่า ในเมื่อน้องเขาไปรอที่ปากเกร็ด ก็น่าจะพาน้องเขาไปเที่ยวเกาะเกร็ดเสียด้วยเลย เลยแจ้งให้น้อง รอที่ท่าเรือปากเกร็ดนั่นแหละ
ไปเจอกันที่ท่าน้ำปากเกร็ด บัช เขาก็เรียบร้อยอาหารเช้าไปแล้ว อีกจนได้ งวดก่อน มะไฟ ก็ไม่ได้เลี้ยงอาหารในฐานะเจ้าของถิ่นเลย นับว่าบกพร่องมากโขอยู่ มางวดนี้ เขาก็อิ่มเองซะก่อนอีก เฮ้อ

พากันเดินลัดเลาะตลาดเก่า ทะลุไปออกถนนที่นำไปยังวัดสนามเหนือ

ลงเรือ ที่ท่าวัดสนามเหนือ แล้วไปขึ้นท่าวัดปรมัยฯ แล้วเดินตามทางเดินรอบเกาะ ระหว่างทาง เห็นน้องเขาทักทายเพื่อนมุสลิมด้วยกัน ก็ถือว่าธรรมดา เพราะเพื่อนชาวมุสลิม มาเที่ยวที่เกาะเกร็ด ก็มีให้เห็นเป้นประจำ อย่าว่าแต่เพื่อนชาวมุสลิมเลย ฝรั่ง เยอรมัน ญี่ปุ่น จีน ก็มากัน

น้องบัชบอกว่า เธอทั้งสอง เป็นชาวมาเลย์ ทำเอาแปลกใจอยู่เหมือนกัน ว่าเข้าไปทักกันได้ยังไง
น้องบอกว่า ฟังหสงเสียงที่เธอสนทนากัน ทำให้สงสัยว่าน่าจะเป็นชาวมาเลย์เพื่อนบ้าน พอไปพูดจาด้วยภาษายะวีกันเข้า ก็เลยได้ทราบความเป็นมาเป็นไปซึ่งกันและกัน

ก็ ยินดีด้วย ที่น้องบัช ได้พบเพื่อนบ้านในต่างแดน ซึ่งคนจีน เขาถือว่าเป็น มงคลยิ่ง น่ายินดียิ่ง

ก็นึกว่า คงจะผ่านไปเพียงแค่นั้น แต่พอพาน้องบัชไปดูการทำเครื่องปั้นดินเผา ข้างๆวัดไผ่ล้อมเสร็จ พอออกมา น้องเขาเกิดความจำเป็นต้องไปชำระคดีความ เลยต้องย้อนมาเข้าข้างๆวัดไผ่ล้อม ซึ่งมีที่บริการอยู่

ระหว่างยืนรอ ก็โดนชน สามคน มารุมชน มะไฟ คนเดียว พอหันไปมอง ก็คุ้นๆ ยิ่งมอง ยิ่งจ้อง ก็เลยนึกออก เพื่อนมาเลย์ ที่น้องบัชเข้าไปทักทายกันนั่นเอง พวกเธอ คงเข้าไปชมความงดงามของโบสถ์ วัดไผ่ล้อม แล้วออกมาถ่ายรูปกันหน้าทางเข้าเอาไว้

ทักทายกันพอให้รู้ว่า มะไฟ มากับ บัช ที่ทักพวกเธอเมื่อครู่นี้ไง แล้วก็หยิบนามบัตร มอบให้เธอทั้งสามคนไป
อีกคน พอเห้นนามบัตรเข้า ก็โพล่งออกมา

อุ้ยๆ พี่ อยู่ใกล้ๆกับที่หนูเรียนเลยค่ะ
เฮ้ย นี่เธอ ไม่ใช้แขกมาเลย์หรอกรึ

หน้าตา ดูยังไงก็แขก แต่มาเรียกตัวเองว่าหนู มึน
พอสักพัก บัชออกมา ก็จ้อกันยกใหญ่

อีทีนี้แหละ เป็นเรื่อง ทาริกานางหนูนั้น ที่มองยังไงก็หน้าแขกนั่น กลับโอละพ่อ ลูกลาวสีเกษ(ศรีสะเกษ) เป็นงั้นไป ยิ่งพอรู้ว่า มะไฟ ก็เว้าลาวได้ ยิ่งไปกันใหญ่ มิหนำซ้ำ เพื่อนมาเลย์ นั้นคุณแม่ของเธอคนหนึ่ง ก็เป็นคนที่ได้รับทุน ไจก้า แบบเดียวกับที่เคยได้รับไปอีก

เอ้า เอาเข้าไป มีอะไรที่มันมาร่วมกันได้อีกมั้ยเนี่ย ฮึ

ช่วงเที่ยง พวกเราหากินกันแถวนั้น มะไฟ ไม่ได้เฉลียวใจคิด แต่ทาริกาติ๋ง เธอบอกว่า พวกเขาต้องกินอาหารของพวกเขา น้องบัช ก็บอกว่า ต้องพาไปหาอาหาร ฮาลาล (สะกดผิดไป ขออภัย) ที่ซอยสามัคคี ดังนั้น จึงพากันลงเรืออีกเที่ยว ข้ามฟาก พาไปที่ซอยสามัคคี

โชคดี ที่หาร้านอาหารมุสลิมจนเจอ เลยขอถือเป็นโอกาสดี จัดการเลี้ยงอาหารมื้อนั้นให้ น้องๆ ทั้งหลายกันให้อิ่มหนำสำราญกันทุกคน ได้ทำหน้าที่นี้อย่างสมใจซะที

บัช กลับยะลาค่ำคืนนั้น น้องสาวมาเลย์ ๒ คน เธอมาอยู่เมืองไทย ๓ สัปดาห์ในฐานะ นักศึกษาแลกเปลี่ยน นี่เปนสัปดาห์แรกของพวกเธอ และ วันอาทิตย์ พวกเธอจะไป วัดโพธิ์ วัดพระแก้ว ... ก็ขอให้เที่ยว ให้สนุก

สุดท้าย ทาริกาติ๋ง เธอบอกว่า วันอาทิตย์ที่ ๒ สาวไปเที่ยวนั้น เธอต้องสอนพิเศษกับเพื่อน ที่ทำงานพิเศษไปด้วย เรียนไปด้วย ก็เลยเตลิดเปิดเปิงไปดูสถานที่ ก็พบว่า พวกเธอใจสู้มาก อาศัยแรงกาย เข้ามาอาสาทำงานที่หนักมาก

สอนพิเศษ ครับ พวกเธอรับสอนพิเศษกัน
ตั้งแต่อนุบาล ยัน ม. ต้น ที่ตั้งอยู่หลังเมเจอร์ ห้าแยกปากเกร็ด

ขอให้สังเกตุ ตัวอักษร CU บนป้าย นั่นแหละ ของแที ที่ทีแรก มะไฟ นึกว่าเขียนกันมายังงั้นแหละ ที่ไหนได้ เพื่อนของ ติ๋ง จบจุฬาฯ มาต่อปริญญาโท ที่บางเขน ติ๋ง เธอเรียนเรื่องพวก LCA : Life Cycle Assessment ที่ มะไฟ ได้ยินทีแรกก็รีบนึกถึง lsc ไม่ก็ safety assessment ของเรื่องที่กำลังทำอยู่พอดี แต่เมื่อน้อง (ทีพอจะนับเป็นลูกได้) เธอชี้แจงโดยละเอียด จึงทราบว่า เข้าใจคลาดเคลื่อนไมากมาย

อะไรมันจะนัวเนียนุงนังเป็นตังเมแยกกันยากถึงปานนี้ก็ไม่รู้เนาะ



แต่บัดนั้น ที่พวกเราทั้งหมด ๒ บวก ๓ คน ได้พบกันช่วงสั้นๆ ไม่ถึง หกชั่วโมงดีเลยนั้น เมื่อแยกย้ายกันไปแล้ว ก็ไม่ได้พบกันอีกเลย

วิบากแห่งความสุข หรือ ทุกข์ ก็ไม่รู้ แต่ วูปมาแล้ว ก็จางหายไป ดุจดั่งคลื่นที่กระเพื่อมไปตามแรงกรรม

Monday, June 14, 2010

FreeBSD: ports --> webERP มด

commands



ไปเที่ยวเกาะเกร็ดกับหลาน ลงเรือที่ท่าวัดสนามเหนือ วัดสนามเหนือที่ มะไฟ ผ่านทีไรก็นึกสงสัยทุกทีว่า ทำไงถึงจะได้เข้าไปไหว้พระสักทีน่ะ

วานนี้ เข้าไปเกาะเกร็ดอีกหน ก็ผ่านวัดสนามเหนืออีกเช่นกัน เทวดาคงดลใจให้หันไปมองพระอุโบสถ เลยทำให้เห็นว่า ประตูเข้าโบสถเปิดอยู่ ยังความแปลกใจมากมากให้เกิดขึ้น เลยพาหลานเดินเข้าไปไหว้พระในพระอุโบสถ

ออกจากไหว้พระแล้ว นึกยังไงไม่ทราบ เกิดอยากถ่ายรูปไว้ เลยย้อนไปอีก
ก็พอดีกันกับพุทธบริษัทท่านหนึ่ง กำลังเดินเข้าไปถวายสังฆทาน เลยอยู่เป็นพยาน พยานบุญ ก็พลอยได้บุญไปกับเขาด้วย ขอขอบคุณพุทธบริษัทท่านนั้นไว้ ณ ที่นี้ด้วย และ ขอขอบคุณเทวดาที่ดลใจให้หันไปมองพระอุโบสถด้วย

ความจริง มันไม่สบาย ก็แต่คราวกลับจากจันทบุรีโน้น แต่พอรู้สาเหตุ อาการก็ทุเลาขึ้น แล้วเกิดอยากกินเมี่ยงคำขึ้นมา เลยนึกอยากไป ทั้งๆที่กำลังโม่กับพวกอีอาพี ERP softwares อยู่แท้ๆ

แปลก OpenERP ดันมีรูปมดดำ น่ารักดีไปอีกอย่าง คงรู้จักกันกับ ช่วง มูลพินิจ รึเปล่าก็ไม่ทราบ แต่เอาเถอะ ความอยากจะกินเมี่ยงคำ ทำให้ไม่คิดอะไรมาก ไปเกาะเกร็ดดีกว่า

แล้วก็ผ่านวัดสนามเหนือดั่งว่า

ข้ามฟากไปวัดปรมัยยิกาวาส ไหว้พระในพระอุโบสถกับหลานแล้วเดินไปสั่งเมี่ยงคำเจ้าเก่ามากัดกินกันตรงนั้นสดๆเลย แล้วเตลิดเลยไปวัดไผ่ล้อม เพราะหลานเกิดอยากไป ก็เดินเบียดเสียดผู้คน บนถนนแคบๆนั่นแหละ

ผ่านร้านขายขนมโบราณ ก็ไม่ได้เก่าอะไรมากนัก มะไฟ เพิ่งมารู้จักเอาตอนเริ่มนมแตกพาน จะว่าขนมโบราณ ก็ดูกระไรอยู่ แต่ขนมไทย น่ะใช้แน่หละ เขาคงเลือกใช้คำให้มันดูว่า ของเก่าน่ะ ต้องรีบหากินซะ อะไรทำนองนี้

ขนมดอกจอก



ความที่ยังมีอารมณ์ค้างกับงานพวกอีอาพี่อยู่ก่อนมา พอเงยหน้าไปมองป้ายก็ขำแทบควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ถามหลานว่า นี่ร้านขนมอะไร ทำไมมีมด หลานมันก็ตอบว่า

ร้านขนม ดอก จอก ลุงตุ๋งนี่ก้อ มันจะไปมีมดได้ยังไง

ก็เถียงกันไป มือก็แบรับขนมจากแม่ค้าที่เขายื่นมาให้ชิมไป กัดกินไป อร่อยพอหมดแล้วก็ยื่นมือไปอีก แม่ค้าก็ให้มาอีก แล้วเรา ลุงหลาน ก็ยืนวิเคราะห์วิจารณ์กันอยู่กรงนั้น ข้างแม่ค้ากลับดีใจ ที่เราสองคนดึงดูดลูกค้าให้

เฮอะ ทารกสูงสิบกว่าคืบ รึจะมาสู้ผู้ปราดเปรื่อง อย่าง มะไฟ ได้ ที่สุด พอเห็นแจ้งในธรรมเข้า หลานก็หัวร่อรั้งไม่อยู่ เดินตัวงอเอามือกุมท้องไปจนถึงวัดไผ่ล้อมนั่นแหละ แล้วก็กลับ เพราะคนเยอะ. จะเอาอะไรกับทารกนัก ฮึ

หลานก็เห็นว่ามันมีมดในป้ายร้านขนมนั่น

ร้าน ขน มด......

ว่าแต่ มะไฟ ก็ยังไม่วายสงสัย มด ทำไมมีขนด้วยหรือ

Sunday, February 28, 2010

บุญส่งมา บุญบัญชา

วานนี้ พอมีเวลาว่าง เลยชวน ไหม ซึ่งเธออุตสาห์สละเวลา จากบ้านประตูป่า ลำพูน ลงมายังปากเกร็ด กฤษดานคร ไปเดินหาซื้อสบู่มาไว้ใช้กัน ที่เกาะเกร็ด เพราะ มะไฟ พอมีเวลาเพียงเท่านี้จริงๆ วันมาฆะบูชา ก็ต้องไปเวียนเทียน วันจันทร์ ไหม ก็จะกลับบ้านแล้ว

พวกเราเดินทอดน่องออกจากบ้าน ราวๆบ่ายนิดนิด แดดมันเปรี้ยงน่อ ไม่อยากออกกำลังมาก เลยค่อยๆเดินช้าๆมาด้วยกัน ก็พักเดียวมาถึงปากทาง เลยจับรถคู้ไปปากเกร็ดกัน ยี่สิบบาท ๒ คน

ระหว่างทาง ที่รถติด เพื่อนร่วมเดินทาง ก็วานให้ ไหม อ่านเลข ๑๖ หลักเติมเงินให้ ไหม ก็ใจดีช่วยเหลือเขาไป ไม่รู้จักกันหรอก แต่ เมื่อเขาขอความช่วยเหลือ เราก็ให้ ไม่เห็นจะเป็นอะไรไป

ลงตรงปากทางเข้าไปวัดสนามเหนือ นั่งสามล้อเข้าไป สองคน ๑๕ บาท

ที่วัดสนามเหนือ ไหม เธอลองชิมน้ำตะไคร้ผสมน้ำผึ้งมะนาว อะไรนี่แหละ แล้วก็เอามาให้ลองมั่ง ดูด ๒ ที แทบหมดขวด ก็คนมันกระหายน้ำอยู่นี่นา

ที่ท่าเรือ บริจาคทาน ให้กับนักดนตรีพี่คนนั้น โดยบอก ไหม ว่ามาทีไรก็ให้พี่คนนี้เขาทุกที ไหม เธอก็นำทานนั้นไปให้พี่เขา พี่เขาก็ยินดีในทานที่พวกเราทำ พอดีเรือข้ามฟากมาเทียบท่า

ขึ้นท่าวัดปรมัยฯ พบว่า แว่นตากันแดด ๕๐ บาท หาย ไหม เธอเสียใจมาก แหมตั้ง ๕๐ บาทน่ะ ไม่เท่าไหร่ (กัดฟันพูด) แต่มันถูกใจไหมน่ะพี่ ว่าไปโน่น

ไม่รู้เป็นเพราะแว่นสวยหาย หรือ อะไรไม่ทราบ พอถึงหน้าพระอุโบสถ เธอออกอาการงอแง ไม่อยากเข้าไปข้างใน อ้างว่าคนเยอะ ก็เลยบอกกับเธอว่า จะพาไปทีพระวิหารพระนอน นั่งทำสมาธิกันที่นั่นเลยก็ได้ ตอนนี้ ขอยกมือไหว้พระในโบสถก่อนเถอะ

พา ไหม เดินไปวิหารฯ ผ่านองค์พระมหารามัญเจดีย์ ที่ตั้งใจจะมาเวียนเทียน แต่เผอิญ สถาบันฯ เขาจัดให้ไปที่ พุทธมณฑลซะก่อน เลยไม่ได้มาที่นี่ ก็ยกมือไหว้กันทั้งคู่ ถึงได้เลยผ่านเข้าไปในวิหาร

ให้ไหม นั่งรอระหว่างที่ทำสมาธิ หรือไม่ก็แนะเธอให้ออกไปให้อาหารปลา รับลมแม่น้ำก็ได้ เธอก็ว่าไม่เป็นไร มะไฟ กราบพระ ยังไม่ทันจบบทไตรสรณคมน์ดีเลย ฝูงคนก็แห่กันมาจากไหนก็ไม่รู้ เลยต้องยอมเขาก่อน

ปรากฏว่า พวกท่านเหล่านั้น ที่ว่าฝูงคน นั่นแหละ เขามาไหว้พระ ๙ วัดกัน

เออ นี่แหละหนา บุญบัญชา หรือไม่ก็ กรรมบันดาล หรือ บุญฤทธิ์ ก็ไม่แน่ใจนัก อุตสาห์หลบแล้ว ยังมาเจอเข้าจนได้ แถมเขาเหล่านั้นยังเอาบุญมาให้อีก

อนุโมทนาสาธุด้วยครับ

พระท่านก็บอก มะไฟ ว่า โยมก็ได้บุญด้วยน่ะ ราวกับจะรู้แฮะ ก็กราบท่าน แล้วนั่งพอให้สงบ ออกมาบอก ไหม แล้วไปซื้อสบู่ และฯลฯ

นี่แหละหนา บุญนำมาแท้ๆเชียว ไหม เอ๋ย
บุญของไหมน่ะ
ดูซิ พวกเขาเหล่านั้น มาจากไหน ก็ไม่รู้
อยู่ๆ ก็เอาบุญมาให้ไหม
บุญรักษาน่ะ

และก็เอาบุญนี้แหละ เป็นฐาน แผ่เมตตาไประหว่างที่นั่งสงบสติอยู่น่ะ
๏สพฺเพ สตฺตา อเวรา
สพฺเพ สตฺตา อพยาปชฺฌา
สพฺเพ สตฺตา อนีฆา
สพฺเพ สตฺตา สุขี อตฺตานํ ปริหรนฺตุ๛

มันทำให้นึกถึงคราวที่ไปนั่งสงบสติที่วัดพระธาตุหริภุญชัย ลำพูน ซึ่งคราวนั้น ครอบครัวจากเชียงใหม่ ก็มารับพรจากพระ ข้างหน้า มะไฟ เลยแหละ จนต้องออกจากสมาธิ แล้วมารับบุญพร้อบๆกับครอบครัวนั้น ซึ่งที่สุด พอออกจากวิหารแล้ว ก็ได้พระรอดลำพูนมาโดยไม่ตั้งใจ ทำให้ปลื้มปีติมาจนทุกวันนี้เอง กับการได้มาซึ่งพระเครื่องโดยวิธีนี้ โดยแนวนี้

ท่านมาของท่านเอง บุญนำมา

พยักเพยิดกันกับ ไหม ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นปุบปับไม่ถึงยี่สิบนาที เธอเข้าใจทันที งวดนี้ ไหม มาจากลำพูน มาที่เกาะเกร็ด กับมหาชนเหล่านั้น จากไหนไม่ทราบ ต่างก็มากันที่เกาะเกร็ด นำบุญมา ให้ ไหม

จะว่าบุญหล่นทับก็ยังได้ ยังไงก็ขอให้เพื่อนรัก แฟนๆบล้อคแห่งนี้ ยินดีในบุญที่ทำด้วยน่ะ
บุญรักษา ทุกรูป–นาม

Sunday, February 21, 2010

เกาะเกร็ด

ปากเกร็ด–เกาะเกร็ด ยังคงมีมนต์ขลังอยู่เสมอ มิรู้คลาย ไปกี่เที่ยว กี่หน ก็ยังมีสิ่งที่ให้ยล ยิน เยือนไปซะทุกครั้ง
สื่อรายวัน ก็หนังสือพิมพ์นั่นแหละน่า เอาเรื่องปากเกร็ด มาลงวันอาทิตย์ ให้ได้อ่านอีกหนแล้ว

เกาะเกร็ดเอง ใครจะชอบกินอะไรก็ตามแต่ มะไฟ ไปทีไรขอกินเมี่ยงคำก่อน และหิ้วติดมือกลับบ้าน ๒ ชุด ทุกครั้งไป ก็เขาเตรียมสดๆมาให้เห็น แต่ว่า กลับบ้าน ก็เล็มๆดมๆ กัดๆ ไม่เคยกินหมดชุดสักหน อย่างน้อยก็ มะนาว ไม่เคยได้ผ่า หั่น มากินหรอก เสียดาย เลยปล่อยไว้งั้น จนมะนาวแห้ง ไปก็หลายผล

อีกอย่าง กระเทียม เอามาแต่พอกินคนเดียว ก็ประมาณว่า สองสามวิคแหละ หมด พวกไส้อั่วหน่อกะลาอะไรเนี่ย ต้องเดินกิน

ถ้าวันไหนหิวโซ ก็พึ่งพาร้านริมน้ำ แต่มักไม่ค่อยได้กิน เพราะผู้คนเยอะมากจริงๆ แล้วคนขาย เขาก็ไม่ใช้คนขายอาชีพ การทำ การขาย การเตรียม จึงดูไม่ค่อยทันใจ ต้องคนที่รู้ใจเท่านั้น ถึงจะทนรอกินได้

อิอิ ส่วนมาก ทารกท้านน้าน ไปนั่งคุยกันไป กินไป บางที นั่งแช่อยู่ตรงนั้นเลย เจ้าของร้านก็ใจดี ไม่ว่าอะไรกัน

แต่ตัวปากเกร็ดเอง ไม่ค่อยได้เดินเที่ยวนัก แม้กระทั้งว่า ไปพักรักษาตัวช่วงผ่าตัด ก็เพียงเดินเข้าออกป้ายรถเมล์ ที่พัก นานๆ ถึงออกไปเดิน ไปยืนท่าน้ำ สะพานข้าม ก็เคย สวยครับ สวยงามตาตื่นใจจริงๆ โดยเฉพาะองค์เจดีย์เอียง ยามค่ำคืน

วันนี้ จะไปอีก หลังจากกลับจากโลกกลางวานนี้แล้ว

Sunday, February 14, 2010

เผลอใจไปไม่ทันคิด

ไปเกาะเกร็ด ด้วยความเคยชิน ลืมไปว่า เป็นวันหยุดเทศกาล สามงานเลย วันอาทิตย์ วันตรุษจีน วันวาเลนไทน์

เอ้า เอาเข้าไป ไปยืนเข้าแถวรอลงเรือ ตั้งแต่ยังไม่ถึงศาลาที่พัก ท่าวัดสนามเหนือด้วยซ้ำไป ผู้คนช่างมากมายจริงๆ

พอไปยืนรอ ถึงได้นึกได้ว่า วันนี้ มันจวบกัน สามงาน วันหยุด ๑ ล่ะ วันตรุษจีน ๑ ล่ะ วันวาเลนไทน์ ๑ ล่ะ

แต่ ก็ไม่เปลี่ยนความตั้งใจ ไปแล้วนี่ จะเบียดผู้คนออกมาได้รึ

ไปไหว้พระ ที่ ศาลาวัดปรมัยฯก่อน แล้วเข้าไปไหว้พระในโบสถ
นโมตสฺส ภควโต
อรหโต
สมฺมา
สมฺพุทฺธสฺส นโมตสฺสะ ภควโต
อรหโต
สมฺมา
สมฺพุทฺธสฺส นโมตสฺส ภควโต
อรหโต สมฺมา
สมฺพุทฺธสฺส
พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิพระบริสุทธิคุณ พระปัญญาธิคุณ พระมหากรุณาธิคุณ
ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิคุณพระธรรมดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกข์ อกาลิโกผู้ใดปฏิบัติตรงมุ่งมั่นแน่วแน่ด้วยความเพียรเมื่อใด ย่อมเห็นผลเมื่อนั้นโดยไม่ต้องรอ ปัจจัตตังอันวิญญูชนผู้ปฏิบัติด้วยตนเองเท่านั้น จึงจะเห็นเอง รู้เองด้วยตนเอง
สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิพระอริยสงฆ์สาวกผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบจนพ้นทุกข์ได้แล้ว สามารถสั่งสอนผู้อื่นให้ปฏิบัติตามจนพ้นทุกข์ได้ด้วย บุคคลสี่คู่แปดจำพวกที่คู่ควรแก่การรับของสักการะ กราบไหว้บูชากระทำทักษิณาทาน เป็นเนื้อนาบุญที่ยิ่งใหญ่ไม่มีเนื้อนาบุญอื่นใดยิ่งใหญ่กว่า
ทุติยมฺปิ พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ
ทุติยมฺปิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ
ทุติยมฺปิ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ
ตติยมฺปิ พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ
ตติยมฺปิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ
ตติยมฺปิ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ


๏สพฺเพ สตฺตา อเวรา
สพฺเพ สตฺตา อพยาปชฺฌา
สพฺเพ สตฺตา อนีฆา
สพฺเพ สตฺตา สุขี อตฺตานํ ปริหรนฺตุ๛


ออกไปจองเมี่ยงคำสดไว้ แล้วเดินอ้อมองค์พระมหารามัญเจดีย์ เข้าไปไหว้พระนอนในพระวิหาร สวดมนต์ แล้วนั่งสมาธิแผ่เมตตาอยู่ที่นั่น สักพอได้ความสงบมาบ้าง นึกอุทิศส่วนกุศลอันจะพอเกิดมาบ้าง ให้กับทุกรูป–นาม เท่าที่นึกได้ตอนนั้น ออกจากสมาธิ โทรฯบอกไหม ให้เธอทราบด้วย เดินริมทาง
แวะไปกินก๋วยเตี๋ยวริมน้ำ พออิ่มมีแรง แล้วเตลิดไปต่อถึงวัดไผ่ล้อม


ทำบุญซื้อที่ดินให้วัดเข้าไปไหวะพระบรมสารีริกธาตุในโบสถ หลวงพ่อท่านรดน้ำมนต์ให้ด้วยความเมตตา พร้อมเคาะหัวให้ ก็ดูว่าคงจะสมหวังกับใครบางคน ที่อยากเข็กกบาล ก็สมหวังแล้วน่ะ

ขากลับแะซื้อกระบุง เอามาไว้ใส่ข้าวสาร มันรำคาญ เวลาซื้อข้าวสารมาทีไร เป็นต้องใส่ถุงปัสติกคาไว้งั้นไปทุกครา ก่อนโน้น ซื้อตะกร้าแบนๆเล็กๆ แต่พอใส่ไข่สักโหลมาใบหนึ่งแล้ว แม่ค้าขายไข่เห็น เธออยากได้มากกกกก งวดนี้ ไม่รู้จะเป็นไง แต่คงไม่บ้าหิ้วกระบุงไปซื้อข้าวสารด้วยหรอก

ซื้อขนมโรยงามาสองสามกล่อง เปลือกส้มด้วย แล้วก็แวะมาเอาเมี่ยงคำสดที่จองไว้ แม่ค้าก็ใจดี เทถั่วลิสงคั่วมาให้ กำมือหนึง

มานั่งกิน ที่ศาลา หลังจากเดินผ่านหน้าโบสถยกมือจบลาไหว้องค์พระแล้ว

วันแห่งความรัก ก็ไม่มีอไรให้ เพราะรักมันเจือราคะ มีแต่เมตตาเท่านั้นที่ให้กับทุกรูปนาม น่ะ รับไปเถอะ ท่องบ่นด้วยตนเองได้ด้วย ยิ่งดี ข้างบนนั้นแหละ มงคลจะได้เกิดกับตนเอง

ขอให้ทุกรูปทุกนาม ที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมด ทั้งสิ้น ทั้งหลายเอ๋ย จงอย่าจองเวรแก่กันละกันเลย จงอย่ามีความเจ็บไข้ไม่สบายกายเลย จงอย่ามีความทุกข์ใจเลย จงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นทุกข์เถิด

น่ะ ท่องบ่นไปจนหลับนั่นแหละ น่ะแล้วจะเป็นสุข

View My Stats